Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
เรื่องย่อ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
เฟรน ทำงานอยู่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง กำลังเผชิญหน้ากับการชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยตามสภาพพนักงานออฟฟิศทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับมือสถานการณ์ขาดงานซ้ำ ๆ โดยไม่แจ้งล่วงหน้าของจูน รวมทั้งการมองหาพนังกานใหม่เพื่อมาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงไป ในเวลาเดียวกัน หมอก็แนะนำให้เธอลดละความเครียด เพราะเธอกำลังอุ้มท้องอีกชีวิตอยู่ในครรภ์
แต่ชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวกลับค่อย ๆ กลินกินเธอไปทีละน้อย โดยเฉพาะการดำรงชีวิตคู่กับ เธม ที่เขาพยายามที่จะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องคอยแบกรับในทุกทิศทาง ในสังคมที่พบว่าค่าความเป็นคนถูกบั่นทอนลงเรื่อย ๆ ดังนั้นการอุ้มชีวิตใหม่กับการฝันถึงอนาคต อาจเป็นเพียงแรงปรารถนาที่ขัดแย้งกันสุดขั้วที่เกิดขึ้นภายในแนวคิดของเฟรน
บอกเลยว่า เป็นคนที่ไม่ชอบหนังสายรางวัล และสไตล์ผู้กำกับคนนี้ ที่หลายๆคนบอกว่า เขามาสายนี้จริงๆ แต่เห็นเรื่องนี้ โปรโมทมาเป็นแนวออฟฟิศ ก็คงคิดว่า คงไม่ต้องคิดเยอะมาก อาจจะดูง่ายก็ได้นะ เลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู อาจจะชอบหรือรักเรื่องนี้ และเป็นFCของพี่เต๋อก็ได้
ความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบ
เป็นหนังที่ดูแล้วเหนื่อย เหนื่อยในการตีความ เพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของหนัง ยิ่งมาเจอความหม่นของหนัง ความตรึงเครียดของตัวละครเฟรน ที่เหมือนอมทุกข์ตลอดเวลา มันยังดูแล้วเหนื่อยเข้าไปใหญ่
ถ้าชีวิตยังเหนื่อยไม่พอ แนะนำไปดูหนังเรื่องนี้ก่อน
ส่วนตัวหนังไม่ได้ดูแล้วกดดัน อึดอัด เครียดอะไรขนาดนั้น อย่างที่หลายๆรีวิวเครมๆกันมา
แต่ดูแล้วเหนื่อยมากกว่า
เข้าใจ แต่เข้าไม่ถึง ตัวอย่างหนังโปรโมทว่าเป็นพนักงานใหม่ คนดูคาดหวังจะได้เห็นชีวิตการทำงาน สุดท้ายหนังไปโฟกัสที่ชีวิตHRแทน เข้าใจว่าจริงๆแล้ว ผกก.ต้องการสื่อจริงๆ น่าจะเป็นพนักงานใหม่บนโลกใบนี้มากกว่า มันเป็นหนังที่เหมาะกับคนที่ดูแล้วมองลึกๆตีความรอบด้านไปไกลจริงๆหรือสายหนังอาร์ต เตรียมใจอยู่แล้ว ว่าผกก.คนนี้ ต้องเล่าแนวนี้ แต่ที่ไม่ได้เตรียมใจคือ ไม่คิดว่าหนังจะไปโฟกัสอย่างอื่นแทน และส่วนตัวมองว่า หนังมันไม่ได้กดดันอะไรขนาดนั้นหรือดูแล้วซึมเศร้า แค่ดูแล้วหม่นๆดาร์คๆเฉยๆ ตอนจบคือแบบทุกคนมองหน้ากัน นี่จบจริงๆ? แต่ก็เข้าใจแหละ หนังสายรางวัล มันก็ต้องตัดจบแบบนี้
แต่หนังแฝงนัยยะ แง่คิดเกี่ยวกับสังคมในปัจจุบัน เรื่องรอบตัวและใกล้ตัว ให้เราได้ตั้งคำถาม ฉุกคิด และตีความถึงเรื่องต่างๆได้ดี
เป็นหนังที่ดูยาก และไม่เหมาะกับสายดูหนังบันเทิง แต่ก็ไม่น่าเบื่อ นักแสดงเล่นดีมาก โดยเฉพาะเฟรน สีหน้าคืออึดอัด และถ่ายทอดความกดดันออกมาได้ดี ถ้าใครชอบผู้กำกับคนนี้ ก็ดูเลย แต่ถ้าไม่ใช่แนวนี้ ก็เบรคก่อน หนังไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ข้อด้อยและส่วนที่ไม่ชอบ
เป็นหนังที่ดูแล้วเหนื่อย และค่อนข้างย่อยยากมาก
แถมยังดูยาก เพราะหนังต้องอาศัยการตีความเยอะมาก แฝงนัยยะ และการอุปมาอุปไมย
ในส่วนของตัวละครอื่นๆ หนังก็ไม่ได้โฟกัสหรือให้ความสำคัญมากนัก อย่างเช่น บอสหรือพนักงานใหม่ เขาเป็นคนยังไง ทำไมคนถึงออก ถูกเล่าผ่านแค่ข้อความเพียงเท่านั้น น่าเสียดายที่หนังไปโฟกัสและให้น้ำหนักกับคู่หลักมากเกินไป และบางครั้ง
หนังไม่ได้เล่าชีวิตการทำงาน ดูเหมือนเล่าชีวิตประจำวันมากกว่า ฉากวิ่งๆใส่มาอะไรบ่อยขนาดนั้น งง ใครรู้หรือตีความไปทางไหนกับฉากนี้บอกที
ปล. หนังไม่มีดนตรีประกอบใดๆ เพื่อบิ้วท์ เสียงจากรอบๆข้าง คือเสียงประกอบของเรื่องนี้ และเสียงมาก่อนภาพ และภาพมาก่อนเสียง รวมถึงแช่เฟรมนานมาก ไม่ต้องตกใจว่าเครื่องฉายเสีย
สำหรับคะแนนความชอบ ขอให้ไว้แค่ 5/10 คะแนน
อาจจะไม่ถูกจริตกับหนังแนวนี้ และสไตล์ของพี่เต๋อแกจริงๆ ครั้งที่2 และครั้งสุดท้าย (ครั้งแรกFast และอาจจะมีดูผ่านๆบ้างเรื่องอื่น แต่ไม่จบ)
หนังอาจจะไม่ได้ทำมาเพื่อเรา
เข้าใจที่หนังต้องการสื่อถึงบทบาทพนักงานใหม่ ในเชิงอุปมาอุปไมยด้วย นอกจากการนำเสนอตรงๆ
ของพนักงานใหม่ที่มาสมัครงาน รวมไปถึงพนักงานใหม่บนโลกใบนี้ หมายถึงลูกของเฟรนที่กำลังจะเกิดมา เฟรนก็เป็นพนักงานใหม่ที่ชื่อว่าแม่เช่นกัน ส่วนเทมก็เรียนรู้ที่จะเป็นพนักงานใหม่ในด้านเทาๆ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ชอบอะไรผิดๆแนวนี้ เช่นเรื่องการขับรถในหนัง แต่สุดท้ายแล้ว ก็เป็นแบบในหนังที่จะสื่อในช่วงท้าย
เข้าใจที่หนังจะสื่อ มันต้องตีความ และใช้พลังงานในการดูเยอะมาก แต่ก็เข้าไม่ถึงหนังของพี่เต๋อแกอยู่ดี เข้าไม่ถึง และไม่ถูกจริต แค่ใช้ชีวิตก็เหนื่อย ยังต้องมาเหนื่อยในการดูหนังอีก เรื่องนี้คงไม่ตอบโจทย์ หนังรางวัลที่ดูแล้วเหนื่อยเกิน ดูยากแบบนี้ขอผ่าน ถ้าหนังรางวัลชอบดูแนวสุนทรีอย่างพวกPoor Things อะไรแบบนี้มากกว่า มีอะไรให้ขบคิด แต่ก็ไม่ดูแล้วรู้สึกว่าเหนื่อยแบบแนวนี้
ใครที่ไปดูมาแล้ว คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง มาแชร์กัน
https://www.facebook.com/MouthMoyMovie
Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) (5/10) l ถ้าชีวิตยังเหนื่อยไม่พอ แนะนำไปดูหนังเรื่องนี้ก่อน (สปอยล์)
เรื่องย่อ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
เฟรน ทำงานอยู่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง กำลังเผชิญหน้ากับการชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยตามสภาพพนักงานออฟฟิศทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับมือสถานการณ์ขาดงานซ้ำ ๆ โดยไม่แจ้งล่วงหน้าของจูน รวมทั้งการมองหาพนังกานใหม่เพื่อมาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงไป ในเวลาเดียวกัน หมอก็แนะนำให้เธอลดละความเครียด เพราะเธอกำลังอุ้มท้องอีกชีวิตอยู่ในครรภ์
แต่ชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวกลับค่อย ๆ กลินกินเธอไปทีละน้อย โดยเฉพาะการดำรงชีวิตคู่กับ เธม ที่เขาพยายามที่จะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องคอยแบกรับในทุกทิศทาง ในสังคมที่พบว่าค่าความเป็นคนถูกบั่นทอนลงเรื่อย ๆ ดังนั้นการอุ้มชีวิตใหม่กับการฝันถึงอนาคต อาจเป็นเพียงแรงปรารถนาที่ขัดแย้งกันสุดขั้วที่เกิดขึ้นภายในแนวคิดของเฟรน
บอกเลยว่า เป็นคนที่ไม่ชอบหนังสายรางวัล และสไตล์ผู้กำกับคนนี้ ที่หลายๆคนบอกว่า เขามาสายนี้จริงๆ แต่เห็นเรื่องนี้ โปรโมทมาเป็นแนวออฟฟิศ ก็คงคิดว่า คงไม่ต้องคิดเยอะมาก อาจจะดูง่ายก็ได้นะ เลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู อาจจะชอบหรือรักเรื่องนี้ และเป็นFCของพี่เต๋อก็ได้
ความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบ
เป็นหนังที่ดูแล้วเหนื่อย เหนื่อยในการตีความ เพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของหนัง ยิ่งมาเจอความหม่นของหนัง ความตรึงเครียดของตัวละครเฟรน ที่เหมือนอมทุกข์ตลอดเวลา มันยังดูแล้วเหนื่อยเข้าไปใหญ่
ถ้าชีวิตยังเหนื่อยไม่พอ แนะนำไปดูหนังเรื่องนี้ก่อน
ส่วนตัวหนังไม่ได้ดูแล้วกดดัน อึดอัด เครียดอะไรขนาดนั้น อย่างที่หลายๆรีวิวเครมๆกันมา
แต่ดูแล้วเหนื่อยมากกว่า
เข้าใจ แต่เข้าไม่ถึง ตัวอย่างหนังโปรโมทว่าเป็นพนักงานใหม่ คนดูคาดหวังจะได้เห็นชีวิตการทำงาน สุดท้ายหนังไปโฟกัสที่ชีวิตHRแทน เข้าใจว่าจริงๆแล้ว ผกก.ต้องการสื่อจริงๆ น่าจะเป็นพนักงานใหม่บนโลกใบนี้มากกว่า มันเป็นหนังที่เหมาะกับคนที่ดูแล้วมองลึกๆตีความรอบด้านไปไกลจริงๆหรือสายหนังอาร์ต เตรียมใจอยู่แล้ว ว่าผกก.คนนี้ ต้องเล่าแนวนี้ แต่ที่ไม่ได้เตรียมใจคือ ไม่คิดว่าหนังจะไปโฟกัสอย่างอื่นแทน และส่วนตัวมองว่า หนังมันไม่ได้กดดันอะไรขนาดนั้นหรือดูแล้วซึมเศร้า แค่ดูแล้วหม่นๆดาร์คๆเฉยๆ ตอนจบคือแบบทุกคนมองหน้ากัน นี่จบจริงๆ? แต่ก็เข้าใจแหละ หนังสายรางวัล มันก็ต้องตัดจบแบบนี้
แต่หนังแฝงนัยยะ แง่คิดเกี่ยวกับสังคมในปัจจุบัน เรื่องรอบตัวและใกล้ตัว ให้เราได้ตั้งคำถาม ฉุกคิด และตีความถึงเรื่องต่างๆได้ดี
เป็นหนังที่ดูยาก และไม่เหมาะกับสายดูหนังบันเทิง แต่ก็ไม่น่าเบื่อ นักแสดงเล่นดีมาก โดยเฉพาะเฟรน สีหน้าคืออึดอัด และถ่ายทอดความกดดันออกมาได้ดี ถ้าใครชอบผู้กำกับคนนี้ ก็ดูเลย แต่ถ้าไม่ใช่แนวนี้ ก็เบรคก่อน หนังไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ข้อด้อยและส่วนที่ไม่ชอบ
เป็นหนังที่ดูแล้วเหนื่อย และค่อนข้างย่อยยากมาก
แถมยังดูยาก เพราะหนังต้องอาศัยการตีความเยอะมาก แฝงนัยยะ และการอุปมาอุปไมย
ในส่วนของตัวละครอื่นๆ หนังก็ไม่ได้โฟกัสหรือให้ความสำคัญมากนัก อย่างเช่น บอสหรือพนักงานใหม่ เขาเป็นคนยังไง ทำไมคนถึงออก ถูกเล่าผ่านแค่ข้อความเพียงเท่านั้น น่าเสียดายที่หนังไปโฟกัสและให้น้ำหนักกับคู่หลักมากเกินไป และบางครั้ง
หนังไม่ได้เล่าชีวิตการทำงาน ดูเหมือนเล่าชีวิตประจำวันมากกว่า ฉากวิ่งๆใส่มาอะไรบ่อยขนาดนั้น งง ใครรู้หรือตีความไปทางไหนกับฉากนี้บอกที
ปล. หนังไม่มีดนตรีประกอบใดๆ เพื่อบิ้วท์ เสียงจากรอบๆข้าง คือเสียงประกอบของเรื่องนี้ และเสียงมาก่อนภาพ และภาพมาก่อนเสียง รวมถึงแช่เฟรมนานมาก ไม่ต้องตกใจว่าเครื่องฉายเสีย
สำหรับคะแนนความชอบ ขอให้ไว้แค่ 5/10 คะแนน
อาจจะไม่ถูกจริตกับหนังแนวนี้ และสไตล์ของพี่เต๋อแกจริงๆ ครั้งที่2 และครั้งสุดท้าย (ครั้งแรกFast และอาจจะมีดูผ่านๆบ้างเรื่องอื่น แต่ไม่จบ)
หนังอาจจะไม่ได้ทำมาเพื่อเรา
เข้าใจที่หนังต้องการสื่อถึงบทบาทพนักงานใหม่ ในเชิงอุปมาอุปไมยด้วย นอกจากการนำเสนอตรงๆ
ของพนักงานใหม่ที่มาสมัครงาน รวมไปถึงพนักงานใหม่บนโลกใบนี้ หมายถึงลูกของเฟรนที่กำลังจะเกิดมา เฟรนก็เป็นพนักงานใหม่ที่ชื่อว่าแม่เช่นกัน ส่วนเทมก็เรียนรู้ที่จะเป็นพนักงานใหม่ในด้านเทาๆ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ชอบอะไรผิดๆแนวนี้ เช่นเรื่องการขับรถในหนัง แต่สุดท้ายแล้ว ก็เป็นแบบในหนังที่จะสื่อในช่วงท้าย
เข้าใจที่หนังจะสื่อ มันต้องตีความ และใช้พลังงานในการดูเยอะมาก แต่ก็เข้าไม่ถึงหนังของพี่เต๋อแกอยู่ดี เข้าไม่ถึง และไม่ถูกจริต แค่ใช้ชีวิตก็เหนื่อย ยังต้องมาเหนื่อยในการดูหนังอีก เรื่องนี้คงไม่ตอบโจทย์ หนังรางวัลที่ดูแล้วเหนื่อยเกิน ดูยากแบบนี้ขอผ่าน ถ้าหนังรางวัลชอบดูแนวสุนทรีอย่างพวกPoor Things อะไรแบบนี้มากกว่า มีอะไรให้ขบคิด แต่ก็ไม่ดูแล้วรู้สึกว่าเหนื่อยแบบแนวนี้
ใครที่ไปดูมาแล้ว คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง มาแชร์กัน
https://www.facebook.com/MouthMoyMovie