ผู้ชายโสด เสี่ยงมะเร็งกว่าคนที่แต่งงานแล้วถึง 68% ผู้หญิงที่ไม่เคยแต่งงานก็เสี่ยงกว่าถึง 85% เช่นกัน

สถิตินี้มาจากวิจัยของฝั่งอเมริกา ที่เก็บสถิติจากคนกว่า 100 ล้านคน หรือเทียบเท่า 31% ของประชากรอเมริกาเลยทีเดียว
.
ซึ่งเขาเปรียบเทียบอัตราการเกิดมะเร็งโดยรวม แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ
1. คนที่แต่งงานแล้ว (แต่งแล้วเลิกแล้ว ก็นับนะ)
2. คนที่ไม่เคยแต่งงาน
.
พบว่า ผู้ชายที่ไม่เคยแต่งงาน เสี่ยงมะเร็งโดยรวมกว่าคนที่แต่งงานแล้วถึง 68% ส่วนผู้หญิงที่ไม่เคยแต่งงานก็เสี่ยงกว่าถึง 85% เช่นกัน
ซึ่งถ้าแยกย่อยเป็นส่วน ๆ ก็พบว่า ผู้ชายไม่แต่งงานเสี่ยงมะเร็งทวารหนักสูงกว่า ราว 5 เท่า ส่วนผู้หญิงก็เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกกว่า เกือบ 3 เท่า
แล้วการแต่งงานมันเกี่ยวอะไรกับมะเร็งหละ?

ก็ต้องขอบอกว่า การจดทะเบียนสมรส ไม่ได้ช่วยป้องกันมะเร็งตรง ๆ แต่การมีคู่ครองมันช่วยปรับพฤติกรรมทางอ้อมซะมากกว่า
.
ซึ่งมะเร็งที่กลุ่มคนแต่งงานแล้วลดเสี่ยงได้อย่างโดดเด่น ก็จะเป็นมะเร็งที่มักเกิดจากพฤติกรรม เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ และ เพศสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่นมะเร็งปอด และ มะเร็งปากมดลูก
.
หรือพูดง่าย ๆ ว่า คนมีครอบครัวแล้ว มีแนวโน้มจะทำพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำร้ายสุขภาพลดลงนั่นเอง
.
โดยการมีคู่รักนั้นยังอาจช่วยตักเตือน และ จัดการ เรื่อง อาหาร การออกกำลังกาย และ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ
.
ซึ่งวิจัยพบว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้ว มีโอกาสไปตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ มากกว่าผู้ชายที่ไม่แต่งงาน ถึง 20% อีกด้วย
.
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นสถิติจากฝั่งอเมริกา ซึ่งอาจมีวิถีชีวิตต่างจากคนเอเชียอย่างประเทศเรา และการหันมาดูแลสุขภาพ เพื่อลดเสี่ยงมะเร็งก็เริ่มได้ทันที โดยไม่ต้องมีแฟน (ใครยังไม่มีแฟนก็เริ่มดูแลตัวเองได้เช่นกัน)
.
แล้วเพื่อน ๆ คิดยังไงกันบ้างครับ ? คนที่แต่งงานแล้ว ลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ดีขึ้นเหมือนในวิจัยมั้ย ? หรือ คนเคยมีแฟน รู้สึกว่าตอนนั้นดูแลสุขภาพดีกว่าตอนโสดมั้ย ? มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะค้าบ
.
ที่มา : Jones Salad

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่