เลยเถิดแล้วครับ .... เล็งภาษีย้อนหลัง หากตรวจพบว่าลูกใช้สิทธิลดหย่อน แต่ไม่พบหลักฐานเลี้ยงดู



https://www.facebook.com/share/p/1EexsoHqGk/
https://www.facebook.com/watch/?v=999000212679034

เล็งภาษีย้อนหลัง! ‘ปลัดคลัง’ ยืนยัน พ่อ-แม่ ถูกตัดสิทธิ ‘บัตรสวัสดิการฯ’ เพราะลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ยื่นอุทธรณ์ได้ หากลูกไม่เลี้ยงดู ถ้าผลการอุทธรณ์ลูกไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง พ่อแม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ คืน แต่ลูกจะสูญเสียสิทธิหักลดหย่อนภาษี อาจถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

----------------------------

วันที่ 5 มิ.ย.69 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของหลักเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ที่ระบุว่า พ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีเงินได้ จะโดยตัดสิทธิ ซึ่งอาจเป็นการลงโทษผู้ที่ดูแลบุพการีว่า การทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ขาดผู้ดูแลอย่างแท้จริงเท่านั้น สิ่งที่กระทรวงการคลัง และรัฐบาลตั้งใจทำตอนนี้ คือ การให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนที่จนที่สุดจริง ๆ ไม่มีใครดูแล อยู่คนเดียว ดังนั้นกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการเดิม และมีลูกหลานดูแลอยู่จากการเอาสิทธิพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ก็เป็นการยืนยันแล้วว่าคน ๆ นั้นมีคนดูแลอยู่ ซึ่งสิทธิการหักลดหย่อนภาษี 30,000 บาทต่อปีตรงนี้ เท่ากับลูกดูแลพ่อหรือแม่ 2,500 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งมากกว่า 300 บาทที่ได้รับจากรัฐบาลให้เยอะ ตรงนี้คือหลักที่ถูกนำมาพิจารณา
ส่วนประเด็นที่ลูกเอาสิทธิพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษีแล้วไม่ดูแล จนทำให้ถูกตัดสิทธิจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น พ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยยืนยันว่า กระทรวงการคลังมีระบบข้อมูลที่สามารถเช็คได้ทั้งหมดว่า ลูกมีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วได้มีการดูแลพ่อแม่จริง ๆ หรือไม่ ตรงนี้เป็นการดำเนินการแบบตรงไปตรงมาที่สุด โดยการพิจารณาจะใช้เกณฑ์การยื่นภาษีของปีที่ผ่านมาแล้ว เพื่อไม่ให้โอกาสใครไปแต่งตัวเลขเพื่อทำให้เข้าเกณฑ์ของโครงการ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตือนว่ากรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริง อาจเข้าข่ายการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อประโยชน์ทางภาษี ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่ถูกตัดสิทธิและเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น กรณีบุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ให้การดูแลจริง สามารถยื่นอุทธรณ์ได้หลังจากประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยจะเปิดรับคำอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม
หากผลการอุทธรณ์เป็นไปตามข้อเท็จจริง ผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน แต่บุตรจะสูญเสียสิทธิการหักลดหย่อนภาษีดังกล่าว และอาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง
“ผู้ที่นำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษีเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่ได้ดูแลจริง ไม่เพียงเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี แต่ยังส่งผลให้พ่อแม่เสียโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐด้วย“
ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า “ขณะนี้ได้สั่งให้กรมสรรพากรไปเร่งสรุปรายละเอียดตัวเลขการยื่นลดหย่อนภาษี แต่เชื่อว่าจะมีคนที่หลุดจากโครงการบัตรสวัสดิการจากเกณฑ์นี้น้อยมาก โดยมองว่า วันนี้ควรเป็นการหารือกันว่าวิธีคิดนี้ถูกหรือผิด ไม่ใช่จำนวนคนที่จะถูกตัดออกจากเกณฑ์นี้ว่ามีมากหรือน้อยเท่าไหร่ เราไม่ได้พูดกันตรงนี้ กระทรวงการคลังยืนยันความคิดว่าสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับเกณฑ์นี้เรามองอย่างไร หากได้ตัวเลขจากกรมสรรพากรมาแล้ว ก็จะรู้ในเบื้องต้นว่าจะมีกี่คนที่หลุดจากโครงการนี้ ด้วยเกณฑ์นี้ ซึ่งปัจจุบันมี 13.18 ล้านคน ส่วนกรณีที่ลูกสมัครใจไม่เอาพ่อแม่มาลดหย่อนภาษี และพ่อแม่ของกลุ่มนี้เข้าเกณฑ์ของโครงการทั้งหมด ก็จะได้รับสิทธิตามโครงการ ส่วนลูกที่เอาพ่อแม่มาหักภาษีแล้วไม่กลับไปดูแล แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่า ‘ลูกอกตัญญูของจริง’ เอาสิทธิพ่อแม่มาใช้แล้วไม่ดูแล”
โดยยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมมีแรงต้านท้าน แรงเสียดทานแน่นอน แต่อยากให้พูดกันด้วยเหตุผล และแต่ละคนต้องการสวัสดิการจากรัฐบาลไม่เหมือนกัน ถ้าวันนี้เราเปลี่ยนแปลง แยกให้ชัดเจน รัฐบาลก็สามารถเซฟเงินที่ใช้ตรงนี้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าเราไม่ได้มีงบประมาณเยอะแบบใช้ได้ไม่จำกัด เรามีงบประมาณอยู่จำกัด การใช้จ่ายจึงต้องถูกต้อง แม่นยำ ตรงตามวัตถุประสงค์และต้องโปร่งใส วันนี้เราทำได้ ก็ถือเป็นการใช้เงินแผ่นดินอย่างคุ้มค่า ส่วนประเด็นดราม่าต่าง ๆ อยากจะขอว่าอย่าดราม่ากันเลย ถ้าคนที่ลูกดูแลอยู่แล้วก็อยากให้ไปใช้สิทธิส่วนอื่นที่เหมาะสมมากกว่า รัฐบาลพร้อมดูแลอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจจะหลุดจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรงนี้รัฐบาลมีมาตรการดูแลแน่นอน ขึ้นอยู่ว่าเป็นมาตรการแบบไหน กำลังพิจารณาอยู่ โดยยอมรับว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีความเป็นไปได้สูงมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่