⚠️ ทำไมน้ำตาลสูงเรื้อรัง ถึงทำให้แผลเล็กๆ ไม่ยอมหายซักที บางคนแผลเน่า ติดเชื้อ ดำ ตัดขาทิ้งเลยก็มี
.
.
ปกติเวลาเกิดแผล ร่างกายจะรีบเปิดโหมดฟื้นฟูทันที ใต้สะเก็ดแผลจะเริ่มมี “เนื้อเยื่อชั่วคราว” สีแดงชมพูงอกขึ้นมา เรียกว่า Granulation tissue ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการซ่อมแซม
(ใครเคยเผลอสะเก็ดแผลหลุดก่อน แล้วเห็นเนื้อชมพูอ่อน นั่นแหละ)
.
ช่วงแรกเม็ดเลือดขาวจะเข้ามาเคลียร์พื้นที่
▪️กินเศษเซลล์ที่ตๅย
▪️กำจัดเชื้อโรค
จากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากทีมอักเสบ → เป็นทีมฟื้นฟู
▪️เม็ดเลือดขาวเปลี่ยนชุดเป็นทีมลดการอักเสบ (M2, Treg)
▪️เซลล์ผูกถักทอเส้นใย Fibroblast สร้าง collagen ถมแผล
▪️สร้างสารกระตุ้น VEGF กระตุ้นให้หลอดเลือดใหม่งอกเข้าแผล
▪️ชั้นหนังกำพร้าค่อยๆ คลานมาปิดแผล (Epithelialization)
สุดท้ายแผลจึงปิดได้
.
.
แต่ถ้าน้ำตาลสูงเรื้อรัง โดยเฉพาะถึงระดับเบาหวาน ระบบนี้จะเสียแทบทุกจุดเลยค่ะ
เพราะน้ำตาลจะไปเกาะโปรตีนทั่วร่าง เกิดสารพวกพิษ AGEs (และยังมีกลไกอื่นอีก) ทำให้เซลล์และหลอดเลือดเสียหน้าที่ต่างๆ ทีละนิด
▪️เม็ดเลือดขาวแทบอัมพาตเคลื่อนที่ช้า
▪️จับกินเชื้อโรคแย่ลง เชื้อรอดมากขึ้น
▪️หลอดเลือดหนา แข็ง เลือดมาเลี้ยงไม่ดี
▪️เกิดอนุมูลอิสระ (ROS) ยิงทำลายเนื้อเยื่อซ้ำๆ
.
แผลจึงค้างอยู่ใน “ระยะอักเสบ” นานมาก
เม็ดเลือดขาวไม่ยอมเปลี่ยนเป็นโหมดฮีล สารอักเสบก็วนอยู่แบบนั้น แทนที่จะสร้างเนื้อใหม่ กลายเป็นเนื้อข้างๆ พังเพิ่ม
.
พอเลือดมาเลี้ยงไม่ดี
ทีม fibroblast ก็ขาดทั้งอาหารและออกซิเจน
Collagen สร้างได้น้อย
เนื้อเยื่อแดงๆ ใต้แผลจึงขึ้นช้ามาก
บางคนแผลแดงแฉะเป็นเดือน ไม่ถมเต็มเสียที
.
แถมเม็ดเลือดขาวที่เริ่มอัมพาต
ยังกำจัดเชื้อประจำผิวได้แย่ลงอีก
แผลจึงติดเชื้อซ้ำๆ หนองมาเรื่อยๆ
.
ถ้าน้ำตาลสูงอยู่นาน
เส้นประสาทก็จะเริ่มเสีย (Diabetic neuropathy)
หลายคนจึงไม่รู้ว่าเท้ากำลังโดนกด
โดนเสียดสี หรือมีแผลเพิ่ม
เดินซ้ำๆ ทั้งที่เอาแผลลากพื้นตลอด บางคนรองเท้ากัดจนเหวอะแล้วก็ไม่รู้ตัว
สุดท้ายแผลอาจลึกจนเชื้อลามเข้าเอ็น เข้ากระดูก และเตรียมทะลักเข้าสู่กระแสเลือด จนต้องตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิตไว้
.
น้ำตาลสูงเรื้อรัง
ไม่ได้กระทบแค่ “ค่าน้ำตาล”
แต่มันทำลายระบบฟื้นฟู ที่เป็นจุดเด่นเลยของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้พังแล้วมันซ่อมได้ค่ะ
ดูแลภาพสุขภาพกันเถอะ
คนเป็นถึงเบาหวานแล้วก็ยังไม่สาย
มีคนไข้มากมายปรับชีวิตจน
ไม่ต้องกินยาอีกแล้ว แถมร่างกายฟิตกว่าเดิมด้วยค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/14dfgsymufu/
⚠️ ทำไมน้ำตาลสูงเรื้อรัง ถึงทำให้แผลเล็กๆ ไม่ยอมหายซักที บางคนแผลเน่า ติดเชื้อ ดำ ตัดขาทิ้งเลยก็มี
.
.
ปกติเวลาเกิดแผล ร่างกายจะรีบเปิดโหมดฟื้นฟูทันที ใต้สะเก็ดแผลจะเริ่มมี “เนื้อเยื่อชั่วคราว” สีแดงชมพูงอกขึ้นมา เรียกว่า Granulation tissue ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการซ่อมแซม
(ใครเคยเผลอสะเก็ดแผลหลุดก่อน แล้วเห็นเนื้อชมพูอ่อน นั่นแหละ)
.
ช่วงแรกเม็ดเลือดขาวจะเข้ามาเคลียร์พื้นที่
▪️กินเศษเซลล์ที่ตๅย
▪️กำจัดเชื้อโรค
จากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากทีมอักเสบ → เป็นทีมฟื้นฟู
▪️เม็ดเลือดขาวเปลี่ยนชุดเป็นทีมลดการอักเสบ (M2, Treg)
▪️เซลล์ผูกถักทอเส้นใย Fibroblast สร้าง collagen ถมแผล
▪️สร้างสารกระตุ้น VEGF กระตุ้นให้หลอดเลือดใหม่งอกเข้าแผล
▪️ชั้นหนังกำพร้าค่อยๆ คลานมาปิดแผล (Epithelialization)
สุดท้ายแผลจึงปิดได้
.
.
แต่ถ้าน้ำตาลสูงเรื้อรัง โดยเฉพาะถึงระดับเบาหวาน ระบบนี้จะเสียแทบทุกจุดเลยค่ะ
เพราะน้ำตาลจะไปเกาะโปรตีนทั่วร่าง เกิดสารพวกพิษ AGEs (และยังมีกลไกอื่นอีก) ทำให้เซลล์และหลอดเลือดเสียหน้าที่ต่างๆ ทีละนิด
▪️เม็ดเลือดขาวแทบอัมพาตเคลื่อนที่ช้า
▪️จับกินเชื้อโรคแย่ลง เชื้อรอดมากขึ้น
▪️หลอดเลือดหนา แข็ง เลือดมาเลี้ยงไม่ดี
▪️เกิดอนุมูลอิสระ (ROS) ยิงทำลายเนื้อเยื่อซ้ำๆ
.
แผลจึงค้างอยู่ใน “ระยะอักเสบ” นานมาก
เม็ดเลือดขาวไม่ยอมเปลี่ยนเป็นโหมดฮีล สารอักเสบก็วนอยู่แบบนั้น แทนที่จะสร้างเนื้อใหม่ กลายเป็นเนื้อข้างๆ พังเพิ่ม
.
พอเลือดมาเลี้ยงไม่ดี
ทีม fibroblast ก็ขาดทั้งอาหารและออกซิเจน
Collagen สร้างได้น้อย
เนื้อเยื่อแดงๆ ใต้แผลจึงขึ้นช้ามาก
บางคนแผลแดงแฉะเป็นเดือน ไม่ถมเต็มเสียที
.
แถมเม็ดเลือดขาวที่เริ่มอัมพาต
ยังกำจัดเชื้อประจำผิวได้แย่ลงอีก
แผลจึงติดเชื้อซ้ำๆ หนองมาเรื่อยๆ
.
ถ้าน้ำตาลสูงอยู่นาน
เส้นประสาทก็จะเริ่มเสีย (Diabetic neuropathy)
หลายคนจึงไม่รู้ว่าเท้ากำลังโดนกด
โดนเสียดสี หรือมีแผลเพิ่ม
เดินซ้ำๆ ทั้งที่เอาแผลลากพื้นตลอด บางคนรองเท้ากัดจนเหวอะแล้วก็ไม่รู้ตัว
สุดท้ายแผลอาจลึกจนเชื้อลามเข้าเอ็น เข้ากระดูก และเตรียมทะลักเข้าสู่กระแสเลือด จนต้องตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิตไว้
.
น้ำตาลสูงเรื้อรัง
ไม่ได้กระทบแค่ “ค่าน้ำตาล”
แต่มันทำลายระบบฟื้นฟู ที่เป็นจุดเด่นเลยของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้พังแล้วมันซ่อมได้ค่ะ
ดูแลภาพสุขภาพกันเถอะ
คนเป็นถึงเบาหวานแล้วก็ยังไม่สาย
มีคนไข้มากมายปรับชีวิตจน
ไม่ต้องกินยาอีกแล้ว แถมร่างกายฟิตกว่าเดิมด้วยค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/14dfgsymufu/