เฮ้ย! หายใจลำบากเหรอ? มาดูวิธีใช้แอปเช็ก PM 2.5 ให้เป๊ะ ไม่ต้องมโน! (พร้อมฮา)

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับลมหายใจของเราทุกคนมาคุยกันครับ! ช่วงนี้อากาศบ้านเราก็รู้ๆ กันอยู่เนอะ บางทีก็ใส บางทีก็เทาจนน่าตกใจ ยิ่งไอ้เจ้าฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 นี่แหละตัวดีเลย ทำให้เราต้องมานั่งเดาว่าวันนี้ควรกักตัวอยู่บ้าน หรือใส่หน้ากาก N95 ออกไปสู้โลกภายนอกดี



เมื่อก่อนผมเองก็เป็นพวกสายมโนครับ อาศัยการมองฟ้าเอา ถ้าฟ้าขาวๆ เหมือนโดนฟอกนี่คือ "เฮ้ย วันนี้คงแย่" แต่พอมีเมฆหน่อยก็ "เออออ วันนี้อากาศดี" ซึ่งเอาจริงๆ มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลยครับ เพราะบางทีฟ้าใสๆ ก็ไม่ได้แปลว่าฝุ่นจะไม่มี ยิ่งช่วงนี้ที่หลายคนเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ หรือภูมิแพ้กำเริบกันบ่อยๆ เนี่ย การรู้ข้อมูลที่แท้จริงมันสำคัญมากนะ ผมเลยอยากชวนทุกคนมาใช้ตัวช่วยที่ง่ายที่สุดในยุคดิจิทัลของเรา นั่นก็คือ "แอปพลิเคชันช่วยเช็กคุณภาพอากาศ" นั่นเองครับ

แล้วทำไมต้องใช้แอป? ก็เพราะแอปพวกนี้มันดึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจริงครับ ทำให้เราเห็นตัวเลขแบบเรียลไทม์เลย ไม่ต้องมานั่งลุ้นนั่งเดาให้ปอดทำงานหนักเกินไป แถมบางแอปยังมีพยากรณ์ล่วงหน้าอีกต่างหาก ทำให้เราวางแผนชีวิตได้ถูกว่าวันไหนควรออกไปวิ่ง หรือวันไหนควรนอนตีพุงดูซีรีส์อยู่บ้านพร้อมเปิดเครื่องฟอกอากาศให้ปอดทองคำของเราได้พักผ่อนบ้างครับ

ทีนี้มาถึงหัวใจหลักแล้วว่า "แล้วจะใช้แอปยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุด?" ผมขอสรุปเป็นขั้นตอนง่ายๆ สไตล์เพื่อนคุยเพื่อนให้ฟังนะครับ

ขั้นตอนที่ 1 เลือกและดาวน์โหลดแอปให้ถูกใจ

ตอนนี้มีแอปให้เลือกเยอะมากเลยครับ ทั้งของไทยและเทศ ที่ผมเห็นคนใช้กันเยอะๆ และค่อนข้างน่าเชื่อถือก็จะมี AirVisual, PM2.5 Today, หรือ Air4Thai ของทางการครับ ลองดาวน์โหลดมาเล่นดูสัก 1-2 แอปครับ เลือกที่หน้าตาอินเตอร์เฟซใช้งานง่าย ถูกจริตเราที่สุด บางคนชอบกราฟิกสวยๆ บางคนชอบข้อมูลแน่นๆ ก็จัดไปเลยครับ

ขั้นตอนที่ 2 เปิดแอปแล้วอย่าลืมให้สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง

พอเปิดแอปครั้งแรก มันมักจะเด้งข้อความขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของเราครับ "อย่ากดปฏิเสธเด็ดขาด!" นะครับ เพราะการให้สิทธิ์นี้จะทำให้แอปสามารถระบุตำแหน่งของเราและดึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่อยู่ใกล้ที่สุดมาแสดงผลได้แบบแม่นยำที่สุด ถ้าไม่ให้สิทธิ์ คุณอาจจะเห็นค่าฝุ่นของกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่คุณไปเที่ยวเชียงใหม่ก็ได้นะครับ อันนี้มันจะกลายเป็นเช็กทิพย์ไปเลยครับ



ขั้นตอนที่ 3 ทำความเข้าใจตัวเลขและสีสันต่างๆ

เมื่อแอปแสดงผลขึ้นมาแล้ว เราจะเห็นตัวเลขครับ ตัวเลขนี้คือค่า AQI (Air Quality Index) หรือบางแอปอาจจะแสดงค่า PM 2.5 โดยตรงเลยครับ ยิ่งตัวเลขน้อยยิ่งดีครับ แต่ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือ "สี" ครับ แอปส่วนใหญ่จะมีรหัสสีบอกระดับคุณภาพอากาศแบบสากลเลยครับ

   สีเขียว คุณภาพอากาศดีมาก หายใจได้เต็มปอด ไม่ต้องกังวลเลยครับ
   สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง พอไปวัดไปวาได้ แต่ถ้าใครไวต่อมลพิษก็เริ่มระวังครับ
   สีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ใครเป็นภูมิแพ้ หรือมีโรคทางเดินหายใจต้องระวังเป็นพิเศษครับ
   สีแดง คุณภาพอากาศไม่ดีต่อสุขภาพอย่างชัดเจน กลุ่มคนทั่วไปควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรงดเลยครับ
   สีม่วง/น้ำตาลแดง อันตรายมากๆ ครับ อันนี้ต้องอยู่บ้านเท่านั้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกไปข้างนอกเลยครับ



ขั้นตอนที่ 4 การดูพยากรณ์และตั้งค่าแจ้งเตือน

หลายแอปจะมีฟังก์ชันพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 2-3 วันครับ อันนี้มีประโยชน์มากๆ สำหรับการวางแผนชีวิต เช่น ถ้าพรุ่งนี้พยากรณ์ว่าฝุ่นจะเยอะ เราก็รู้แล้วว่าไม่ควรนัดเพื่อนไปวิ่งในสวนสาธารณะครับ แถมบางแอปยังตั้งค่าแจ้งเตือนได้ด้วย ถ้าค่าฝุ่นเกินระดับที่เราตั้งไว้ มันก็จะเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาทันที ทำให้เราไม่ต้องมานั่งเปิดแอปเช็กบ่อยๆ ครับ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยนะจะบอกให้!

เอาไปใช้จริงยังไงให้คุ้มค่า? (แบบฮาๆ แต่มีประโยชน์นะ)

   เช็กก่อนออกจากบ้าน เหมือนเช็กกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถแหละครับ ทำให้เราเลือกหน้ากากได้ถูก (N95 หรือหน้ากากผ้าสวยๆ) และวางแผนเส้นทางได้ด้วย บางทีขับรถเลี่ยงโซนฝุ่นเยอะๆ ได้ก็ดีครับ
   เช็กก่อนออกกำลังกาย ถ้าฝุ่นแดงแจ๋ แต่คุณยังจะไปวิ่งมาราธอนกลางแจ้ง ผมว่ามันไม่เท่หรอกครับเพื่อน มันจะกลายเป็นทรมานปอดทองคำของเราซะมากกว่า หันมาออกกำลังกายในยิม หรือเปลี่ยนเป็นเต้น TikTok อยู่บ้านแทนก็ได้ครับ
   เช็กก่อนเปิดหน้าต่าง ถ้าเห็นสีแดงขึ้นแล้วยังจะเปิดหน้าต่างให้ลมโชยเข้ามา ผมว่าคุณกำลังจะเชิญแขกไม่ได้รับเชิญชื่อ PM 2.5 เข้าบ้านนะครับ ปิดหน้าต่างแล้วเปิดเครื่องฟอกอากาศเลยครับ!
   บอกต่อเพื่อน เห็นเพื่อนกำลังจะออกไปทำกิจกรรมเสี่ยงๆ แล้วไม่รู้เรื่องฝุ่น แนะนำให้เพื่อนใช้แอปเลยครับ ช่วยเหลือกันครับ เรามันสายรอดครับ!

การใช้แอปเช็กคุณภาพอากาศและฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลยครับ แถมยังเป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่ง่ายที่สุดในยุคนี้อีกด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้เพื่อนๆ หันมาใส่ใจเรื่องลมหายใจกันมากขึ้นนะครับ เพราะปอดเรามีคู่เดียว ใช้ได้คู่เดียว ต้องดูแลดีๆ นะครับ!

ถ้าชอบบทความสไตล์นี้ อยากให้ผมมาแชร์อะไรอีก บอกมาได้เลยนะครับ ผมยินดีเสมอครับ!

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่