จริง ๆ แล้วมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอายุขัยสั้นมาก ๆ ประมาณ 70-80 ปีเท่านั้น หากเราลองมาเทียบกับสัตว์กลุ่มอื่นโดยเฉพาะพวกสัตว์เลื้อยคลานและปลา เช่น เต่า และฉลามกรีนด์แลนด์ ที่สามารถอยู่รอดได้หลายร้อยปี แถมยังสืบพันธุ์ตอนแก่ได้อีกด้วย ซึ่งใครจะไปคิดว่าสาเหตุที่มนุษย์แก่ไว ตายไว เราอาจต้องโทษไดโนเสาร์ที่เคยครองโลกมากก่อนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งปวงรวมถึงมนุษย์
.
จากการศึกษาของศาสตราจารย์ฌาว เปโดร ดือ มากาไญส์ (João Pedro de Magalhães) จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม (University of Birmingham) ได้เสนอว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของเราเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ คล้ายหนู ที่แทบจะอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร และมักออกหากินเวลากลางคืนเพื่อหลบหนีการล่าของไดโนเสาร์ที่ได้ครองโลกอยู่ในตอนนั้น ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 3 ใน 4 ของช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ถือกำเนิดขึ้นมา กินเวลาตั้งแต่ 225 ล้านปี - 65 ล้านปีที่แล้ว ก่อนที่เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยชนโลกจะล้างบางไดโนเสาร์กลุ่มที่บินไม่ได้ไปและเปิดทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในยุคต่อมา
.
โดยนักวิทย์คิดว่าบรรพบุรุษเราในตอนนั้นต้องเผชิญกับแรงกดดันทางวิวัฒนาการมหาศาลจากการถูกไดโนเสาร์ไล่ล่า ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในยุคนั้นไม่จำเป็นต้องปรับตัวให้มีอายุยืนยาว เพียงแค่รีบโต รีบสืบพันธุ์ ให้เร็วที่สุดก่อนโดนกินก็พอแล้ว รวมถึงการพัฒนาการตั้งครรภ์เพื่อดูแลตัวอ่อนภายในร่างกายแทนการวางไข่ที่เสี่ยงโดนกินได้ ดังนั้นบรรพบุรุษของเราจึงได้สูญเสียยีนและความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองตอนแก่ไป เพื่อทุ่มเทพลังงานให้กับการเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็วแทน ส่งผลให้เมื่อมนุษย์หมดวัยเจริญพันธุ์เต็มตัวแล้ว ร่างกายก็จะเริ่มถดถอยอย่างรวดเร็ว
.
นอกจากเรื่องแก่ไวแล้วทีมนักวิจัยยังกล่าวว่า ยีนที่ใช้ในการผลิตเอนไซม์โฟโตไลแอส (Photolyases) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยซ่อมแซม DNA ไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดดก็หายไปในมนุษย์ด้วย ทำให้ร่างกายมนุษย์บอบบางต่อรังสีมากกว่าสัตว์อื่น เป็นมะเร็งผิวหนังง่ายขึ้น เนื่องจากในตอนนั้นบรรพบุรุษเราเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืนทำให้ยีนตัวนี้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น อีกทั้งความสามารถในการงอกอวัยวะใหม่ทดแทนก็หายไป ในขณะที่สัตว์เลื้อยคลานมากมายยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน
.
แม้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ 65 ล้านปีก่อนแล้ว มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ก็คงอยู่ภายใต้เงามรดกตกของไดโนเสาร์อยู่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอัตราการเกิดโรคมะเร็งหรือความเสื่อมถอยของเซลล์ที่สูงกว่าสัตว์กลุ่มอื่นนั่นเอง
.
ทีนี้ถ้าจะโทษว่าใครทำให้เราหน้าแก่ลง ก็มีไดโนเสาร์ให้โทษละ (ฮา)
_________________________________________
The principia
หน้าแก่ไว ? อาจต้องโทษไดโนเสาร์ เพราะบรรพบุรุษเราอยู่ไม่ถึงตอนแก่ โดนไล่ล่าจับกินหมด
จริง ๆ แล้วมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอายุขัยสั้นมาก ๆ ประมาณ 70-80 ปีเท่านั้น หากเราลองมาเทียบกับสัตว์กลุ่มอื่นโดยเฉพาะพวกสัตว์เลื้อยคลานและปลา เช่น เต่า และฉลามกรีนด์แลนด์ ที่สามารถอยู่รอดได้หลายร้อยปี แถมยังสืบพันธุ์ตอนแก่ได้อีกด้วย ซึ่งใครจะไปคิดว่าสาเหตุที่มนุษย์แก่ไว ตายไว เราอาจต้องโทษไดโนเสาร์ที่เคยครองโลกมากก่อนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งปวงรวมถึงมนุษย์
.
จากการศึกษาของศาสตราจารย์ฌาว เปโดร ดือ มากาไญส์ (João Pedro de Magalhães) จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม (University of Birmingham) ได้เสนอว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของเราเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ คล้ายหนู ที่แทบจะอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร และมักออกหากินเวลากลางคืนเพื่อหลบหนีการล่าของไดโนเสาร์ที่ได้ครองโลกอยู่ในตอนนั้น ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 3 ใน 4 ของช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ถือกำเนิดขึ้นมา กินเวลาตั้งแต่ 225 ล้านปี - 65 ล้านปีที่แล้ว ก่อนที่เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยชนโลกจะล้างบางไดโนเสาร์กลุ่มที่บินไม่ได้ไปและเปิดทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในยุคต่อมา
.
โดยนักวิทย์คิดว่าบรรพบุรุษเราในตอนนั้นต้องเผชิญกับแรงกดดันทางวิวัฒนาการมหาศาลจากการถูกไดโนเสาร์ไล่ล่า ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในยุคนั้นไม่จำเป็นต้องปรับตัวให้มีอายุยืนยาว เพียงแค่รีบโต รีบสืบพันธุ์ ให้เร็วที่สุดก่อนโดนกินก็พอแล้ว รวมถึงการพัฒนาการตั้งครรภ์เพื่อดูแลตัวอ่อนภายในร่างกายแทนการวางไข่ที่เสี่ยงโดนกินได้ ดังนั้นบรรพบุรุษของเราจึงได้สูญเสียยีนและความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองตอนแก่ไป เพื่อทุ่มเทพลังงานให้กับการเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็วแทน ส่งผลให้เมื่อมนุษย์หมดวัยเจริญพันธุ์เต็มตัวแล้ว ร่างกายก็จะเริ่มถดถอยอย่างรวดเร็ว
.
นอกจากเรื่องแก่ไวแล้วทีมนักวิจัยยังกล่าวว่า ยีนที่ใช้ในการผลิตเอนไซม์โฟโตไลแอส (Photolyases) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยซ่อมแซม DNA ไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดดก็หายไปในมนุษย์ด้วย ทำให้ร่างกายมนุษย์บอบบางต่อรังสีมากกว่าสัตว์อื่น เป็นมะเร็งผิวหนังง่ายขึ้น เนื่องจากในตอนนั้นบรรพบุรุษเราเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืนทำให้ยีนตัวนี้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น อีกทั้งความสามารถในการงอกอวัยวะใหม่ทดแทนก็หายไป ในขณะที่สัตว์เลื้อยคลานมากมายยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน
.
แม้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ 65 ล้านปีก่อนแล้ว มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ก็คงอยู่ภายใต้เงามรดกตกของไดโนเสาร์อยู่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอัตราการเกิดโรคมะเร็งหรือความเสื่อมถอยของเซลล์ที่สูงกว่าสัตว์กลุ่มอื่นนั่นเอง
.
ทีนี้ถ้าจะโทษว่าใครทำให้เราหน้าแก่ลง ก็มีไดโนเสาร์ให้โทษละ (ฮา)
_________________________________________
The principia