หญิง 28 ปี เหลืองทั้งตัวมา 6 ปี ใครเห็นก็คิดว่าดีซ่าน โรคตับแน่ สุดท้ายตับปกติ สาเหตุจริงคือ กินแครอทหนักมาก
.
🟡 เวลาผิวหนังเปลี่ยนสี หลายคนจะเริ่มกังวลทันที
โดยเฉพาะถ้าสีออกเหลือง สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “ดีซ่าน” หรือโรคเกี่ยวกับตับ เพราะเวลาบิลิรูบินสูง ผิวและตาจะเหลืองได้
แต่ความจริงแล้ว ผิวเหลืองไม่ได้แปลว่าตับมีปัญหาเสมอไปค่ะ
โดยเฉพาะเคสนี้สีเหลืองออกไปทางส้มด้วย
.
.
👩 หญิง 28 ปี ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเลย
เธอสังเกตว่าผิวหน้าของตัวเองค่อยๆ
ออกสีเหลืองส้ม รวมถึงฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย
แรกๆ ก็ไม่ชัดมาก หลังๆ มีแต่คนทัก
ที่หนักคือฝ่ามือฝ่าเท้าคือชัดมาก
อยู่กับเธอมานานถึง 6 ปี
ไม่มีอาการคัน ไม่มีผื่น ไม่มีปวด ไม่มีไข้
คือไม่มีอาการอะไรเลย
มีแค่สีผิวที่ดูผิดไปจากเดิม
จนถึงจุดที่มันไม่ไหวละ
จึงต้องมา รพ.
.
.
🏥 ที่ รพ.
แพทย์ซักประวัติเพิ่ม
พบว่าเธอเป็นคนใส่ใจสุขภาพมาก
รับประทานผักจำนวนมากเป็นประจำ
เลี่ยงแป้งและผลิตภัณฑ์นม เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
🥕 และหนึ่งในอาหารที่เธอกินบ่อยมากคือ “แครอท”
ซึ่งกินต่อวันคือเยอะมากๆ
ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้เธอก็รู้ค่ะ เพราะถามกูเกิ้ลมาละ
แต่เธอลองงดแครอทไปแล้ว 1 ปีเต็มๆ
สีผิวแทบไม่เปลี่ยน
เลยหยุดวิตามินรวมที่มีวิตามินเอแล้วเช่นกัน
ก็ยังไม่ดีขึ้น
👨👩👧 ยิ่งไปกว่านั้น แม่และพี่สาวของเธอก็มี
ผิวเหลืองลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่หนักมาก
ทำให้แพทย์เริ่มสงสัยว่าอาจมีอะไรซ่อนอยู่
มากกว่าการกินผักเยอะธรรมดา
.
🔎 แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด
พบว่าผิวหน้ามีสีเหลืองส้มกระจายทั่วบริเวณ
ฝ่ามือและฝ่าเท้าเหลืองเด่นมาก
โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวหนา
แต่มีจุดสำคัญมาก
👁️ ตาขาวปกติ
👄 เยื่อบุในปากปกติ
ตรงนี้สำคัญมากค่ะ
เพราะถ้าเป็นดีซ่านจากบิลิรูบินสูง
ที่พบในโรคตับ/ทางเดินน้ำดี/โรคเลือด
ตาขาวมักเหลืองด้วย
.
🧪 จากนั้นจึงเริ่มสืบหาสาเหตุอย่างจริงจัง
ตรวจของต่อมไทรอยด์
ตรวจการทำงานของตับ
ตรวจโรคต่อมหมวกไต
ผลปกติหมด
แต่บางครั้งดีซ่านเองก็ไม่ชัดก็ได้
เลยตรวจโรคดีซ่านจากพันธุกรรมที่พบบ่อย
Gilbert syndrome ซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหา
ในการจัดการกับสารเหลืองบิลิรูบิน
แต่ผลคือปกติ
ตรวจระดับทองแดงในร่างกาย
เพราะอาจจะเป็นโรคหายากอย่าง
Wilson disease
ผลก็ปกติ
น้ำหนักตัวและ BMI อยู่ในเกณฑ์ดี
ไม่มีโรคที่อธิบายอาการได้เลย
จึงวกกลับมาเรื่องแครอทอีกครั้ง
แม้เธอจะหยุดกินไปแล้ว
.
🥕 แพทย์จึงตรวจระดับ carotene ในเลือด
ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในพืชตระกูลฟักทอง/แครอท
และสามารถให้สีเหลืองส้มได้
ผลออกมาสูงถึง 532 µg/dL
ในขณะที่ค่าปกติอยู่ประมาณ 60–200 µg/dL
ดังนั้นก็เป็นอย่างที่เธอคิดแต่แรกละ
เธอเป็นภาวะ “Carotenoderma”
หรือภาวะผิวเหลืองจากการสะสมของแคโรทีน
.
🧬 กลไกจริงๆ ไม่ซับซ้อนมาก
สารสีส้มในแครอทที่ชื่อว่า β-carotene
เป็นวัตถุดิบที่ร่างกายใช้สร้างวิตามินเอ
ปกติเมื่อดูดซึมเข้าลำไส้
เอนไซม์จะค่อยๆ เปลี่ยนมันเป็นวิตามินเอ
แล้วนำไปใช้งานต่อ
แต่ในบางคน ระบบนี้อาจทำงานได้ไม่ดีนัก
ทำให้พอกินหนักๆ แล้ว β-carotene ค้างอยู่ใน
กระแสเลือดมากกว่าปกติ
เมื่อมีมากพอ มันจะไปสะสมในผิวหนังชั้นขี้ไคล
โดยเฉพาะบริเวณที่มีชั้นผิวหนาอย่างฝ่ามือและฝ่าเท้า
จึงเกิดสีเหลืองส้มขึ้นมา
.
จริงๆ แพทย์สงสัยว่าน่าครอบครัวนี้
อาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมของยีน BCMO1
ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยน β-carotene เป็นวิตามินเอ
แต่ไม่ได้มีแล็บตรวจยืนยันต่อ
และต่อให้ตรวจก็ไม่เปลี่ยนการรักษาเท่าไหร่
.
💡 ซึ่งการที่มีความผิดปกตินี้
แม้จะหยุดกินแครอทไปนานแล้ว
สีผิวก็ยังไม่หายไปง่ายๆ เหมือนคนทั่วไป
เพราะยังคงเหลือจากของเดิมๆ อยู่
โชคดีที่ภาวะนี้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย
ไม่ได้ทำให้ตับพัง ไม่ได้ทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอ
และมักรักษาด้วยการปรับอาหารเป็นหลัก
ซึ่งแพทย์ก็เห็นตรงกับเธอ
ให้ใช้วิธีปรับอาหารต่อไป
เธอคิดว่าเป็นโรคร้ายแรงกว่านี้
แต่ถ้าเป็นแค่อันนี้ ไม่เป็นอะไร ดีลได้
.
.
📌 เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า
ผิวเหลืองไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโรคตับเสมอไป
บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรากินทุกวันค่ะ
และขอย้ำว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนเทแครอทเทฟักทองเข้าร่าง
จะต้องเหลืองส้มแบบนี้นะคะ คนทั่วไป
อาจจะต้องกินเยอะมากถึงมากที่สุด แต่ในบางคน
มีพันธุกรรมแบบรายนี้อาจเกินเยอะแบบไม่เวอร์ก็เป็นได้ค่ะ
ปล. เคส ตปท. จาก case report นะคะ
https://www.facebook.com/share/18hEyCCoAB/
🥕 หญิงสาวตัวเหลือง 6 ปี ใครเห็นก็คิดว่าดีซ่าน สาเหตุจริงเพราะแครอท
.
🟡 เวลาผิวหนังเปลี่ยนสี หลายคนจะเริ่มกังวลทันที
โดยเฉพาะถ้าสีออกเหลือง สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “ดีซ่าน” หรือโรคเกี่ยวกับตับ เพราะเวลาบิลิรูบินสูง ผิวและตาจะเหลืองได้
แต่ความจริงแล้ว ผิวเหลืองไม่ได้แปลว่าตับมีปัญหาเสมอไปค่ะ
โดยเฉพาะเคสนี้สีเหลืองออกไปทางส้มด้วย
.
.
👩 หญิง 28 ปี ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเลย
เธอสังเกตว่าผิวหน้าของตัวเองค่อยๆ
ออกสีเหลืองส้ม รวมถึงฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย
แรกๆ ก็ไม่ชัดมาก หลังๆ มีแต่คนทัก
ที่หนักคือฝ่ามือฝ่าเท้าคือชัดมาก
อยู่กับเธอมานานถึง 6 ปี
ไม่มีอาการคัน ไม่มีผื่น ไม่มีปวด ไม่มีไข้
คือไม่มีอาการอะไรเลย
มีแค่สีผิวที่ดูผิดไปจากเดิม
จนถึงจุดที่มันไม่ไหวละ
จึงต้องมา รพ.
.
.
🏥 ที่ รพ.
แพทย์ซักประวัติเพิ่ม
พบว่าเธอเป็นคนใส่ใจสุขภาพมาก
รับประทานผักจำนวนมากเป็นประจำ
เลี่ยงแป้งและผลิตภัณฑ์นม เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
🥕 และหนึ่งในอาหารที่เธอกินบ่อยมากคือ “แครอท”
ซึ่งกินต่อวันคือเยอะมากๆ
ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้เธอก็รู้ค่ะ เพราะถามกูเกิ้ลมาละ
แต่เธอลองงดแครอทไปแล้ว 1 ปีเต็มๆ
สีผิวแทบไม่เปลี่ยน
เลยหยุดวิตามินรวมที่มีวิตามินเอแล้วเช่นกัน
ก็ยังไม่ดีขึ้น
👨👩👧 ยิ่งไปกว่านั้น แม่และพี่สาวของเธอก็มี
ผิวเหลืองลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่หนักมาก
ทำให้แพทย์เริ่มสงสัยว่าอาจมีอะไรซ่อนอยู่
มากกว่าการกินผักเยอะธรรมดา
.
🔎 แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด
พบว่าผิวหน้ามีสีเหลืองส้มกระจายทั่วบริเวณ
ฝ่ามือและฝ่าเท้าเหลืองเด่นมาก
โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวหนา
แต่มีจุดสำคัญมาก
👁️ ตาขาวปกติ
👄 เยื่อบุในปากปกติ
ตรงนี้สำคัญมากค่ะ
เพราะถ้าเป็นดีซ่านจากบิลิรูบินสูง
ที่พบในโรคตับ/ทางเดินน้ำดี/โรคเลือด
ตาขาวมักเหลืองด้วย
.
🧪 จากนั้นจึงเริ่มสืบหาสาเหตุอย่างจริงจัง
ตรวจของต่อมไทรอยด์
ตรวจการทำงานของตับ
ตรวจโรคต่อมหมวกไต
ผลปกติหมด
แต่บางครั้งดีซ่านเองก็ไม่ชัดก็ได้
เลยตรวจโรคดีซ่านจากพันธุกรรมที่พบบ่อย
Gilbert syndrome ซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหา
ในการจัดการกับสารเหลืองบิลิรูบิน
แต่ผลคือปกติ
ตรวจระดับทองแดงในร่างกาย
เพราะอาจจะเป็นโรคหายากอย่าง
Wilson disease
ผลก็ปกติ
น้ำหนักตัวและ BMI อยู่ในเกณฑ์ดี
ไม่มีโรคที่อธิบายอาการได้เลย
จึงวกกลับมาเรื่องแครอทอีกครั้ง
แม้เธอจะหยุดกินไปแล้ว
.
🥕 แพทย์จึงตรวจระดับ carotene ในเลือด
ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในพืชตระกูลฟักทอง/แครอท
และสามารถให้สีเหลืองส้มได้
ผลออกมาสูงถึง 532 µg/dL
ในขณะที่ค่าปกติอยู่ประมาณ 60–200 µg/dL
ดังนั้นก็เป็นอย่างที่เธอคิดแต่แรกละ
เธอเป็นภาวะ “Carotenoderma”
หรือภาวะผิวเหลืองจากการสะสมของแคโรทีน
.
🧬 กลไกจริงๆ ไม่ซับซ้อนมาก
สารสีส้มในแครอทที่ชื่อว่า β-carotene
เป็นวัตถุดิบที่ร่างกายใช้สร้างวิตามินเอ
ปกติเมื่อดูดซึมเข้าลำไส้
เอนไซม์จะค่อยๆ เปลี่ยนมันเป็นวิตามินเอ
แล้วนำไปใช้งานต่อ
แต่ในบางคน ระบบนี้อาจทำงานได้ไม่ดีนัก
ทำให้พอกินหนักๆ แล้ว β-carotene ค้างอยู่ใน
กระแสเลือดมากกว่าปกติ
เมื่อมีมากพอ มันจะไปสะสมในผิวหนังชั้นขี้ไคล
โดยเฉพาะบริเวณที่มีชั้นผิวหนาอย่างฝ่ามือและฝ่าเท้า
จึงเกิดสีเหลืองส้มขึ้นมา
.
จริงๆ แพทย์สงสัยว่าน่าครอบครัวนี้
อาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมของยีน BCMO1
ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยน β-carotene เป็นวิตามินเอ
แต่ไม่ได้มีแล็บตรวจยืนยันต่อ
และต่อให้ตรวจก็ไม่เปลี่ยนการรักษาเท่าไหร่
.
💡 ซึ่งการที่มีความผิดปกตินี้
แม้จะหยุดกินแครอทไปนานแล้ว
สีผิวก็ยังไม่หายไปง่ายๆ เหมือนคนทั่วไป
เพราะยังคงเหลือจากของเดิมๆ อยู่
โชคดีที่ภาวะนี้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย
ไม่ได้ทำให้ตับพัง ไม่ได้ทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอ
และมักรักษาด้วยการปรับอาหารเป็นหลัก
ซึ่งแพทย์ก็เห็นตรงกับเธอ
ให้ใช้วิธีปรับอาหารต่อไป
เธอคิดว่าเป็นโรคร้ายแรงกว่านี้
แต่ถ้าเป็นแค่อันนี้ ไม่เป็นอะไร ดีลได้
.
.
📌 เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า
ผิวเหลืองไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโรคตับเสมอไป
บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรากินทุกวันค่ะ
และขอย้ำว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนเทแครอทเทฟักทองเข้าร่าง
จะต้องเหลืองส้มแบบนี้นะคะ คนทั่วไป
อาจจะต้องกินเยอะมากถึงมากที่สุด แต่ในบางคน
มีพันธุกรรมแบบรายนี้อาจเกินเยอะแบบไม่เวอร์ก็เป็นได้ค่ะ
ปล. เคส ตปท. จาก case report นะคะ
https://www.facebook.com/share/18hEyCCoAB/