คำรัก...ที่แสนจะอ่อนหวาน

ดิฉันเป็นคนชอบสะสม และอ่านคำรักค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นแบบตลก ๆ แบบทื่อ ๆ แบบซึ้ง ๆ แบบหวาน ๆ หรือกระทั่งแบบที่เจือความหลงใหลใคร่รักแบบมีศิลปะ

ที่จะยกมาแชร์วันนี้ มาจาก FB ของคุณ Phunrusmi Stibhalat ที่ดิฉันเริ่มติดตามสิ่งที่เธอเขียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพระกฤษณะของนางราธา
พบว่า น่าสนใจมาก


จากนั้น ก็ติดตามมาเรื่อย ๆ เลยจะขอเอาบางส่วนที่เธอเขียนมาแชร์ในนี้ให้ได้ลองอ่านดูนะคะ

เธอเขียนได้เปิดเผยและซื่อตรง
อ่อนหวานและงดงาม



“ขอให้เจอผู้ที่สามารถบูชาวิญญาณของกันและกันได้”
ในตันตระ ร่างกาย ความรัก สัมผัส และจิตวิญญาณไม่ถูกแยกออกจากกัน
คนรักจึงไม่ใช่เจ้าของ แต่เป็นกระจกแห่งพระผู้เป็นเจ้า ที่ช่วยปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นขึ้น


“ขอให้เธอได้พบผู้ที่สัมผัสเธอ ราวกับกำลังสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์“
ผู้ที่มองเรือนร่างของเธอ ไม่ใช่ด้วยความหิวกระหายเพียงอย่างเดียว
แต่ด้วยความเคารพรัก ดั่งอารามแห่งเทวี ที่มีทั้งแสงและเงา ทั้งไฟแห่งความปรารถนา  และความเงียบอันลึกซึ้งของดวงจิต


"ขอให้เขาเรียนรู้ร่างกายของเธอ เหมือนนักดนตรีเรียนรู้พิณศักดิ์สิทธิ์"
ฟังจังหวะลมหายใจ ฟังภาษาของผิว ฟังความสั่นไหวเล็ก ๆ ที่แม้ริมฝีปากยังพูดไม่ออก


“ขอให้เขารู้ว่า ความอ่อนโยนของเธอ มิใช่ความอ่อนแอ และความปรารถนาของเธอ มิใช่บาป“
แต่คือพลังศักติ พลังแห่งชีวิต  ที่สามารถสร้าง ทำลาย และชุบชีวิตหัวใจได้พร้อมกัน


”ขอให้ความรักระหว่างพวกเธอ มิใช่เพียงการแสวงหาความสุขชั่วคราว แต่เป็นโยคะแห่งการหลอมรวม"
ที่ซึ่งสองลมหายใจค่อยๆ กลายเป็นจังหวะเดียวกัน สองร่างกายกลายเป็นบทสวด และการสัมผัส กลายเป็นสมาธิ


”ขอให้เขาไม่เพียงแต่รักเธอในวันที่เธองดงามดั่งจันทร์เพ็ญ แต่ยังรักเธอ ในคืนที่เธอเหนื่อยล้า“
เธอสามารถเปลือยเปล่าทางหัวใจ และอาจเต็มไปด้วยบาดแผล เพราะในสายตาของผู้ตื่นรู้  แม้รอยแตกของวิญญาณก็ยังงดงาม


และเมื่อพวกเธอหลอมรวมกัน ขอให้มันมิใช่เพียงร่างกายที่สั่นสะเทือน แต่เป็นจิตวิญญาณ จนทั้งคู่ลืมไปชั่วขณะ ว่าใครคือผู้ให้ ใครคือผู้รับ
เหลือเพียงพลังเดียว ที่ไหลเวียนระหว่างกัน
เหมือนศิวะและศักติ เต้นรำอยู่ภายในจักรวาลเดียวกัน


เมื่อมนุษย์รักกันอย่างมีสติ
แม้แต่การสบตา ก็กลายเป็นสมาธิได้
แม้แต่การจับมือ ก็กลายเป็นบทสวดได้  
และแม้แต่เรือนร่าง ก็สามารถกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่วิญญาณสองดวงเรียนรู้กันและกันอย่างอ่อนโยน



เวลาคนสองคนรักกันลึกจริงๆ  การกอด อาจไม่ใช่แค่การกอด
แต่มันคือความรู้สึกว่า เรามีตัวตนทั้งหมดตรงนี้ … ด้วยกัน

การจ้องตา อาจไม่ใช่แค่ความโรแมนติก แต่มันคือการเห็นอีกคนโดยไม่พยายามเปลี่ยนกันและกัน
การสัมผัส อาจไม่ใช่แค่ความเร้าอารมณ์ แต่มันคือการสื่อสารโดยไม่ต้องใช้ภาษา  

และช่วงเวลาหนึ่งตัวตน จะเงียบลงมาก  ไม่มีการลองใจ ไม่มีบทบาท ไม่มีอัตตาที่ต้องชนะกัน  
เหลือเพียงแค่การรับรู้ การเชื่อมโยง การมีอยู่ตรงนี้ร่วมกัน


สุขสันต์วันศุกร์
TGIF ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่