เกริ่นก่อนว่า เป็นคนระแวงอะไรแบบนี้มาก เคยเจอทั้งคนมาขอให้ช่วย กด ATM ให้ กดสแกนจ่ายในแอป และที่ขาดไม่ได้ตอนนี้ พวกโครงการต่างๆที่ต้องเติมเงินเพื่อจ่ายในแอป เป๋าตัง ซึ่งถ้าเจอส่วนใหญ่จะปฏิเสธหมด จะหาว่าใจดำก็เถอะ เกิดมีปัญหาขึ้นมาโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เคยเจอเคสคุณยายไปโวยธนาคารว่าเงินหายออกจากบัญชี ยายโวยวายไปทั่วโทษคนแปลกหน้า โทษธนาคาร พอเช็คบัญชีปลายทางสรุปหลานแอบโอนเงินออกไปเอง จริงๆอย่างอื่นถ้าช่วยได้ก็ช่วยนะ เช่นโทรศัพท์หาลูกหลานให้ ช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ อะไรอย่างนี้ จนกระทั่ง..
วันนี้ เราไปซื้อของกินแถวๆที่ทำงาน มีคนป้าคนนึงยืนงงๆจะสแกนจ่าย โครงการไทยช่วยไทย แล้วยอดเงินแกไม่พอและต้องเติมเงินเข้าเป๋าตังค์ก่อน แกเลยหันมาขอความช่วยเหลือจากเรา ตอนแรกเราก็ว่าจะปฏิเสธแล้ว กะจะเนียนๆไปซื้อร้านอื่น แต่ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจ แว๊ปขึ้นมาทำให้ใจอ่อน คิดว่าถ้าป้าคนนี้เป็นแม่เราล่ะ เขาก็คงเงอะๆงะๆแบบนี้ แล้วถ้าเราไม่ช่วย ใครแถวนั้นก็ไม่มีวี่แววจะสนใจแกเลย แม้กระทั่งคนขาย เลยตัดสินใจช่วย โดยตอนแรกก็บอกไปทีละขั้น แต่ก็เข้าใจว่าแกคงไม่เข้าใจเลย เลยชี้ให้แกจิ้มทีละstep แต่ตอนที่แกใส่รหัสก็ให้แกใส่เอง เราหันหน้าไปทางอื่น แกเติมจากในNext ใส่จำนวนเงิน แล้วก่อนโอนเราก็บอกว่า ป้าดูก่อนนะ ใช่ชื่อ ป้ามั้ย ป้าบอกใช่ อะ ก็กดโอน แต่พอมาดูในเป๋าตังค์ เงินไม่เข้า (เราก็คิดในใจ นั่นไง ซวยละ ) สรุป ใน next ของป้าตั้ง favourite บช.วอลเลท ของหลานเอาไว้ ที่โอนไป เข้าวอลเลทหลาน (เวรกรรม แล้วตอนแรกบอกใช่ชื่อตัวเอง) เลยบอกป้าให้ copy วอลเลทในเป๋าตังค์ แล้วเติมใหม่ ใน บช.วอลเลท ตัวเอง ถึงเข้าและสแกนได้
ความพีคอยู่ตรงที่พอป้าจ่ายเสร็จ เจ้าของร้านพูดว่า เนี่ยนะพี่อะก็กะจะทำให้แหละ แต่ก็กลัวมีปัญหา เมื่อเช้าก็ทำให้อีกคนแล้วลูกหลานเขามาด่า พี่เลยไม่อยากยุ่ง หนูเป็นคนใจดีนะเนี่ย ด้วยความหมั่นไส้หน่อยๆ เราก็เลยสวนไปว่า งั้นพี่ก็สบายใจได้แล้วนะ เงินพี่ก็ได้ แถมลูกหลานเค้าก็คงมาด่าหนูแทน ชีเลยบอกว่า ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายความหยั่งนั้น
แต่กลับมาคิดวันนี้ทั้งวัน เจ้าของร้านเขาก็ทำถูกแล้วนะ มีแต่เราที่โง่เอง หาเรื่องให้ตัวเองลำบาก เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ อีก นี่แหละผลของคนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง เวลาฟังเรื่องเล่า คนที่ต้องรับสภาพหนี้เพราะไปค้ำคนอื่น คนที่ให้เพื่อนยืมเงินจนครอบครัวลำบาก คนที่โดนหลอกเอาชื่อไปกู้เงินจนชีวิตพัง คนที่โดนหลอกขายคอร์สความงามตามห้าง ก็จะคิดตลอดว่าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด พยายามเล่นโซเชียลน้อย คบเพื่อนน้อย เพื่อป้องกันโอกาสการเจอปัญหาอะไรแบบนี้ สุดท้ายมันยังหลุด เลยปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าหลังจากนี้จะเจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีก จะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด ถึงใครจะว่าใจดำก็ไม่สน เพราะไม่คุ้มค่ากับความสบายใจที่เสียไป ใครมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้ มาแชร์กันค่ะ หรือในมุม ลูกหลาน ที่มี สว. อยู่ในบ้านมีวิธีการช่วยดูแล บริหารจัดการเรื่อง พวกแอปจ่ายเงิน ยังไงกันบ้างคะ
เวลาเจอผู้สูงอายุมาขอให้ช่วยเหลือเรื่องการทำธุรกรรมการเงิน เช่น กดATM สแกน/เติมเงิน เราควรเข้าไปช่วยหรือไม่?
วันนี้ เราไปซื้อของกินแถวๆที่ทำงาน มีคนป้าคนนึงยืนงงๆจะสแกนจ่าย โครงการไทยช่วยไทย แล้วยอดเงินแกไม่พอและต้องเติมเงินเข้าเป๋าตังค์ก่อน แกเลยหันมาขอความช่วยเหลือจากเรา ตอนแรกเราก็ว่าจะปฏิเสธแล้ว กะจะเนียนๆไปซื้อร้านอื่น แต่ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจ แว๊ปขึ้นมาทำให้ใจอ่อน คิดว่าถ้าป้าคนนี้เป็นแม่เราล่ะ เขาก็คงเงอะๆงะๆแบบนี้ แล้วถ้าเราไม่ช่วย ใครแถวนั้นก็ไม่มีวี่แววจะสนใจแกเลย แม้กระทั่งคนขาย เลยตัดสินใจช่วย โดยตอนแรกก็บอกไปทีละขั้น แต่ก็เข้าใจว่าแกคงไม่เข้าใจเลย เลยชี้ให้แกจิ้มทีละstep แต่ตอนที่แกใส่รหัสก็ให้แกใส่เอง เราหันหน้าไปทางอื่น แกเติมจากในNext ใส่จำนวนเงิน แล้วก่อนโอนเราก็บอกว่า ป้าดูก่อนนะ ใช่ชื่อ ป้ามั้ย ป้าบอกใช่ อะ ก็กดโอน แต่พอมาดูในเป๋าตังค์ เงินไม่เข้า (เราก็คิดในใจ นั่นไง ซวยละ ) สรุป ใน next ของป้าตั้ง favourite บช.วอลเลท ของหลานเอาไว้ ที่โอนไป เข้าวอลเลทหลาน (เวรกรรม แล้วตอนแรกบอกใช่ชื่อตัวเอง) เลยบอกป้าให้ copy วอลเลทในเป๋าตังค์ แล้วเติมใหม่ ใน บช.วอลเลท ตัวเอง ถึงเข้าและสแกนได้
ความพีคอยู่ตรงที่พอป้าจ่ายเสร็จ เจ้าของร้านพูดว่า เนี่ยนะพี่อะก็กะจะทำให้แหละ แต่ก็กลัวมีปัญหา เมื่อเช้าก็ทำให้อีกคนแล้วลูกหลานเขามาด่า พี่เลยไม่อยากยุ่ง หนูเป็นคนใจดีนะเนี่ย ด้วยความหมั่นไส้หน่อยๆ เราก็เลยสวนไปว่า งั้นพี่ก็สบายใจได้แล้วนะ เงินพี่ก็ได้ แถมลูกหลานเค้าก็คงมาด่าหนูแทน ชีเลยบอกว่า ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายความหยั่งนั้น
แต่กลับมาคิดวันนี้ทั้งวัน เจ้าของร้านเขาก็ทำถูกแล้วนะ มีแต่เราที่โง่เอง หาเรื่องให้ตัวเองลำบาก เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ อีก นี่แหละผลของคนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง เวลาฟังเรื่องเล่า คนที่ต้องรับสภาพหนี้เพราะไปค้ำคนอื่น คนที่ให้เพื่อนยืมเงินจนครอบครัวลำบาก คนที่โดนหลอกเอาชื่อไปกู้เงินจนชีวิตพัง คนที่โดนหลอกขายคอร์สความงามตามห้าง ก็จะคิดตลอดว่าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด พยายามเล่นโซเชียลน้อย คบเพื่อนน้อย เพื่อป้องกันโอกาสการเจอปัญหาอะไรแบบนี้ สุดท้ายมันยังหลุด เลยปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าหลังจากนี้จะเจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีก จะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด ถึงใครจะว่าใจดำก็ไม่สน เพราะไม่คุ้มค่ากับความสบายใจที่เสียไป ใครมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้ มาแชร์กันค่ะ หรือในมุม ลูกหลาน ที่มี สว. อยู่ในบ้านมีวิธีการช่วยดูแล บริหารจัดการเรื่อง พวกแอปจ่ายเงิน ยังไงกันบ้างคะ