ทำไมเนื้อแปรรูปถึงเสี่ยงมะเร็ง
คือมันไปทำอะไรกับร่างกายเรา?
.
หากอ้างอิงการจัดกลุ่มของ WHO จะพบว่าเนื้อแปรรูปถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานสนับสนุนความสัมพันธ์ค่อนข้างชัดเจนค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในเชิงปริมาณนะคะ (อันนี้เข้าใจผิดกันเยอะ)
เนื้อแปรรูปที่พบได้ทั่วไปเลยคือ
เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน
คำถามคือ สารก่อมะเร็งในนั้นมาจากไหน?
.
จริง ๆ แล้วสารก่อมะเร็งไม่ได้มีตั้งแต่ต้นค่ะ
แต่เกิดขึ้นจาก “วัตถุดิบเดิม” ในเนื้อสัตว์
รวมกับ “กระบวนการแปรรูป”
ในเนื้อสัตว์มีสารตั้งต้นจำนวนมาก
เช่น amines จากกรดอะมิโน creatine และสารอื่น ๆ
รวมถึงเหล็กในไมโอโกลบินที่ช่วยเร่งปฏิกิริยา
และที่สำคัญที่สุดคือ กระบวนการแปรรูปค่ะ
เพราะมีการใช้สารกลุ่มไนเตรทเพื่อถนอมอาหาร
และยับยั้งเชื้อ เช่น C. botulinum เพื่อให้อาหารมันอยู่นานขึ้น
.
เมื่อผ่านความร้อน การลด pH และการเติมเกลือลงไป
จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารเหล่านี้
กลายเป็น N-nitrosamine
ซึ่งสารนี้มีอยู่ในเนื้อแปรรูปอยู่แล้ว
และเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ยังสามารถเกิดเพิ่มได้จากปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ค่ะ
.
N-nitrosamine จะถูกตับนำไปกำจัด แต่กระบวนการนี้กลับทำให้มัน “ออกฤทธิ์” มากขึ้น และสามารถไปจับกับ DNA จนเกิดความเสียหายได้
อวัยวะที่ได้รับผลมากคือทางเดินอาหาร
โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่
ซึ่งพบว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.
แม้ว่าเซลล์ของเราจะมีระบบซ่อมแซม DNA มีระบบเปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง และมีภูมิคุ้มกันช่วยกำจัดเซลล์ผิดปกติ
แต่ความเสี่ยงจะขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณที่รับประทาน และปัจจัยเสี่ยงอื่นของแต่ละคน
มีข้อมูลว่าการบริโภคเนื้อแปรรูปเพียงประมาณ 50 กรัมต่อวันแบบสม่ำเสมอ ก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ประมาณ 18% และยังไม่มีระดับที่เรียกว่าปลอดภัยชัดเจน
แต่อ่านแล้วอย่าเพิ่งประสาทกินไปนะคะ
การจะเกิดมะเร็งทั้งที มันมีหลายปัจจัยค่ะ
.
ดังนั้นคำแนะนำโดยรวมคือ
✅ หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยง หรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
✅ หากรับประทาน ควรจำกัดความถี่
ไม่ควรเป็นอาหารประจำทุกวัน
✅ เพิ่มอาหารที่มีเส้นใยสูง
เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่าง ๆ
เพื่อช่วยดูแลจุลชีพในลำไส้
✅ รับประทานอาหารให้หลากหลาย
ไม่พึ่งพาเนื้อแปรรูปเป็นแหล่งโปรตีนหลัก
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก
และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา
✅ ดูแลสุขภาพโดยรวมอย่างต่อเนื่อง เพราะความเสี่ยงมะเร็งไม่ได้ขึ้นกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยตลอดช่วงชีวิตค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1BQ4f5GLSe/
🍖🥓 ทำไมเนื้อแปรรูปถึงเสี่ยงมะเร็ง คือมันไปทำอะไรกับร่างกายเรา?
คือมันไปทำอะไรกับร่างกายเรา?
.
หากอ้างอิงการจัดกลุ่มของ WHO จะพบว่าเนื้อแปรรูปถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานสนับสนุนความสัมพันธ์ค่อนข้างชัดเจนค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในเชิงปริมาณนะคะ (อันนี้เข้าใจผิดกันเยอะ)
เนื้อแปรรูปที่พบได้ทั่วไปเลยคือ
เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน
คำถามคือ สารก่อมะเร็งในนั้นมาจากไหน?
.
จริง ๆ แล้วสารก่อมะเร็งไม่ได้มีตั้งแต่ต้นค่ะ
แต่เกิดขึ้นจาก “วัตถุดิบเดิม” ในเนื้อสัตว์
รวมกับ “กระบวนการแปรรูป”
ในเนื้อสัตว์มีสารตั้งต้นจำนวนมาก
เช่น amines จากกรดอะมิโน creatine และสารอื่น ๆ
รวมถึงเหล็กในไมโอโกลบินที่ช่วยเร่งปฏิกิริยา
และที่สำคัญที่สุดคือ กระบวนการแปรรูปค่ะ
เพราะมีการใช้สารกลุ่มไนเตรทเพื่อถนอมอาหาร
และยับยั้งเชื้อ เช่น C. botulinum เพื่อให้อาหารมันอยู่นานขึ้น
.
เมื่อผ่านความร้อน การลด pH และการเติมเกลือลงไป
จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารเหล่านี้
กลายเป็น N-nitrosamine
ซึ่งสารนี้มีอยู่ในเนื้อแปรรูปอยู่แล้ว
และเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ยังสามารถเกิดเพิ่มได้จากปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ค่ะ
.
N-nitrosamine จะถูกตับนำไปกำจัด แต่กระบวนการนี้กลับทำให้มัน “ออกฤทธิ์” มากขึ้น และสามารถไปจับกับ DNA จนเกิดความเสียหายได้
อวัยวะที่ได้รับผลมากคือทางเดินอาหาร
โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่
ซึ่งพบว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.
แม้ว่าเซลล์ของเราจะมีระบบซ่อมแซม DNA มีระบบเปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง และมีภูมิคุ้มกันช่วยกำจัดเซลล์ผิดปกติ
แต่ความเสี่ยงจะขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณที่รับประทาน และปัจจัยเสี่ยงอื่นของแต่ละคน
มีข้อมูลว่าการบริโภคเนื้อแปรรูปเพียงประมาณ 50 กรัมต่อวันแบบสม่ำเสมอ ก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ประมาณ 18% และยังไม่มีระดับที่เรียกว่าปลอดภัยชัดเจน
แต่อ่านแล้วอย่าเพิ่งประสาทกินไปนะคะ
การจะเกิดมะเร็งทั้งที มันมีหลายปัจจัยค่ะ
.
ดังนั้นคำแนะนำโดยรวมคือ
✅ หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยง หรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
✅ หากรับประทาน ควรจำกัดความถี่
ไม่ควรเป็นอาหารประจำทุกวัน
✅ เพิ่มอาหารที่มีเส้นใยสูง
เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่าง ๆ
เพื่อช่วยดูแลจุลชีพในลำไส้
✅ รับประทานอาหารให้หลากหลาย
ไม่พึ่งพาเนื้อแปรรูปเป็นแหล่งโปรตีนหลัก
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก
และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา
✅ ดูแลสุขภาพโดยรวมอย่างต่อเนื่อง เพราะความเสี่ยงมะเร็งไม่ได้ขึ้นกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยตลอดช่วงชีวิตค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1BQ4f5GLSe/