"ไข้เลือดออก" (Dengue infection) เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีและมีพาหะคือยุงลาย
3 ระยะอาการที่ต้องจับตา
1. ระยะไข้สูง (Febrile Phase) (2-7 วันแรก): มีไข้สูงลอยเฉียบพลันถึง 39-40°C ไข้มักไม่ลงหรือลงชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก อาการร่วมได้แก่ ปวดศีรษะมากโดยเฉพาะบริเวณกระบอกตา, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (Breakbone Fever), หน้าแดง, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้, อาเจียน
2. ระยะวิกฤต (Critical Phase) (24-48 ชั่วโมงอันตราย): เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด มักเกิดขึ้นหลังไข้เริ่มลดลง ต้องเฝ้าระวัง สัญญาณอันตราย (Warning Signs) อย่างเคร่งครัด เช่น ปวดท้องรุนแรง, อาเจียนไม่หยุด, เลือดออกผิดปกติ (เช่น เลือดกำเดา, เลือดออกตามไรฟัน, ถ่ายดำ), กระสับกระส่ายหรือซึมลง, ตัวเย็นมือเท้าเย็น, และปัสสาวะออกน้อยลง หากพบสัญญาณอันตรายใด ๆ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
3. ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase): อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หากผ่านระยะวิกฤตมาได้ ร่างกายจะเริ่มดูดกลับน้ำเลือดที่รั่วซึมเข้าหลอดเลือด, ความอยากอาหารกลับมา, ความดันโลหิตและชีพจรคงที่ อาจมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขาว ๆ บนพื้นแดง (islands of white in a sea of red) ร่วมกับอาการคัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
การตรวจวินิจฉัย
◦ Dengue NS1 Antigen: ตรวจหาโปรตีนของเชื้อไวรัสโดยตรง เหมาะสำหรับวันที่ 1-5 ของการมีไข้
◦ Dengue Antibody (IgM, IgG): ตรวจหาร่องรอยภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น เหมาะตั้งแต่วันที่ 5 ของการมีไข้เป็นต้นไป
ข้อควรทำและห้ามทำ
สิ่งที่ควรทำ
ไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง พักผ่อนให้เพียงพอ, เช็ดตัวลดไข้, ดื่มน้ำมาก (น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่), ทานเฉพาะยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้, สังเกตสัญญาณอันตรายโดยเฉพาะช่วงไข้ลด, และป้องกันยุงกัดเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่สู่ผู้อื่น
สิ่งที่ "ห้ามทำ"
▪ ห้ามรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, นาพรอกเซน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร
▪ ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
▪ ห้ามชะล่าใจเมื่อไข้ลดลง เพราะอาจเข้าสู่ระยะวิกฤตได้
▪ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสีเข้ม เช่น น้ำแดง, น้ำอัดลมสีดำ, ช็อกโกแลต เพื่อให้ง่ายต่อการแยกสีหากมีอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด
อ่านแบบเต็ม
https://www.facebook.com/share/1EeKRBgY6T/?mibextid=wwXIfr
ฟังบน Youtube
https://youtu.be/8Z-0XcK5Aag?si=CMrwuvWzZ0BjPPaf
ฤดูฝนแล้ว.. ระวังไข้เลือดออก (Dengue infection) กันด้วยนะ
"ไข้เลือดออก" (Dengue infection) เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีและมีพาหะคือยุงลาย
3 ระยะอาการที่ต้องจับตา
1. ระยะไข้สูง (Febrile Phase) (2-7 วันแรก): มีไข้สูงลอยเฉียบพลันถึง 39-40°C ไข้มักไม่ลงหรือลงชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก อาการร่วมได้แก่ ปวดศีรษะมากโดยเฉพาะบริเวณกระบอกตา, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (Breakbone Fever), หน้าแดง, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้, อาเจียน
2. ระยะวิกฤต (Critical Phase) (24-48 ชั่วโมงอันตราย): เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด มักเกิดขึ้นหลังไข้เริ่มลดลง ต้องเฝ้าระวัง สัญญาณอันตราย (Warning Signs) อย่างเคร่งครัด เช่น ปวดท้องรุนแรง, อาเจียนไม่หยุด, เลือดออกผิดปกติ (เช่น เลือดกำเดา, เลือดออกตามไรฟัน, ถ่ายดำ), กระสับกระส่ายหรือซึมลง, ตัวเย็นมือเท้าเย็น, และปัสสาวะออกน้อยลง หากพบสัญญาณอันตรายใด ๆ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
3. ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase): อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หากผ่านระยะวิกฤตมาได้ ร่างกายจะเริ่มดูดกลับน้ำเลือดที่รั่วซึมเข้าหลอดเลือด, ความอยากอาหารกลับมา, ความดันโลหิตและชีพจรคงที่ อาจมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขาว ๆ บนพื้นแดง (islands of white in a sea of red) ร่วมกับอาการคัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
การตรวจวินิจฉัย
◦ Dengue NS1 Antigen: ตรวจหาโปรตีนของเชื้อไวรัสโดยตรง เหมาะสำหรับวันที่ 1-5 ของการมีไข้
◦ Dengue Antibody (IgM, IgG): ตรวจหาร่องรอยภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น เหมาะตั้งแต่วันที่ 5 ของการมีไข้เป็นต้นไป
ข้อควรทำและห้ามทำ
สิ่งที่ควรทำ
ไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง พักผ่อนให้เพียงพอ, เช็ดตัวลดไข้, ดื่มน้ำมาก (น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่), ทานเฉพาะยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้, สังเกตสัญญาณอันตรายโดยเฉพาะช่วงไข้ลด, และป้องกันยุงกัดเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่สู่ผู้อื่น
สิ่งที่ "ห้ามทำ"
▪ ห้ามรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, นาพรอกเซน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร
▪ ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
▪ ห้ามชะล่าใจเมื่อไข้ลดลง เพราะอาจเข้าสู่ระยะวิกฤตได้
▪ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสีเข้ม เช่น น้ำแดง, น้ำอัดลมสีดำ, ช็อกโกแลต เพื่อให้ง่ายต่อการแยกสีหากมีอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด
อ่านแบบเต็ม
https://www.facebook.com/share/1EeKRBgY6T/?mibextid=wwXIfr
ฟังบน Youtube
https://youtu.be/8Z-0XcK5Aag?si=CMrwuvWzZ0BjPPaf