สำรวจราคาอาหารย่านกลางกรุงสีลม-สุรวงศ์ 15 ปี 5 รัฐบาล แพงขึ้น 110% จากจานละ 31 เป็น 65 บาท สวนทางเศรษฐกิจฝืดเคือง



ในภาวะค่าครองชีพสูงเป็นเงาตามตัว “ข้าวแกง” ย่านสตรีตฟู้ดและแหล่งงาน กลายเป็นอาหารยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนและคนหาเช้ากินค่ำ
แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกสะเก็ด แปรปรวน ป่วนต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในปัจจุบัน อาจจะส่งผลต่อราคาข้าวแกงที่ต้องขยับราคาตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ได้ทำการสำรวจราคาข้าวแกงในพื้นที่ “สีลม-สุรวงศ์” ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจของประเทศไทย และมีคนทำงานในสำนักงานเป็นจำนวนมาก โดยได้สำรวจมาตั้งแต่ปี 2555

โดยระบุว่า ราคาอาหารยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ (2555-2557) เพิ่มปีละ 5.2% ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ (2557-2566) เพิ่มปีละ 6.6% ยุครัฐบาลเศรษฐา (2557-2567) เพิ่มปีละ 3.3% ยุครัฐบาลแพทองธาร (2567-2568) เพิ่มปีละ 2.0%

ยุครัฐบาลอนุทิน (2568-2569) เพิ่มขึ้นปีละ 2.0%

สำหรับราคาอาหารในปี 2569-2570 น่าจะยังค่อนข้างทรงตัว เพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองกันทั่วหน้า หากขึ้นราคาสินค้าอาหารอีก ก็คงยิ่งขายยาก ราคาอาหารจึงน่าจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2% เช่นเดิม ล่าสุดราคาอาหาร ณ เดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 65.3 บาท

ขณะเดียวยังประเมินจากภาพรวมสะสม 15 ปี ตั้งแต่พฤษภาคม 2555-พฤษภาคม 2569 ราคาเพิ่มจาก 31 บาท เป็น 65.3 บาท หรือเพิ่มขึ้น 110.5% หากคิดเป็นการเพิ่มขึ้นต่อปี เท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 5.5% ต่อปี ถือว่าสูงพอสมควร เพราะสูงกว่าอัตราภาวะเงินเฟ้อ แสดงถึงความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจที่พึงจับตามอง

ย้อนดูราคาอาหาร ณ เดือนพฤษภาคม 2566 หรือเป็นเวลา 9 ปีหลังรัฐประหารเมื่อพฤษภาคม 2557 เพิ่มขึ้น 77% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 6.6% ซึ่งถือว่าสูงขึ้นมาก

หากเทียบกับ “ก่อนรัฐประหาร” ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2555-2557 ปรากฏว่าราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 10.7% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 5.2% ต่ำกว่า “ช่วงหลังรัฐประหาร”

ส่วนในยุค “รัฐบาลเศรษฐา” เพิ่มขึ้น 3.3% ส่วนในยุค “รัฐบาลแพทองธาร” และยุค “รัฐบาลอนุทิน” อัตราการเพิ่มขึ้นปีละ 2% แต่อาจมีบางบริเวณ เช่น เมืองท่องเที่ยว เมืองอุตสาหกรรมที่มีการปรับเพิ่มของราคาขายมากกว่านี้

ทั้งนี้มีผู้ค้าบางรายไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ เพราะคนซื้อไม่มีกำลังซื้อเท่าที่ควร ทั้งที่วัตถุดิบในการทำอาหารเพิ่มขึ้นก็ตาม จะสังเกตได้ว่าร้านที่ยังพยายามยืนราคาอาหารไว้ หรือไม่ขึ้นราคา จะมีผู้เข้าคิวอุดหนุนมากเป็นพิเศษ

จากการสัมภาษณ์ผู้ค้าพบว่า สิ่งที่ส่งผลที่เด่นชัดกว่าก็คือ ”ค่าเช่า“ พื้นที่ค้าปลีกเพื่อการขายอาหาร หากค่าเช่าแพงขึ้นมาก จะทำให้ราคาอาหารเพิ่มมากขึ้น บางแห่งเช่าพื้นที่ขนาดประมาณ 18 ตารางเมตร เป็นเงินถึง 60,000 บาทต่อเดือน หรือ ตรม.ละ 3,333 บาท

จากการที่ค่าเช่าพื้นที่ขายแพง เลยมีร้านอาหารประเภท “อาหารกล่อง” คือให้ผู้ซื้อ ๆ กลับไปรับประทานที่อื่น จึงประหยัดค่าเช่าได้มาก ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ

และตามศูนย์อาหารต่าง ๆ ยังพบว่าร้านค้าหลายแห่งหายไป บางแห่งปิดร้านไปตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อ 1-2 ปีก่อน ปี 2563-2564

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าที่ปิดไปส่วนมาก เพิ่งปิดในช่วงปี 2564-2565 นี้เอง แต่ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ร้านค้าต่าง ๆ กระเตื้องขึ้นแล้ว


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่