เดินผ่านทีไรเป็นต้องโดนตกด้วยกลิ่นเนยหอมๆ ทุกที! แกรรร รู้ป่าวว่าร้านขนมปังในตำนานอย่าง Yamazaki ที่เราคีบกันเพลินๆ เค้าฟันรายได้ปีล่าสุดไปจุกๆ 2,020 ล้านบาท! อ่อมมากแม่... ยุคที่ใครๆ ก็บ่นว่าเศรษฐกิจฝืด ของแพง กำลังซื้อหด แต่ทำไมแบรนด์นี้ถึงโตเอาๆ แบบไม่เห็นต้องจ้างอินฟลูฯ มารีวิว หรือยิงแอดโครมๆ ด้วยซ้ำ? วันนี้เรามาถอดรหัสความปังของตัวมัมวงการเบเกอรี่กันค่ะ ว่าเค้าซ่อนกลยุทธ์อะไรไว้ใต้ถาดขนมปัง!
🥐 1. "กลิ่น" คือเซลส์แมนที่เก่งที่สุด และ "ทำเล" ที่ดักปล้นเงินเราแบบเนียนๆ
เคยสังเกตไหมคะว่า ร้าน Yamazaki มักจะตั้งอยู่ในจุดที่เรา "ต้องเดินผ่าน" ไม่ว่าจะเป็นทางเชื่อม BTS, หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต หรือชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้า แล้วทีเด็ดคือ เค้าอบขนมกันสดๆ หลังร้านเลยจ้า!
ฟีลแบบ... เรากำลังเดินเหนื่อยๆ เลิกงานมาหิวๆ พอจมูกปะทะกับกลิ่นเนย กลิ่นขนมปังอบใหม่ๆ สมองมันก็สั่งการให้สองเท้าก้าวเข้าไปหยิบที่คีบและถาดแบบออโตเมติก ขำแห้งเลยนะ รู้ตัวอีกทีคือเต็มถาด!
Sensory Marketing (การตลาดผ่านประสาทสัมผัส): เค้าไม่ได้ใช้ภาพโฆษณาสวยๆ หรูๆ แต่เค้าใช้ "กลิ่น" ในการเชิญชวน ซึ่งมันอิมแพคกับความหิวของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแบบ 300%
ดักสกัดทุกทราฟฟิก: ทำเลที่ตั้งคือจุดไข่แดงทั้งนั้น เป็นจุดที่คนต้องรีบซื้อ รีบไป ไม่ต้องคิดเยอะ แวะซื้อไว้กินเป็นมื้อเช้าก่อนเข้าออฟฟิศคือจบปิ๊ง
"เราไม่ได้ตั้งใจจะซื้อขนมปังหรอกค่ะ เราแค่พ่ายแพ้ต่อกลิ่นเนยตอนหกโมงเย็น" — เสียงคร่ำครวญจากมนุษย์ออฟฟิศท่านหนึ่ง
🥖 2. ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ แถมขยันออกของใหม่มาตกนวลนางตลอด!
ยุคนี้หันไปทางไหน คาเฟ่ก็ขายครัวซองต์ชิ้นละ 150 บาทไปแล้วแม่! จะกินทีต้องรอวันเงินเดือนออก แต่หันมามอง Yamazaki... แบงก์ร้อยใบเดียวยังได้ทอน! แกรรร มันคือจุดแข็งที่ทำให้เค้ารอดในยุคที่กำลังซื้อคนหดตัวค่ะ
ราคาเข้าถึงง่าย (Affordable Price): ขนมปังชิ้นละ 20-50 บาท มันคือราคาที่คนชั้นกลางถึงล่างซื้อกินได้ทุกวัน โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับยอดเงินในบัญชี
ออกของใหม่เก่งยิ่งกว่า Fast Fashion: ใครเป็นแฟนคลับจะรู้เลยว่า ร้านนี้มีเมนูใหม่ๆ มาให้ลองตลอดเวลา! ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังมันม่วงที่เคยเป็นไวรัล, โดนัทครีมสด, หรือชีสเค้กหน้าไหม้
Product Variety: มีตั้งแต่ขนมปังจืดๆ เอาไปปิ้งเอง ยันขนมปังไส้แกงกะหรี่เข้มข้น ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่อาม่ายันหลานตัวน้อย
การที่เค้ามีสินค้าหลากหลายและราคาจับต้องได้ มันเลยทำให้ลูกค้าเกิดการ
"ซื้อซ้ำ (Repeat Purchase)" ได้บ่อยมาก ซึ่งนี่แหละคือหัวใจของกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง!
🤫 3. การตลาดแบบ "ไม่ทำการตลาด" แต่ลูกค้าอวยยศให้เองจนเป็นไวรัล
แบรนด์อื่นอาจจะทุ่มงบการตลาดหลักสิบล้านเพื่อจ้างพรีเซ็นเตอร์ แต่ Yamazaki เลือกที่จะทุ่มงบไปที่
"คุณภาพและรสชาติ" แทนค่ะ สังเกตไหมว่าเราแทบไม่เคยเห็นโฆษณาของ Yamazaki ในทีวี หรือแม้แต่แอดบน Facebook เลย
แต่เค้าใช้กลยุทธ์ให้
"สินค้าขายตัวมันเอง" พอของมันอร่อย คุ้มค่า ลูกค้าอย่างพวกเรานี่แหละค่ะที่ทนไม่ไหว ต้องไปตั้งกระทู้รีวิว ต้องไปถ่ายคลิปลง TikTok หรือทวีตบอกต่อใน X ว่า
‘แกรรร เมนูนี้ของ Yamazaki คือเดอะเบสท์ ต้องไปตำ!’
User-Generated Content (UGC): การรีวิวจากผู้บริโภคตัวจริง มันดูจริงใจและน่าเชื่อถือกว่าแบรนด์มานั่งพูดเองเป็นร้อยเท่า!
ความสม่ำเสมอ (Consistency): ไม่ว่าจะไปสาขาไหน รสชาติและหน้าตาของขนมปังก็ยังไว้ใจได้เสมอ ความเสถียรนี้แหละที่สร้าง Brand Loyalty ให้คนรักเหนียวแน่นมาหลายสิบปี
"โฆษณาที่ดีที่สุด คือการทำให้ลูกค้าพึงพอใจจนต้องไปบอกต่อเพื่อนเอง" เค้าพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำนี้ยังใช้ได้จริงเสมอ!
เห็นมั้ยคะว่า การทำธุรกิจให้ปังทะลุสองพันล้าน บางทีก็ไม่ต้องเล่นท่าท่ายากเสมอไป แค่เข้าใจ Insight ของลูกค้าอย่างถ่องแท้ ทำสินค้าให้ตอบโจทย์ และรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ แค่นี้ลูกค้าก็พร้อมเปย์เสมอแล้วค่ะ!
👇
ว่าแต่... มาสารภาพกันตรงนี้เลยดีกว่า! เวลาเดินเข้า Yamazaki เมนูไหนคือ "เดอะเบสท์ในดวงใจ" ที่เพื่อนๆ ต้องคีบใส่ถาดทุกครั้งคะ? ของเราคือ 'ขนมปังลูกเกดหมูหยอง' อร่อยนัวมากกก มาป้ายยากันหน่อยเร็ว เผื่อเย็นนี้แอดมินจะไปสอยตาม! เม้าท์มาเลยจ้า รออ่านอยู่น้าาา!
แกรรร! ยืนงงในดงขนมปัง 'Yamazaki' ฟันรายได้ 2 พันล้านแบบเงียบๆ ไม่ต้องยิงแอด เค้าทำยังไงให้รอดในยุคที่คนบ่นว่าไม่มีเงิน?
🥐 1. "กลิ่น" คือเซลส์แมนที่เก่งที่สุด และ "ทำเล" ที่ดักปล้นเงินเราแบบเนียนๆ
เคยสังเกตไหมคะว่า ร้าน Yamazaki มักจะตั้งอยู่ในจุดที่เรา "ต้องเดินผ่าน" ไม่ว่าจะเป็นทางเชื่อม BTS, หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต หรือชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้า แล้วทีเด็ดคือ เค้าอบขนมกันสดๆ หลังร้านเลยจ้า!
ฟีลแบบ... เรากำลังเดินเหนื่อยๆ เลิกงานมาหิวๆ พอจมูกปะทะกับกลิ่นเนย กลิ่นขนมปังอบใหม่ๆ สมองมันก็สั่งการให้สองเท้าก้าวเข้าไปหยิบที่คีบและถาดแบบออโตเมติก ขำแห้งเลยนะ รู้ตัวอีกทีคือเต็มถาด!
Sensory Marketing (การตลาดผ่านประสาทสัมผัส): เค้าไม่ได้ใช้ภาพโฆษณาสวยๆ หรูๆ แต่เค้าใช้ "กลิ่น" ในการเชิญชวน ซึ่งมันอิมแพคกับความหิวของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแบบ 300%
ดักสกัดทุกทราฟฟิก: ทำเลที่ตั้งคือจุดไข่แดงทั้งนั้น เป็นจุดที่คนต้องรีบซื้อ รีบไป ไม่ต้องคิดเยอะ แวะซื้อไว้กินเป็นมื้อเช้าก่อนเข้าออฟฟิศคือจบปิ๊ง
"เราไม่ได้ตั้งใจจะซื้อขนมปังหรอกค่ะ เราแค่พ่ายแพ้ต่อกลิ่นเนยตอนหกโมงเย็น" — เสียงคร่ำครวญจากมนุษย์ออฟฟิศท่านหนึ่ง
🥖 2. ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ แถมขยันออกของใหม่มาตกนวลนางตลอด!
ยุคนี้หันไปทางไหน คาเฟ่ก็ขายครัวซองต์ชิ้นละ 150 บาทไปแล้วแม่! จะกินทีต้องรอวันเงินเดือนออก แต่หันมามอง Yamazaki... แบงก์ร้อยใบเดียวยังได้ทอน! แกรรร มันคือจุดแข็งที่ทำให้เค้ารอดในยุคที่กำลังซื้อคนหดตัวค่ะ
ราคาเข้าถึงง่าย (Affordable Price): ขนมปังชิ้นละ 20-50 บาท มันคือราคาที่คนชั้นกลางถึงล่างซื้อกินได้ทุกวัน โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับยอดเงินในบัญชี
ออกของใหม่เก่งยิ่งกว่า Fast Fashion: ใครเป็นแฟนคลับจะรู้เลยว่า ร้านนี้มีเมนูใหม่ๆ มาให้ลองตลอดเวลา! ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังมันม่วงที่เคยเป็นไวรัล, โดนัทครีมสด, หรือชีสเค้กหน้าไหม้
Product Variety: มีตั้งแต่ขนมปังจืดๆ เอาไปปิ้งเอง ยันขนมปังไส้แกงกะหรี่เข้มข้น ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่อาม่ายันหลานตัวน้อย
การที่เค้ามีสินค้าหลากหลายและราคาจับต้องได้ มันเลยทำให้ลูกค้าเกิดการ "ซื้อซ้ำ (Repeat Purchase)" ได้บ่อยมาก ซึ่งนี่แหละคือหัวใจของกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง!
🤫 3. การตลาดแบบ "ไม่ทำการตลาด" แต่ลูกค้าอวยยศให้เองจนเป็นไวรัล
แบรนด์อื่นอาจจะทุ่มงบการตลาดหลักสิบล้านเพื่อจ้างพรีเซ็นเตอร์ แต่ Yamazaki เลือกที่จะทุ่มงบไปที่ "คุณภาพและรสชาติ" แทนค่ะ สังเกตไหมว่าเราแทบไม่เคยเห็นโฆษณาของ Yamazaki ในทีวี หรือแม้แต่แอดบน Facebook เลย
แต่เค้าใช้กลยุทธ์ให้ "สินค้าขายตัวมันเอง" พอของมันอร่อย คุ้มค่า ลูกค้าอย่างพวกเรานี่แหละค่ะที่ทนไม่ไหว ต้องไปตั้งกระทู้รีวิว ต้องไปถ่ายคลิปลง TikTok หรือทวีตบอกต่อใน X ว่า ‘แกรรร เมนูนี้ของ Yamazaki คือเดอะเบสท์ ต้องไปตำ!’
User-Generated Content (UGC): การรีวิวจากผู้บริโภคตัวจริง มันดูจริงใจและน่าเชื่อถือกว่าแบรนด์มานั่งพูดเองเป็นร้อยเท่า!
ความสม่ำเสมอ (Consistency): ไม่ว่าจะไปสาขาไหน รสชาติและหน้าตาของขนมปังก็ยังไว้ใจได้เสมอ ความเสถียรนี้แหละที่สร้าง Brand Loyalty ให้คนรักเหนียวแน่นมาหลายสิบปี
"โฆษณาที่ดีที่สุด คือการทำให้ลูกค้าพึงพอใจจนต้องไปบอกต่อเพื่อนเอง" เค้าพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำนี้ยังใช้ได้จริงเสมอ!
เห็นมั้ยคะว่า การทำธุรกิจให้ปังทะลุสองพันล้าน บางทีก็ไม่ต้องเล่นท่าท่ายากเสมอไป แค่เข้าใจ Insight ของลูกค้าอย่างถ่องแท้ ทำสินค้าให้ตอบโจทย์ และรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ แค่นี้ลูกค้าก็พร้อมเปย์เสมอแล้วค่ะ!
👇 ว่าแต่... มาสารภาพกันตรงนี้เลยดีกว่า! เวลาเดินเข้า Yamazaki เมนูไหนคือ "เดอะเบสท์ในดวงใจ" ที่เพื่อนๆ ต้องคีบใส่ถาดทุกครั้งคะ? ของเราคือ 'ขนมปังลูกเกดหมูหยอง' อร่อยนัวมากกก มาป้ายยากันหน่อยเร็ว เผื่อเย็นนี้แอดมินจะไปสอยตาม! เม้าท์มาเลยจ้า รออ่านอยู่น้าาา!