สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน!
วันนี้ผมมีเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอมาแล้วกับตัว หรือไม่ก็เห็นจากคนรอบข้างจนต้องร้อง "โอ้โห!" กันมาบ้างแน่ๆ นั่นก็คือ "อาการมือถือร้อนจี๋" นั่นเองครับ!
ยอมรับมาเลยว่าใครเคยรู้สึกว่ามือถือตัวเองร้อนจนเหมือนกำลังจับเตาปิ้งหมูกระทะอยู่บ้าง? บางทีก็ร้อนตอนชาร์จ บางทีก็ร้อนตอนเล่นเกมหนักๆ หรือเปิดแอปเยอะๆ จนใจหายแว็บ กลัวมันจะระเบิดตูมตามคามือไปซะก่อนใช่ไหมล่ะครับ?
ไม่ต้องกังวลไปครับ! วันนี้ผมในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญ (ที่ไม่เป็นทางการแต่ประสบการณ์แน่นมาก)" จะมาไขข้อข้องใจ และบอกวิธีรับมือกับปัญหามือถือร้อนจัดแบบหมดเปลือก พร้อมเทคนิคป้องกันให้เครื่องรักของเราเย็นฉ่ำ ปลอดภัยหายห่วง ใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องกลัวเครื่องดับกลางคันครับ
ทำไมมือถือเราถึงร้อนจี๋ได้ขนาดนั้น?
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า "ความร้อน" เนี่ยมันเป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ โดยเฉพาะมือถือที่มีซีพียูทำงานหนัก แบตเตอรี่กำลังจ่ายไฟ หรือแม้แต่ระบบชาร์จที่อัดประจุไฟเข้าไป
ปัจจัยหลักๆ ก็มาจาก
1. การประมวลผลหนัก เล่นเกมกราฟิกสูง ตัดต่อวิดีโอ หรือเปิดหลายแอปพร้อมกัน ซีพียูก็ทำงานหนักเป็นธรรมดาครับ เหมือนคนวิ่งมาราธอนนั่นแหละ
2. การชาร์จแบตเตอรี่ โดยเฉพาะการชาร์จเร็ว (Fast Charge) ที่มีกระแสไฟสูงๆ เข้าไป ตัวแบตเตอรี่ก็เกิดความร้อนได้ครับ
3. สภาพแวดล้อม อากาศร้อนจัด วางมือถือตากแดด หรืออยู่ในรถที่จอดตากแดด อันนี้ตัวดีเลยครับ
4. สัญญาณเครือข่ายอ่อน มือถือต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อจับสัญญาณ ทำให้เกิดความร้อนได้เช่นกัน
มือถือร้อนแล้ว ต้องทำยังไงทันที?
ถ้าวันดีคืนดีมือถือของเราเกิดร้อนปรอทแตกขึ้นมา ไม่ต้องตกใจครับ หายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตามนี้เลย
1. ถอดปลั๊กชาร์จทันที (ถ้ากำลังชาร์จอยู่)
นี่คือสิ่งแรกและสำคัญที่สุดครับ! ถ้ามือถือร้อนจัดตอนกำลังชาร์จ ให้รีบดึงสายชาร์จออกก่อนเลย เพื่อหยุดกระบวนการจ่ายไฟที่อาจเป็นสาเหตุของความร้อนสะสมครับ
2. ปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด
แอปต่างๆ ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเกม โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่แอปนำทาง ล้วนใช้พลังงานและทำให้ซีพียูทำงาน ลองปิดมันให้หมดครับ ให้เครื่องได้พักผ่อนบ้าง
3. ถอดเคสออกซะ!
เคสสวยๆ ที่เราซื้อมาใส่เนี่ย มันก็เหมือนเสื้อกันหนาวให้มือถือนั่นแหละครับ พอเครื่องร้อน มันก็ระบายความร้อนได้ยากขึ้น ถอดออกก่อนเลยครับ ให้ความร้อนมันได้คายออกมาบ้าง
4. พักเครื่องและวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
หาที่เย็นๆ ไม่ใช่ตู้เย็นนะครับ! แค่วางไว้บนโต๊ะ หรือพื้นผิวเรียบๆ ที่อากาศไม่ได้อับชื้น พยายามอย่าเอาไปจ่อพัดลมแรงๆ หรือแอร์ตรงๆ ทันทีนะครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันมากๆ อาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ภายในได้
5. งดใช้งานชั่วคราว
ให้มือถือได้พักจริงๆ ครับ อาจจะสัก 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าอุณหภูมิกลับมาเป็นปกติ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ก็แค่รับสาย-โทรออกสั้นๆ พอครับ
ป้องกันดีกว่าแก้! วิธีดูแลไม่ให้มือถือร้อนจัดในระยะยาว
มาถึงขั้นตอน "ชิงดำ" ที่จะช่วยให้มือถือของเราเย็นฉ่ำตลอดไป (เว้นแต่จะไปเล่นเกมหนักๆ กลางแดดเปรี้ยงๆ อันนั้นก็ต้องยอมรับครับ ฮ่าๆ)
หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ไม่ควรวางมือถือทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด หรือเล่นกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ครับ
ใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์แท้/ที่ได้มาตรฐาน ของปลอมอาจจ่ายไฟไม่เสถียร หรือคุณภาพไม่ดีพอ ทำให้เกิดความร้อนสูงได้ครับ
อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ ผู้ผลิตมักจะออกอัปเดตเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งรวมถึงการจัดการความร้อนด้วยครับ
ไม่ใช้งานหนักขณะชาร์จ พยายามอย่าเล่นเกมหนักๆ หรือดูวิดีโอต่อเนื่องขณะเสียบชาร์จแบตเตอรี่ครับ ให้แบตเตอรี่ได้ชาร์จไฟไปอย่างเต็มที่
ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพจะทำงานได้ไม่เต็มที่และอาจเกิดความร้อนได้ง่ายกว่าปกติ ลองเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ในเมนูตั้งค่าของเครื่องดูครับ
เมื่อไหร่ที่ควรกังวล?
ถ้ามือถือของคุณร้อนจัดบ่อยๆ แม้จะใช้งานเบาๆ หรือร้อนจนเครื่องดับเองอยู่เรื่อยๆ หรือมีอาการแบตเตอรี่บวม อันนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้วครับ ควรนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการตรวจสอบทันที ไม่ต้องรอให้มันระเบิดคามือเหมือนในข่าวลือนะครับ!
สรุปแล้ว การดูแลมือถือให้พ้นจากความร้อนก็ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ? แค่ใส่ใจสักนิด ปฏิบัติตามคำแนะนำ เท่านี้มือถือคู่ใจของเราก็จะอยู่กับเราไปนานๆ พร้อมลุยทุกสถานการณ์ได้อย่างสบายใจครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครมีประสบการณ์มือถือร้อนๆ หรือมีเทคนิคเจ๋งๆ ก็มาแชร์กันได้เลยนะครับ!
แล้วพบกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!
มือถือร้อนจนแทบไหม้มือ? อย่าเพิ่งตกใจ! มาดูวิธีแก้และป้องกันให้เครื่องเย็นฉ่ำ ปลอดภัยหายห่วงครับ
วันนี้ผมมีเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอมาแล้วกับตัว หรือไม่ก็เห็นจากคนรอบข้างจนต้องร้อง "โอ้โห!" กันมาบ้างแน่ๆ นั่นก็คือ "อาการมือถือร้อนจี๋" นั่นเองครับ!
ยอมรับมาเลยว่าใครเคยรู้สึกว่ามือถือตัวเองร้อนจนเหมือนกำลังจับเตาปิ้งหมูกระทะอยู่บ้าง? บางทีก็ร้อนตอนชาร์จ บางทีก็ร้อนตอนเล่นเกมหนักๆ หรือเปิดแอปเยอะๆ จนใจหายแว็บ กลัวมันจะระเบิดตูมตามคามือไปซะก่อนใช่ไหมล่ะครับ?
ไม่ต้องกังวลไปครับ! วันนี้ผมในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญ (ที่ไม่เป็นทางการแต่ประสบการณ์แน่นมาก)" จะมาไขข้อข้องใจ และบอกวิธีรับมือกับปัญหามือถือร้อนจัดแบบหมดเปลือก พร้อมเทคนิคป้องกันให้เครื่องรักของเราเย็นฉ่ำ ปลอดภัยหายห่วง ใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องกลัวเครื่องดับกลางคันครับ
ทำไมมือถือเราถึงร้อนจี๋ได้ขนาดนั้น?
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า "ความร้อน" เนี่ยมันเป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ โดยเฉพาะมือถือที่มีซีพียูทำงานหนัก แบตเตอรี่กำลังจ่ายไฟ หรือแม้แต่ระบบชาร์จที่อัดประจุไฟเข้าไป
ปัจจัยหลักๆ ก็มาจาก
1. การประมวลผลหนัก เล่นเกมกราฟิกสูง ตัดต่อวิดีโอ หรือเปิดหลายแอปพร้อมกัน ซีพียูก็ทำงานหนักเป็นธรรมดาครับ เหมือนคนวิ่งมาราธอนนั่นแหละ
2. การชาร์จแบตเตอรี่ โดยเฉพาะการชาร์จเร็ว (Fast Charge) ที่มีกระแสไฟสูงๆ เข้าไป ตัวแบตเตอรี่ก็เกิดความร้อนได้ครับ
3. สภาพแวดล้อม อากาศร้อนจัด วางมือถือตากแดด หรืออยู่ในรถที่จอดตากแดด อันนี้ตัวดีเลยครับ
4. สัญญาณเครือข่ายอ่อน มือถือต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อจับสัญญาณ ทำให้เกิดความร้อนได้เช่นกัน
มือถือร้อนแล้ว ต้องทำยังไงทันที?
ถ้าวันดีคืนดีมือถือของเราเกิดร้อนปรอทแตกขึ้นมา ไม่ต้องตกใจครับ หายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตามนี้เลย
1. ถอดปลั๊กชาร์จทันที (ถ้ากำลังชาร์จอยู่)
นี่คือสิ่งแรกและสำคัญที่สุดครับ! ถ้ามือถือร้อนจัดตอนกำลังชาร์จ ให้รีบดึงสายชาร์จออกก่อนเลย เพื่อหยุดกระบวนการจ่ายไฟที่อาจเป็นสาเหตุของความร้อนสะสมครับ
2. ปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด
แอปต่างๆ ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเกม โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่แอปนำทาง ล้วนใช้พลังงานและทำให้ซีพียูทำงาน ลองปิดมันให้หมดครับ ให้เครื่องได้พักผ่อนบ้าง
3. ถอดเคสออกซะ!
เคสสวยๆ ที่เราซื้อมาใส่เนี่ย มันก็เหมือนเสื้อกันหนาวให้มือถือนั่นแหละครับ พอเครื่องร้อน มันก็ระบายความร้อนได้ยากขึ้น ถอดออกก่อนเลยครับ ให้ความร้อนมันได้คายออกมาบ้าง
4. พักเครื่องและวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
หาที่เย็นๆ ไม่ใช่ตู้เย็นนะครับ! แค่วางไว้บนโต๊ะ หรือพื้นผิวเรียบๆ ที่อากาศไม่ได้อับชื้น พยายามอย่าเอาไปจ่อพัดลมแรงๆ หรือแอร์ตรงๆ ทันทีนะครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันมากๆ อาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ภายในได้
5. งดใช้งานชั่วคราว
ให้มือถือได้พักจริงๆ ครับ อาจจะสัก 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าอุณหภูมิกลับมาเป็นปกติ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ก็แค่รับสาย-โทรออกสั้นๆ พอครับ
ป้องกันดีกว่าแก้! วิธีดูแลไม่ให้มือถือร้อนจัดในระยะยาว
มาถึงขั้นตอน "ชิงดำ" ที่จะช่วยให้มือถือของเราเย็นฉ่ำตลอดไป (เว้นแต่จะไปเล่นเกมหนักๆ กลางแดดเปรี้ยงๆ อันนั้นก็ต้องยอมรับครับ ฮ่าๆ)
หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ไม่ควรวางมือถือทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด หรือเล่นกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ครับ
ใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์แท้/ที่ได้มาตรฐาน ของปลอมอาจจ่ายไฟไม่เสถียร หรือคุณภาพไม่ดีพอ ทำให้เกิดความร้อนสูงได้ครับ
อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ ผู้ผลิตมักจะออกอัปเดตเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งรวมถึงการจัดการความร้อนด้วยครับ
ไม่ใช้งานหนักขณะชาร์จ พยายามอย่าเล่นเกมหนักๆ หรือดูวิดีโอต่อเนื่องขณะเสียบชาร์จแบตเตอรี่ครับ ให้แบตเตอรี่ได้ชาร์จไฟไปอย่างเต็มที่
ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพจะทำงานได้ไม่เต็มที่และอาจเกิดความร้อนได้ง่ายกว่าปกติ ลองเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ในเมนูตั้งค่าของเครื่องดูครับ
เมื่อไหร่ที่ควรกังวล?
ถ้ามือถือของคุณร้อนจัดบ่อยๆ แม้จะใช้งานเบาๆ หรือร้อนจนเครื่องดับเองอยู่เรื่อยๆ หรือมีอาการแบตเตอรี่บวม อันนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้วครับ ควรนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการตรวจสอบทันที ไม่ต้องรอให้มันระเบิดคามือเหมือนในข่าวลือนะครับ!
สรุปแล้ว การดูแลมือถือให้พ้นจากความร้อนก็ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ? แค่ใส่ใจสักนิด ปฏิบัติตามคำแนะนำ เท่านี้มือถือคู่ใจของเราก็จะอยู่กับเราไปนานๆ พร้อมลุยทุกสถานการณ์ได้อย่างสบายใจครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครมีประสบการณ์มือถือร้อนๆ หรือมีเทคนิคเจ๋งๆ ก็มาแชร์กันได้เลยนะครับ!
แล้วพบกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!