เราคิดมากไปไหม ซื้อส้มตำไปหาแฟน สุดท้ายเหมือนเลี้ยงทั้งบ้าน

สวัสดีค่ะ อยากขอความคิดเห็นจากทุกคนเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยค่ะ ว่าเป็นเราที่คิดมากไปเองหรือเปล่า
บ้านเรากับบ้านแฟนอยู่ห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร วันหนึ่งเราอยากกินส้มตำ และก็คิดถึงแฟน เลยทักไปชวนว่า
“กินส้มตำด้วยกันไหม ถ้ากินเดี๋ยวเราซื้อไป”
แฟนก็ตอบตกลง แต่ต่อมาก็บอกว่า “ซื้อมาเผื่อแม่ด้วยนะ” เราก็ตอบตกลง เพราะไม่ได้ติดอะไร และตั้งใจจะซื้อเผื่อคนในบ้านอยู่แล้ว
จากนั้นเราก็ซื้อส้มตำและของกินไปที่บ้านแฟน พอไปถึงแฟนก็ช่วยเตรียมจาน ช้อน และจัดอาหารให้ พ่อกับแม่ของแฟนก็มานั่งกินด้วยกัน ซึ่งเราก็โอเคนะคะ เพราะตั้งใจซื้อเผื่อทุกคนอยู่แล้ว
แต่หลังจากกินเสร็จ พ่อกับแม่แฟนก็ลุกเข้าห้องไปเลย โดยไม่ได้พูดอะไรกับเราเลยสักคำ ไม่มีแม้แต่คำว่า “ขอบคุณ” หรือการถามไถ่เล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าอาหารซื้อมาเท่าไร หรือเป็นอย่างไรบ้าง
ขอออกตัวก่อนนะคะว่า เราไม่ได้คาดหวังให้ใครคืนเงินค่าอาหาร เพราะเราเป็นคนเสนอว่าจะซื้อไปเองตั้งแต่แรก และถ้าท่านจะช่วยออกจริง ๆ เราก็คงไม่รับอยู่ดี
แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลก ๆ คือ เราเองยังเป็นนักศึกษาที่ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง และตลอดเวลาที่นั่งกินข้าวกัน พ่อแม่แฟนก็แทบไม่ได้พูดคุยหรือถามไถ่อะไรเราเลย ทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นแค่คนที่เอาอาหารมาวางไว้ แล้วก็ไม่มีตัวตนในวงสนทนา
ยอมรับว่ารู้สึกน้อยใจนิดหน่อยค่ะ เพราะอย่างน้อยก็คิดว่า หากมีคำว่า “ขอบคุณนะ” หรือมีการพูดคุยต้อนรับกันบ้าง ก็คงทำให้รู้สึกดีมากกว่านี้
เลยอยากถามความคิดเห็นจากทุกคนค่ะ
ถ้าเป็นคุณ เจอสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกอย่างไร
ปกติถ้ามีคนซื้ออาหารมาให้ที่บ้าน แล้วคุณเป็นผู้ใหญ่ควรมีคำขอบคุณกันไหมคะ
หรือจริง ๆ แล้วนี่อาจเป็นลักษณะปกติของบางครอบครัว ที่ไม่ได้แสดงออกเรื่องคำขอบคุณหรือการต้อนรับมาก
ย้ำอีกครั้งนะคะว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงินหรืออยากได้ค่าอาหารคืน แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกและมารยาทในการปฏิบัติต่อกันมากกว่า เลยอยากฟังมุมมองจากหลาย ๆ คนค่ะ ว่าเหตุการณ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่