จากธุรกิจเฟรนช์ฟรายส์ที่หลายคนคุ้นชื่อ วันนี้ ROCKS GROUP ของ ‘พีช-พชร จิราธิวัฒน์’ กำลังเข้าใกล้หมุดหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท
https://www.facebook.com/share/p/1az6ERGomH/?mibextid=wwXIfr

ล่าสุด ผลประกอบการของ บริษัท ร็อคส์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในปี 2568 ทำรายได้ 973.1 ล้านบาท มีกำไร 86.1 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 23% หากเทียบกับปี 2560 ที่บริษัทมีรายได้เพียง 83.7 ล้านบาท และกำไร 2.1 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงเกือบทศวรรษ
เส้นทางของ ROCKS GROUP ไม่ได้เติบโตแบบเส้นตรงนัก โดยในปี 2561 บริษัทเคยขาดทุน 5.1 ล้านบาท ก่อนจะกลับมาทำกำไรในปีถัดมา และค่อยๆ เพิ่มขนาดธุรกิจขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งรายได้ขยับจากหลักร้อยล้านต้นๆ ไปสู่เกือบพันล้านบาทในวันนี้
เบื้องหลังการเติบโตนี้ ไม่ได้มาจากการอัดเงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก แต่เริ่มจากเงินเก็บของ ‘พีช’ เองจากการทำงานในวงการบันเทิง รวมถึงรายได้จากภาพยนตร์ ‘ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ’ ก่อนจะค่อยๆ ใช้การกู้เงินธนาคารเพื่อขยายธุรกิจทีละก้าว
แม้ ROCKS GROUP จะถูกมองว่าอยู่ในธุรกิจอาหารเหมือนกันทั้งหมด แต่แต่ละแบรนด์กลับถูกวางบทบาทต่างกันชัดเจน ตั้งแต่ ‘Potato Corner’ ที่จับตลาดแมสและกำลังมองทำเลใหม่อย่างมหาวิทยาลัยกับปั๊มน้ำมันเพื่อโตต่อ ‘Uno Coffee’ ที่เจาะคนทำงานด้วยกาแฟคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ไปจนถึง ‘ข้าวโซอิ’ ที่ขยับไปเล่นในตลาดร้านอาหารเต็มรูปแบบ สะท้อนแนวคิดการเลือกเล่นในช่องว่างของตลาด มากกว่าลงแข่งตรงกับผู้เล่นรายใหญ่
แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ ‘พีช’ เคยพูดตรงๆ ว่า แม้หลายคนจะมองเห็นนามสกุลจิราธิวัฒน์ แต่ในทางธุรกิจ เขาไม่ได้มีเงินทุนจากเครือเซ็นทรัลมาช่วยขยายกิจการ ทำให้ต้องเติบโตในแบบของตัวเอง
ภาพของ ROCKS GROUP จึงไม่ใช่ธุรกิจที่โตจากการทุ่มทุนมหาศาล แต่เป็นการค่อยๆ ขยายจากการมองเห็นโอกาสในตลาด และสร้างแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์
จากธุรกิจเฟรนช์ฟรายส์ วันนี้ ROCKS GROUP ของ ‘พีช-พชร จิราธิวัฒน์’ กำลังเข้าใกล้หมุดหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท
https://www.facebook.com/share/p/1az6ERGomH/?mibextid=wwXIfr
ล่าสุด ผลประกอบการของ บริษัท ร็อคส์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในปี 2568 ทำรายได้ 973.1 ล้านบาท มีกำไร 86.1 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 23% หากเทียบกับปี 2560 ที่บริษัทมีรายได้เพียง 83.7 ล้านบาท และกำไร 2.1 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงเกือบทศวรรษ
เส้นทางของ ROCKS GROUP ไม่ได้เติบโตแบบเส้นตรงนัก โดยในปี 2561 บริษัทเคยขาดทุน 5.1 ล้านบาท ก่อนจะกลับมาทำกำไรในปีถัดมา และค่อยๆ เพิ่มขนาดธุรกิจขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งรายได้ขยับจากหลักร้อยล้านต้นๆ ไปสู่เกือบพันล้านบาทในวันนี้
เบื้องหลังการเติบโตนี้ ไม่ได้มาจากการอัดเงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก แต่เริ่มจากเงินเก็บของ ‘พีช’ เองจากการทำงานในวงการบันเทิง รวมถึงรายได้จากภาพยนตร์ ‘ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ’ ก่อนจะค่อยๆ ใช้การกู้เงินธนาคารเพื่อขยายธุรกิจทีละก้าว
แม้ ROCKS GROUP จะถูกมองว่าอยู่ในธุรกิจอาหารเหมือนกันทั้งหมด แต่แต่ละแบรนด์กลับถูกวางบทบาทต่างกันชัดเจน ตั้งแต่ ‘Potato Corner’ ที่จับตลาดแมสและกำลังมองทำเลใหม่อย่างมหาวิทยาลัยกับปั๊มน้ำมันเพื่อโตต่อ ‘Uno Coffee’ ที่เจาะคนทำงานด้วยกาแฟคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ไปจนถึง ‘ข้าวโซอิ’ ที่ขยับไปเล่นในตลาดร้านอาหารเต็มรูปแบบ สะท้อนแนวคิดการเลือกเล่นในช่องว่างของตลาด มากกว่าลงแข่งตรงกับผู้เล่นรายใหญ่
แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ ‘พีช’ เคยพูดตรงๆ ว่า แม้หลายคนจะมองเห็นนามสกุลจิราธิวัฒน์ แต่ในทางธุรกิจ เขาไม่ได้มีเงินทุนจากเครือเซ็นทรัลมาช่วยขยายกิจการ ทำให้ต้องเติบโตในแบบของตัวเอง
ภาพของ ROCKS GROUP จึงไม่ใช่ธุรกิจที่โตจากการทุ่มทุนมหาศาล แต่เป็นการค่อยๆ ขยายจากการมองเห็นโอกาสในตลาด และสร้างแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์