ความทุกข์ของตัวเอง

กระทู้สนทนา
ชีวิตของเรา..รู้สึกว่าการผิดหวังเรื่องเดิมซ้ำ มันทำให้เรารู้สึกชินชากับความรู้สึกของตัวเองและคนรอบข้าง
-เราเป็นผญ.คนนึงที่ชีวิตไม่ได้มีอะไรหวือหวา เราเคยมีแฟน และแฟนคนนี้คือคนแรก เป็นช่วงชีวิตที่เป็นวัยรุ่น สนุก เฮฮา ไม่ค่อยมีเรื่องเครียด ไล่ล่าตามหาฝันเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ไปสอบ โน่นนั่นนี่ และมีคนที่เราคิดว่า แค่มีเขาก็ไม่จำเป็นต้องมีใครเขาเป็นทั้ง เพื่อน ทั้งแฟน และที่ปรึกษา จนกระทั่งแม่ของเราโดนคดีค้ายา จนต้องติดคุกอยู่เรือนจำ 4 ปี  เราทั้งเรียนและคอยทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเอาไปฝากแม่ตอนอยู่ในบ้านใหญ่ เขาก็รู้และรับทราบปัญหาของเราและทำให้เราต้องใช้ชีวิต ทั้งเรื่องเงิน และหน้าที่ พ่วงกับเขาทุกอย่าง เราเพิ่งเป็น นศ. จบใหม่ยังหางานไม่ได้ เลยต้องคอยเขาทุกอย่าง จนกระทั่งเราได้งานเงินดีแต่แลกกับความเหนื่อยและไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน เพราะแฟนเขาต้องทำงานอีกที่ เราก็คิดเสียแต่รับผิดชอบเรื่องแม่และครอบครัวฝั่งตัวเอง จนกระทั่งมีปัญหาในชีวิตคู่ของเรา ทำให้เขาเลิกรากับเราไป..
ก่อนจะเลิก พ่อของเราล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล ทำให้กลายเป็นอัมพฤกษ์ช่วยเหลือตัวเองไม่ถนัด ก่อนหน้านั่นเราขอยืมเงินเขาเพื่อไปซื้อยาให้พ่อกินก่อนแต่เขาปฏิเสธและให้เราหาทางแก้ปัญหาเอาเอง เราก็ไม่ได้โกรธแต่แค่น้อยใจ จนกระทั่งเขาบอกเลิกและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเราอีกจนพบว่าเขาได้ไปเจอผญ.อีกคนที่พร้อมซัพพอร์ตชีวิตเขาได้มากกว่าตัวเรา ซึ่งทำให้เราก็ไม่พอใจในการกระทำของเขามองว่าเขาเห็นแก่ตัวมากที่ทิ้งเราเวลาที่เราลำขากและต้องการเขามากที่สุด
เราดูแลพ่อที่ป่วยบวกกับหาเงินส่งให้แม่ใช้โดยลำพัง ทำให้เราเครียดเราเลยเที่ยว กิน ดื่มเวลากลางคืน จนกระทั่งปัดแอปหาคู่เจอผช.คนนึงที่เราไม่คาดคิดว่าจะทำให้ชีวิตเราพังไม่เป็นท่า
ตอนแรก อะไรก็ดีแค่ผช.คนนี้เขาไม่มีงานทำและเริ่มมาเบียดเบียนเงินเรา ทั้งโทรตามจิก คิดไปเองเรื่องผช.กลัวเราไปหาผช.คนอื่น ทั้งทำร้ายร่างกายทั้งๆที่ก่อนหน้าแฟนคนแรกเขาไม่เคยทำพฤติกรรมแนวนี้กับเราเลย คอยตามรังควาญชีวิต ข่มขู่สารพัด กักขังหน่วงเหนี่ยว จนทำให้เราเกิดความกลัวในจิตใจระแวงทุกอย่างไปหมด จนกระทั่งความอดทนมันมีขีดจำกัด ทำให้เราแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมา..หลังจากดำเนินคดี ได้รับค่าเสียหายจำนวนหนึ่งหลักหมื่น เราก็มารู้ว่าเราท้องกับผช.คนที่ทำร้ายร่างกายเรา เราคิดเสมอว่าไม่อยากให้เขาเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีจนกระทั่งคลอดเราก็ไปที่โรงพยาบาลเองไม่ระบุชื่อบิดาในใบเกิดเพราะไม่อยากให้มีพันธะกับผช.คนนั้น และเราก็มองว่าเขาไม่สามารถมารับผิดชอบชีวิตของลูกเราได้ เราก็เลี้ยงลูกมาเรื่อยๆและคอยมีผู้ใหญ่ช่วยค่านมให้ลูกเราและอยากได้ลูกเราไปเป็นลูกบุญธรรม เราก็ยินดีที่จะยกลูกเราให้แต่ก็ยังเลี้ยงเขาเหมือนเดิม เราก็คิดน้อยใจกับชะตาชีวิตตัวเองที่มันไม่ก้าวหน้ามีแต่หาเรื่องใส่ตัว เราเหนื่อย ท้อ ที่ชีวิตไม่ประสบผลสำเร็จที่จะดูแลลูกเองได้ด้วยตัวคนเดียว  
ตอนนี้พ่อก็เกษียณจากอายุราชการแล้ว แม่ก็ออกมาจากเรือนจำและมาใช้ชีวิตอยู่บ้าน ส่วนเงินแม่ก็เอาไปใช้หนี้ก่อนหน้าที่เขาจะโดนจับ และยังมีพฤติกรรมเดิม เล่นหวยหนักเหมือนเดิม และใช้เงินสร้างบ้าน และให้น้องชายของแม่หรือน้าชายยืมไปจ่ายหนี้ จนเงินร่อยหรอไปมาก แม่ซื้อรถมือสองให้1คัน เป็นเงินสดราคาไม่แรงมาก และให้เราเอารถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินมาทำบ้านต่อ ภาระหนี้เราก็รับผิดชอบ ผ่อนทั้งมอเตอร์ไซค์1คันและรถยนต์1คัน เท่ากับว่าเราได้อะไรที่มันไม่จริงเลย ลงแรงผ่อนทั้ง2อย่าง ส่วนเรื่องลูก เราซื้อแพมเพิส ซื้อเสื้อผ้าของใช้ให้ลูกส่วนเรื่องนม ผู้ใหญ่ออกให้ แต่บางที่คชจ.ส่วนตัวเราก็มีทำให้เงินเราต่อเดือนไม่พอใช้
เราเลยคิดเสียแต่ว่า เมื่อไหร่นะ เมื่อไหร่จะดีขึ้น เราพยายามหาสอบหน่วยงานแต่ก็ไม่ติด อ่านหนังสือ นั่นนี่แต่ไม่ติด พลาดเล็กพลาดน้อย คะแนนสองคะแนน เราเลยคิดว่าเราคงทุ่มเทกับมันไม่พอ แม่ก็คอยแต่ว่าคนอย่างเราคงไม่ไปหน้ามาหลังมากกว่านี้ ชีวิตคงจะมีเท่านี้ ออกมาจากคุกก็ต้องมาเลี้ยงลูกช่วยเรา ต้องมาลำบาก เราก็ไม่เคยเถียงเพราะเถียงไม่ได้และลูกเราก็ไม่ได้ผิด เพราะเขาแค่เด็กคนนึงที่ต้องเกิดมากำพร้ากำพลอย
เราน้อยใจชีวิตตัวเอง มีเรื่องอะไรเข้ามาทำให้เราไม่ค่อยตื่นเต้นกับชีวิตตัวเอง เพราะ เราคงเป็นอย่างที่เขาว่า เราคงมาไกลได้แค่นี้
สิ่งเดียวที่ทำให้เรามีความสุขคือลูก
** ไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อ แต่ก็อยากระบายลงกระทู้เผื่อมีกำลังใจค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่