ผมผิดไหมที่พาลูกไปหาหมอหลัง 2 ทุ่ม?

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569
ผมพาลูกอายุ 1 ปี 2 เดือน ไปโรงพยาบาล ช่วงประมาณ 2 ทุ่ม เนื่องจากลูกมีผื่นขึ้นทั่วตัวและมีน้ำมูก ก่อนหน้านี้มีไข้ต่ำ ๆ อยู่หลายวัน เลยกังวลว่าอาจเป็นหัดหรือโรคติดเชื้ออื่น
พอไปถึงก็เข้ารับการตรวจตามปกติครับ
สิ่งที่ผมติดใจไม่ใช่เรื่องการรักษา เพราะผมเข้าใจดีว่าโรงพยาบาลชุมชนมีข้อจำกัด โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ถ้าจะส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า ผมเข้าใจและยอมรับได้
แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดีคือวิธีการพูด
ระหว่างตรวจมีคำพูดประมาณว่า
“รู้ไหมว่าหลังสองทุ่มห้องตรวจไม่ทำงานแล้ว”
“มาก็ไม่ได้อะไร”
“ตรวจอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เพราะไม่มีเครื่องมือ”
และมีการย้ำเรื่องมาหลังสองทุ่มหลายครั้งมาก จนผมไม่แน่ใจว่ากำลังถูกให้ข้อมูล หรือกำลังถูกตำหนิที่พาลูกมาหาหมอ
ที่ทำให้ตกใจคือมีประโยคที่พูดพึมพำออกมาประมาณว่า
“เด็กถ้าเป็นอะไรนิดหน่อยก็ตายได้”
ยอมรับตรง ๆ ว่าในฐานะพ่อคนหนึ่งที่กำลังกังวลเรื่องลูก ได้ยินแล้วรู้สึกแย่มาก
ผมเข้าใจว่าหมอเหนื่อย งานหนัก คนไข้เยอะ แต่ผมก็คิดว่าการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการเช่นกัน
จริง ๆ ถ้าบอกว่า

“หลังสองทุ่มทางโรงพยาบาลมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือครับ เบื้องต้นดูอาการได้เท่านี้ หากกังวลแนะนำให้ไปโรงพยาบาลแพร่ครับ”
ผมก็พร้อมขับรถไปทันที และคงไม่มีเรื่องอะไรมาเขียนในวันนี้
ผมยังเชื่อมั่นในโรงพยาบาลร้องกวางนะครับ เพราะที่ผ่านมาได้รับบริการที่ดีมาตลอด
แต่อยากฝากไว้ว่า บางครั้งคนที่มาหาหมอไม่ได้ต้องการแค่ยา
เขาต้องการคำอธิบายดี ๆ และการพูดด้วยความเข้าใจสักนิด โดยเฉพาะเวลาที่คนป่วยคือลูกของเขา

เพิ่มเติม
เนื่องจากไม่ได้เล่าอย่างละเอียด ในช่วงแรกที่มีมีไข้อ่อนๆ ลูกอยู่กับปู่และย่า และได้ให้กินพาราไปแล้วอาการเริ่มดีขึ้น วัดไข้แล้วอุณหภูมิปกติ แต่พ่อมาวันดังกล่าวผมได้กลับไปหาลูกพอดี (ทำงานอยู่คนละจังหวัด) ผื่นเริ่มขึ้นช่วงประมาณหัวค่ำ ด้วยความว่ากลัวจะเป็นมากกว่านี้เลยพาไป รพ. ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่