‘ชาตรามือ’ ท้าชิงระดับโลก เปิดนอกไทย ‘150 สาขา’เป้าหมายใหญ่มีสาขาต่างประเทศ 90% ขอไปทุกทวีป บุกญี่ปุ่น-ตะวันออกกลางเพิ่ม
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพา “ชาไทย” ไป 100 ประเทศทั่วโลก “ชาตรามือ” ลุยแฟรนไชส์ต่างประเทศสุดตัว ยิ้มรับออสเตรเลีย-สหรัฐ-เม็กซิโก กระแสแรงเกินคาด สาขาเมลเบิร์นยังขายได้หลักพันแก้วต่อวัน วางเป้าภายใน 5 ปี ต้องไปให้ครบทุกทวีป มองอนาคตสัดส่วนต่างประเทศต้องมากกว่าในไทย เชื่อโอกาสมีอีกเยอะ หวังสักวันพูดได้เต็มปากเป็น “Global Brand”
แม้จะมีร้านชาไทย ชานม หรือแม้กระทั่งมัทฉะที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด “ชาตรามือ” (ChaTraMue) ก็ยังเติบโตทั้งในแง่รายได้และจำนวนสาขา เฉพาะในไทย “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 250 แห่ง พร้อมกับแผนเปิดเพิ่มในปีนี้อีก 20% ระบุว่า ยังมีโอกาสอีกเยอะ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ชาตรามือไปไม่ถึง
ขณะเดียวกันโอกาสของ “ชาตรามือ” นอกประเทศก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ “กชกร อมรสิทธิวัฒน์” ส่วนงานฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท ชาไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 13 ประเทศ ประเทศล่าสุดที่เพิ่งไป ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และออสเตรเลีย รวมทุกสาขาในต่างประเทศมีทั้งสิ้น 142 สาขา โดยประเทศที่มีจำนวนสาขามากที่สุด คือ “มาเลเซีย” ที่มีอยู่ 69 สาขา เนื่องจากเป็นประเทศแรกๆ ที่ “ชาตรามือ” ออกนอกประเทศ บวกกับพฤติกรรมการกินของคนมาเลเซียที่มีความใกล้เคียง-ชื่นชอบเหมือนกับคนไทยอยู่แล้ว
“กชกร” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วิธีการคัดเลือกว่า จะไปประเทศไหนหรือเมืองไหน อันดับแรกพิจารณาจากสัดส่วนคนเอเชียในพื้นที่นั้นๆ ก่อน ดูว่ามีคนเรียกร้องเข้ามามากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีบางประเทศที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทีมเหมือนกัน อย่าง “เม็กซิโก” ไปเปิดแล้ว 1 สาขา และกำลังจะขยายสาขาที่ 2 เพราะผลตอบรับดีเกินคาด
แม้ว่าคนเม็กซิโกจะยังไม่คุ้นชินกับรสชาติชาไทย แต่ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะคู่แข่งน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย คนเม็กซิโกนิยมกินกาแฟ พอ “ชาตรามือ” ไป ก็นับเป็นแบรนด์ชาต่างประเทศแบรนด์ที่สองที่เข้าไปเปิดตลาด กลายเป็นคนรู้จักชาไทยเพิ่มขึ้น ลูกค้าบางคนเคยมากินที่ไทยแล้วมีโอกาสได้กินอีกก็บอกว่า เหมือนได้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง
อีกประเทศที่สร้างไวรัลจนเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย คือ “ออสเตรเลีย” แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะ แต่ฟีดแบ็กวันแรกก็มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ “กชกร” ระบุว่า วันแรกที่เปิดร้านขายไปได้ 2,500 แก้ว ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังครองสถิติเยอะที่สุด และจนถึงทุกวันนี้สาขาที่ออสเตรเลียก็ยังขายดีเฉลี่ยหลักพันแก้วต่อวัน
“พอร์ตโฟลิโอต่างประเทศตอนนี้มีสัดส่วนประมาณ 30% ร้านที่ไทยมี 250 สาขา ต่างประเทศมี 142 สาขา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% เมื่อเทียบกับจำนวนร้านทั้งหมด อนาคตเราวางแผนไว้ว่า อยากให้สัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 หรืออาจจะเป็น 90:10 ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ต่างประเทศมีสัดส่วนมากสุดที่ 90% เรามีโอกาสอีกเยอะ”
ส่วนแผนไปต่างประเทศปีนี้ “พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด และทายาทรุ่นที่ 3 “ชาตรามือ” ระบุว่า มีแผนเปิดเพิ่มอีกหลายแห่ง กำลังจะเปิดที่ “ชิคาโก” เร็วๆ นี้ รวมถึงการขยายไปยังประเทศเอเชียตะวันออกให้ครบ ตอนนี้ขาดเพียง “ญี่ปุ่น” และหากสถานการณ์ดีขึ้นวางแผนขยายไปประเทศแถบตะวันออกกลางด้วย ด้านประเทศที่ไปมาแล้วก่อนหน้านี้อย่าง “แคนาดา” มีแล้ว 2 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา เช่นเดียวกับ “ออสเตรเลีย” ที่น่าจะมีตามาอีกเร็วๆ นี้
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/business/1237723
“ชาตรามือ’ ท้าชิงระดับโลก เปิดนอกไทย ‘150 สาขา’เป้าหมายใหญ่มีสาขาต่างประเทศ 90%
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพา “ชาไทย” ไป 100 ประเทศทั่วโลก “ชาตรามือ” ลุยแฟรนไชส์ต่างประเทศสุดตัว ยิ้มรับออสเตรเลีย-สหรัฐ-เม็กซิโก กระแสแรงเกินคาด สาขาเมลเบิร์นยังขายได้หลักพันแก้วต่อวัน วางเป้าภายใน 5 ปี ต้องไปให้ครบทุกทวีป มองอนาคตสัดส่วนต่างประเทศต้องมากกว่าในไทย เชื่อโอกาสมีอีกเยอะ หวังสักวันพูดได้เต็มปากเป็น “Global Brand”
แม้จะมีร้านชาไทย ชานม หรือแม้กระทั่งมัทฉะที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด “ชาตรามือ” (ChaTraMue) ก็ยังเติบโตทั้งในแง่รายได้และจำนวนสาขา เฉพาะในไทย “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 250 แห่ง พร้อมกับแผนเปิดเพิ่มในปีนี้อีก 20% ระบุว่า ยังมีโอกาสอีกเยอะ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ชาตรามือไปไม่ถึง
ขณะเดียวกันโอกาสของ “ชาตรามือ” นอกประเทศก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ “กชกร อมรสิทธิวัฒน์” ส่วนงานฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท ชาไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 13 ประเทศ ประเทศล่าสุดที่เพิ่งไป ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และออสเตรเลีย รวมทุกสาขาในต่างประเทศมีทั้งสิ้น 142 สาขา โดยประเทศที่มีจำนวนสาขามากที่สุด คือ “มาเลเซีย” ที่มีอยู่ 69 สาขา เนื่องจากเป็นประเทศแรกๆ ที่ “ชาตรามือ” ออกนอกประเทศ บวกกับพฤติกรรมการกินของคนมาเลเซียที่มีความใกล้เคียง-ชื่นชอบเหมือนกับคนไทยอยู่แล้ว
“กชกร” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วิธีการคัดเลือกว่า จะไปประเทศไหนหรือเมืองไหน อันดับแรกพิจารณาจากสัดส่วนคนเอเชียในพื้นที่นั้นๆ ก่อน ดูว่ามีคนเรียกร้องเข้ามามากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีบางประเทศที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทีมเหมือนกัน อย่าง “เม็กซิโก” ไปเปิดแล้ว 1 สาขา และกำลังจะขยายสาขาที่ 2 เพราะผลตอบรับดีเกินคาด
แม้ว่าคนเม็กซิโกจะยังไม่คุ้นชินกับรสชาติชาไทย แต่ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะคู่แข่งน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย คนเม็กซิโกนิยมกินกาแฟ พอ “ชาตรามือ” ไป ก็นับเป็นแบรนด์ชาต่างประเทศแบรนด์ที่สองที่เข้าไปเปิดตลาด กลายเป็นคนรู้จักชาไทยเพิ่มขึ้น ลูกค้าบางคนเคยมากินที่ไทยแล้วมีโอกาสได้กินอีกก็บอกว่า เหมือนได้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง
อีกประเทศที่สร้างไวรัลจนเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย คือ “ออสเตรเลีย” แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะ แต่ฟีดแบ็กวันแรกก็มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ “กชกร” ระบุว่า วันแรกที่เปิดร้านขายไปได้ 2,500 แก้ว ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังครองสถิติเยอะที่สุด และจนถึงทุกวันนี้สาขาที่ออสเตรเลียก็ยังขายดีเฉลี่ยหลักพันแก้วต่อวัน
“พอร์ตโฟลิโอต่างประเทศตอนนี้มีสัดส่วนประมาณ 30% ร้านที่ไทยมี 250 สาขา ต่างประเทศมี 142 สาขา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% เมื่อเทียบกับจำนวนร้านทั้งหมด อนาคตเราวางแผนไว้ว่า อยากให้สัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 หรืออาจจะเป็น 90:10 ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ต่างประเทศมีสัดส่วนมากสุดที่ 90% เรามีโอกาสอีกเยอะ”
ส่วนแผนไปต่างประเทศปีนี้ “พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด และทายาทรุ่นที่ 3 “ชาตรามือ” ระบุว่า มีแผนเปิดเพิ่มอีกหลายแห่ง กำลังจะเปิดที่ “ชิคาโก” เร็วๆ นี้ รวมถึงการขยายไปยังประเทศเอเชียตะวันออกให้ครบ ตอนนี้ขาดเพียง “ญี่ปุ่น” และหากสถานการณ์ดีขึ้นวางแผนขยายไปประเทศแถบตะวันออกกลางด้วย ด้านประเทศที่ไปมาแล้วก่อนหน้านี้อย่าง “แคนาดา” มีแล้ว 2 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา เช่นเดียวกับ “ออสเตรเลีย” ที่น่าจะมีตามาอีกเร็วๆ นี้
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1237723