จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น
⠀
ย้อนกลับไปปี 2015 ญี่ปุ่นเกือบจะชนะประมูล "รถไฟความเร็วสูงอินโดนีเซีย" (สาย

จาการ์ตา-บันดุง) อยู่แล้ว แต่สุดท้ายอินโดนีเซียกลับเลือก "จีน" เพราะจีนเสนอเงื่อนไขว่า “ไม่ต้องใช้ค้ำประกันจากรัฐบาลและไม่ต้องใช้งบหลวง” ทำเอาคนญี่ปุ่นตอนนั้นเจ็บใจและมองว่าอินโดนีเซียเลือกข้างจีนไปแล้ว
⠀
แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน (ปี 2026) กลายเป็นว่า "จีนกำลังกระอักเลือด และญี่ปุ่นอาจคิดถูกแล้วที่ไม่ต้องขายรถไฟความเร็วสูงให้!"
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png[/img] เกิดอะไรขึ้น?
จีนส่งหนังสือประท้วงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย!
หอการค้าจีนในอินโดนีเซีย (ซึ่งมีรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนอยู่เบื้องหลัง) ได้ร่อนจดหมายตรงถึง ประธานาธิบดีปราโบโว เพื่อประท้วงอย่างรุนแรงว่า "นโยบายอินโดนีเซียไร้ความเสถียร ขูดรีด และคอร์รัปชัน!" โดยมีปัญหาหลักๆ คือ:
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] ขึ้นภาษีและค่าธรรมเนียม มหาศาล
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] คุมเข้มการขนเงินตราต่างประเทศ ออกนอกประเทศ
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] หักดิบตัดโควตาขุดแร่ "นิกเกิล" ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำแบตเตอรี่ EV ของจีน
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษและอุตสาหกรรม EV ที่จีนลงทุนไว้
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png[/img] แผนการของจีนพังทลาย: โดนตลบหลังมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท!
สำหรับจีนแล้ว โครงการรถไฟความเร็วสูง (มูลค่าประมาณ 7,300 ล้านดอลลาร์) เป็นแค่ "หน้าตาทางการเมือง" เท่านั้น แต่ "ของจริง" ที่จีนหวังฮุบคือ อุตสาหกรรมนิกเกิล ที่จีนทุ่มเงินลงทุนไปมากกว่ารถไฟถึง 5 เท่า! (มูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.78 ล้านล้านเยน)
⠀
แต่รัฐบาลอินโดนีเซียชุดใหม่กลับใช้โยบาย "ทรัพยากรชาตินิยม" โดยประธานาธิบดีปราโบโวประกาศกร้าวกลางสภาว่า:
⠀
"ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของพวกเรา เราจะเป็นคนกำหนดราคาเอง ถ้าต่างชาติไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อ เราจะเก็บไว้ใต้ดินให้ลูกหลานเรา!"
⠀
เรียกได้ว่าเป็นการ "เตะตัดขา" ดึงปลั๊กแผนควบคุมซัพพลายเชน EV ของจีนจนหน้าหงาย และทำลาย "หน้าตา" ของสีจิ้นผิงอย่างสิ้นเชิง แต่อินโดนีเซียก็ไม่สน แถมยังบินไปปักกิ่งเพื่อขอเลื่อนจ่ายหนี้รถไฟความเร็วสูงและขอลดดอกเบี้ยหน้าตาเฉย!
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png[/img] มุมมองต่ออินโดนีเซีย: ประเทศที่ "เน้นผลประโยชน์ตัวเอง" เป็นหลัก
บทความชี้ให้เห็นว่า อินโดนีเซียไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างแท้จริง ทั้งญี่ปุ่น (ในอดีต) และจีน (ในปัจจุบัน) ต่างก็เป็นเพียง "เครื่องมือทำเงิน" ของอินโดนีเซียเท่านั้น นโยบายต่างประเทศของเขาพร้อมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอดเวลาตามผลประโยชน์ของชาติตัวเอง
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png[/img] สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องตระหนักและก้าวต่อไป
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] บทเรียนราคาแพง: จีนโดนตลบหลังครั้งนี้ พิสูจน์แล้วว่าการที่ญี่ปุ่นไม่ได้งานรถไฟความเร็วสูงในวันนั้น อาจเป็นเรื่องดีที่ทำให้รอดพ้นจาก "ระเบิดเวลา" ทางการเงินในวันนี้
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] พลังเงียบของญี่ปุ่น: แม้จีนจะลงทุนหวือหวา แต่ญี่ปุ่นคือผู้สร้างงานให้คนอินโดนีเซียถึง 6 ล้านตำแหน่ง (ขณะที่จีนอ้างว่าสร้างแค่ 4 แสนตำแหน่ง) ญี่ปุ่นจึงควรกล้าต่อรองและรักษาผลประโยชน์ของตัวเองให้มากกว่านี้
⠀
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4c/1/16/25aa.png[/img] จุดบอดของญี่ปุ่นตอนนี้: ปัจจุบันตำแหน่ง "ทูตญี่ปุ่นประจำอินโดนีเซีย" ว่างเว้นมานานกว่า 8 เดือนแล้ว (ส่งผลให้การทูตเชิงรุกทำได้ยาก) บทความทิ้งท้ายว่า นายกฯ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่นควรรีบแต่งตั้งทูตคนใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อรับมือกับประเทศที่ "เขี้ยวลากดิน" อย่างอินโดนีเซียให้ทันเกมจีน
⠀⠀
ทำไมรู้สึกได้ว่า ทำตัวไม่ดี แต่ก็ไม่เลวนะ เมื่ออินโดนีเซียตลบหลังจีน (และทำไมญี่ปุ่นถึงรอดตัว!)