‘หุ้นไทย’ เดือน มิ.ย. กับเศรษฐกิจบนทางแยก แนะ 5 หุ้นเด่นใน 3 ธีมลงทุน



'บล.กสิกรไทย' มีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อตลาดหุ้นไทยเดือน มิ.ย. จากปัจจัยบวกเศรษฐกิจในประเทศ สวนทางกับความเสี่ยงจากต่างประเทศ แนะกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้น 3 ธีมหลัก ได้แก่ เอไอ, โดเมสติกดีเฟนซีฟ และการฟื้นตัวตามวัฏจักร

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS Research Strategy ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อ ภาพรวมตลาดหุ้นไทย เดือน มิ.ย. โดยให้ให้น้ำหนักการลงทุนเน้นไปในธีมปัญญาประดิษฐ์หรือ "เอไอ" และหุ้นกลุ่มที่เน้นตลาดในประเทศหรือ "โดเมสติก" ที่มีคุณสมบัติป้องกันความเสี่ยงจาก "อัตราเงินเฟ้อ" ได้

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. ถูกมองว่าเป็น "ทางแยกสำคัญ" สำหรับตลาดหุ้น ด้านหนึ่งปัจจัยแวดล้อมภายในประเทศยังส่งสัญญาณเชิงบวก หลังจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่งเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ "จีดีพี" ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะหมดผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ขณะที่ภาคส่งออกยังขยายตัวได้ดีแม้จะต้องเผชิญกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ

การบริโภคภายในประเทศยังมีความแข็งแกร่ง จากก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลว่าดีมานด์อาจชะลอลงจากผลกระทบ "ราคาพลังงาน" ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจัยหนุนทั้งหมดนี้ส่งผลให้ตัวเลขคาดการณ์ทั้งอีพีเอส และแนวโน้มจีดีพีไทยมีทิศทางที่เป็นบวกและอาจถูกปรับเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า

ในทางกลับกัน สภาพแวดล้อมตลาดโลกยังคงมีความท้าทาย มีแรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด แต่ตลาดทุนทั่วโลกได้คาดหวังและซับข่าวดังกล่าวไปล่วงหน้าแล้ว สะท้อนจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นทั่วโลกเพื่อรับผลลัพธ์เชิงบวก

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ประเมินว่า หากการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านประสบความสำเร็จ ตลาดอาจไม่ได้ตอบรับเชิงบวกเพิ่มเติม แต่หากตกลงกันไม่ได้และความขัดแย้งยืดเยื้อต่อไป จะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงลบ

ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 4% ประกอบกับการประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางหรือเฟดของ “เควิน วอร์ช” ซึ่งต้องเฝ้าระวังว่าอาจมีส่งสัญญาณหรือทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุน

แรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐและเงินเฟ้อของไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหากราคาพลังงานทรงตัวอยู่บริเวณ 100 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อไทยอาจแตะระดับสูงสุดที่ 3-4% ในช่วงเดือน ต.ค. ปี 2569

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรวิตกกังวลมากจนเกินไป เนื่องจากตามสถิติแล้ว ในช่วงที่เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นแต่ไม่สูงเกินกว่า 4% ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มโดเมสติก เช่น การแพทย์ และกลุ่มพาณิชย์

มุมมองของ บล.กสิกรไทย เชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนในระยะข้างหน้าจะสลับหมุนเวียนเข้ามาในหุ้นกลุ่มโดเมสติกแทนกลุ่มที่เชื่อมโยงกับปัจจัยระดับโลกที่ปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากมูลค่าหุ้นยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาดขณะที่เริ่มมีปัจจัยหนุนเชิงบวกเข้ามาเสริม

จากภาพรวมดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนในเดือน มิ.ย. ปี 2569 จะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ธีม ใน 5 หุ้นเด่น ได้แก่
ธีมที่ 1 คือ ธีม AI และการเติบโตเชิงโครงสร้าง แนะนำ GULF และ COM7
 
ธีมที่ 2 คือ ธีมหุ้นดีเฟนซีฟในประเทศ พร้อมความแข็งแกร่งของกำไร และมีคุณสมบัติป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ แนะนำ CPALL และ BH
 
ธีมที่ 3 คือ ธีมการฟื้นตัวเชิงวัฏจักร ในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่สภาพอากาศร้อนขึ้น พร้อมโอกาสจากอัตราตอบแทนเงินปันผลสูง เลือก ICHI


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่