ซื้อของยุคนี้เหมือนสุ่มกาชา! เจาะลึก "มาตรฐาน(พี่)ไทย" ทำไมของปลอม ของเถื่อน ถึงทะลักตลาดง่ายเบอร์นี้?! ทั้งมัทฉะ ยันแฮม

เดินตลาดนัดก็เจอสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์ราคา 39 บาท ไถแอปส้มแอปฟ้าก็เจอมัทฉะเกรดพรีเมียมราคาเท่าชานมไข่มุกหน้าปากซอย! ถามจริงเถอะ... ชีวิตคนไทยยุคนี้ต้องตั้งนะโม 3 จบ สวดมนต์ก่อนกด F ของกันแล้วเหรอแก? วันนี้ขออนุญาตสวมวิญญาณโคนัน มาล้อมวงตั้งเตาเผา เอ้ย! ตั้งวงเม้าท์กันหน่อยว่า ทำไม๊ทำไม "ระบบการทำงาน" บ้านเราถึงปล่อยให้ของเถื่อนเดินเชิดหน้าชูตาได้ขนาดนี้!

1. โปรตาสว่าง หรือ โปรตาบอด? เมื่อคำว่า "ของดีราคาถูก" กลายเป็นกับดักชั้นดี!
      พวกแกเคยโดนป้ายยากันใช่ไหม? เลื่อนฟีดไปเจอ "มัทฉะนำเข้าจากเกียวโต 1 แถม 1 ราคา 99 บาท!" หรือ "เซรั่มหน้าใสขวดละ 50 บาท รีวิวแน่น!" ใจนึงก็เอ๊ะ... นำเข้าจากเกียวโตหรือนำเข้าจากโกดังหลังซอยกันแน่? แต่อีกใจนึงนิ้วก็กดโอนเงินไปแล้วเรียบร้อย!

ปัญหาแรกเลยนะ มันเริ่มจากช่องโหว่ทางจิตวิทยาผู้บริโภคอย่างเราๆ นี่แหละค่ะคุณน้า ที่แพ้ทางคำว่า "ของถูก" ผสมกับระบบ E-Commerce ยุคนี้ที่ใครจะเปิดร้านเมื่อไหร่ก็ได้ แค่มีรูปสวยๆ ก๊อปปี้แคปชั่นเนียนๆ ก็ตั้งแผงขายได้แล้ว

ตรวจจับไม่ทัน: แพลตฟอร์มออนไลน์มีร้านค้าเกิดใหม่เป็นแสนๆ ร้านต่อวัน กว่าจะมีคนจับโป๊ะได้ กดรีพอร์ต ร้านก็ปิดหนีแล้วไปเปิดใหม่หน้าตาเฉย (เปลี่ยนชื่อร้านวนไปสิคะ รออะไร!)
ค่าปรับเบาหวิว: บางทีจับได้ ค่าปรับก็ถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับกำไรที่ฟันไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าสายดาร์กเลยมองว่า "คุ้มที่จะเสี่ยง" ไงล่ะแก
"ก่อนจะกดโอน ท่องไว้ให้ขึ้นใจนะคะลูกสาว: ของดีมักไม่ถูกเวอร์ และของถูกเวอร์มักจะเป็นของปลอม!"

2. มาตรฐาน(พี่)ไทย: ระบบย่อหย่อน หรือ เจ้าหน้าที่งานล้นมือ?
     มาเข้าเรื่องผู้คุมกฎกันบ้าง พูดตรงๆ แบบไม่กลัวรถทัวร์มาจอดหน้าบ้านนะ... ระบบการตรวจสอบก่อนนำสินค้าเข้าตลาดบ้านเรา มันเหมือนมี "คอขวด" ขนาดใหญ่ค่ะ
     สมมติว่ามีสินค้าทะลักเข้ามาจากชายแดนหรือทางเรือวันละสิบล้านชิ้น แกคิดว่าเจ้าหน้าที่มีกี่คน? จะเอาแว่นขยายไปส่องตรวจ เลข อย., มอก., หรือเอกสารนำเข้า ทุกกล่องก็คงไม่ทันกิน สุดท้ายก็ต้องใช้ระบบ "สุ่มตรวจ" ซึ่งนั่นแหละค่ะ แจ็คพอตก็ตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคตาดำๆ อย่างเรา
ของปลอมพัฒนากว่าระบบ: เดี๋ยวนี้แพ็กเกจจิ้งของปลอมทำเนียนมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) มีคิวอาร์โค้ดสแกนไปโผล่เว็บปลอมอีกต่างหาก หลอกซ้อนหลอก อินเซปชั่นเวอร์!
การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) ที่เชื่องช้า: เวลามีข่าวคนแพ้เครื่องสำอางปลอม หรือเจอไส้กรองน้ำเน่า กว่าหน่วยงานจะลงพื้นที่ กว่าจะแถลงข่าว กว่าจะยึดของ... คนซื้อก็เอาไปพอกหน้า หรือดื่มน้ำสนิมเข้าไปจนไตจะพังอยู่แล้วจ้า

3. เมื่อของปลอมลามปามถึง "ปากท้อง" และ "ลมหายใจ" (ไส้กรองเอย แฮมเอย... ไหวชิลไหม?)
     ถ้าเป็นแค่เสื้อผ้าปลอม กระเป๋าก๊อปเกรดเอ เรายังพอทำเนา ถือว่าสวยๆ ขำๆ ไป แต่ประเด็นคือเดี๋ยวนี้มันลามไปถึง "ของกินของใช้ที่กระทบสุขภาพ" แล้วไง!
ล่าสุดที่เป็นข่าว "ไส้กรองน้ำปลอม" แก... น้ำเปล่าคือสิ่งที่เราต้องกินทุกวันนะ! หรือจะเป็น "แฮมปลอม / ไส้กรอกเถื่อน" ที่ทำจากเศษเนื้ออะไรก็ไม่รู้ คลุกสีผสมอาหารแดงเถือกทอดขายหน้าโรงเรียน คิดดูสิว่าระบบการกรองของประเทศเรามันหลวมขนาดไหน ถึงปล่อยให้อาหารและอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ(ปลอม) หลุดเข้ามาวางขายเกลื่อนตลาดได้?

ผู้บริโภคต้องปกป้องตัวเอง (อีกแล้ว): กลายเป็นว่าเราต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกสรรพสิ่ง ต้องดูแพ็กเกจเป็น ต้องแยกสีเนื้อหมูออก ต้องส่องบาร์โค้ดเอง... เหนื่อยไหมคะถามจริง?
ทางออกที่อยากเห็น: รัฐบาลควรเอาจริงเถอะค่ะ จับปรับให้หนัก ยึดทรัพย์ให้เข็ด และแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีมาตรการคัดกรองผู้ขายที่เข้มงวดกว่านี้ (ไม่ใช่อะไรก็โยนให้คนซื้อรีพอร์ตอย่างเดียว)

💬 ถึงตาเพื่อนๆ แล้ว มาเม้าท์กัน!
เอาล่ะ บ่นมาซะยาว ขอโยนไมค์ให้เพื่อนๆ ชาวพันทิปบ้าง... ใครเคยมีประสบการณ์เจ็บปวดกับการสุ่ม F ของแล้วได้ "ของเถื่อน/ของปลอม" บ้างคะ? โดนอะไรกันไปบ้าง (มัทฉะ, ครีมหน้าเด้ง, ของกิน)? แล้วรู้ตัวตอนไหน มาแชร์เป็นวิทยาทานเตือนภัยเพื่อนร่วมบอร์ดกันหน่อยจ้าาา รออ่านอยู่นะ! 👇

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่