ลองจินตนาการว่าคุณย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน ยุคที่ยังไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีกูเกิลแมป (Google Maps) และไม่มีดาวเทียมลอยอยู่บนฟ้า เวลาคนโบราณจะเดินทางไปไหนทีก็ต้องเดินเท้าหรือนั่งเรือไม้ลำเล็กๆ เท่านั้น
วันหนึ่ง มีนักเดินทางคนหนึ่งเดินไปเจอแหล่งน้ำขนาดใหญ่โตมโหฬาร มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำเค็มซัดเข้าฝั่ง มีคลื่นยักษ์ มีพายุ แถมพอมองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาก็ไม่เห็นฝั่งตรงข้ามเลย... แหล่งน้ำที่ว่านั้นคือ "ทะเลแคสเปียน" (Caspian Sea)
ถ้าคุณเป็นคนโบราณคนนั้น คุณจะคิดว่ามันคืออะไร? แน่นอนครับ ทุกคนต้องคิดว่า
"นี่มันต้องเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกแน่ๆ!"
วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุดว่า ทำไมคนโบราณถึงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ทะเลแคสเปียนมัน "เล็กนิดเดียว" เมื่อเทียบกับทะเลอื่นในโลก
1. ตาเห็นแค่ไหน ก็คิดว่าโลกมีแค่นั้น
ในอดีต คนเราจะรู้จักโลกเฉพาะแค่ที่ที่ตัวเองเคยเดินไปถึงเท่านั้น ทะเลแคสเปียนนั้นใหญ่มาก (ใหญ่ที่สุดในโลกหากนับว่าเป็นทะเลสาบ) สำหรับคนโบราณที่ขี่ม้าหรือพายเรือ การจะเดินทางอ้อมทะเลนี้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ พวกเขาเลยคิดว่าน้ำตรงหน้านี้มันกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่มีจุดสิ้นสุด
2. นึกว่าเป็นทางยาวทะลุไปถึงขอบโลก
นักปราชญ์ชาวกรีกและโรมันชื่อดังในอดีตหลายคน ถึงขั้นเขียนบันทึกไว้ในตำราเลยว่า ทะเลแคสเปียนไม่ใช่ทะเลปิดนะ แต่มันเป็นเหมือน "อ่าวขนาดใหญ่" ที่ถ้าเราล่องเรือขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ น้ำตรงนี้จะไหลไปเชื่อมกับมหาสมุทรที่อยู่สุดขอบโลกทางตอนเหนือ นึกภาพเหมือนท่อระบายน้ำยาวๆ ที่ไปทะลุออกทะเลใหญ่ได้เลย ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยครับ มันถูกแผ่นดินล้อมรอบไว้ทุกด้านเหมือนไข่ดาว
3. น้ำเค็ม มีคลื่น มีพายุ ครบสูตรทะเล
เหตุผลที่คนโบราณปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือทะเลระดับโลก เพราะว่า
1. น้ำมันเค็ม: น้ำในทะเลแคสเปียนมีเกลือผสมอยู่ (แม้จะเค็มน้อยกว่ามหาสมุทรทั่วไป)
2. มีพายุรุนแรง: เวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดคลื่นยักษ์น่ากลัวเหมือนในมหาสมุทรจริงๆ
เมื่อสิ่งแวดล้อมมันเหมือนทะเลขนาดนี้ คนโบราณเลยไม่มีใครเอะใจเลยว่าพวกเขากำลังเล่นน้ำอยู่ใน "ทะเลสาบปิด"
มีใครรู้ความจริงบ้างไหม?
ถามว่ามีคนฉลาดที่มองออกไหม? มีครับ! มีนักประวัติศาสตร์กรีกคนหนึ่งชื่อ เฮโรโดตัส
(Herodotus) เขาเคยเดินทางและบันทึกไว้ว่า
"เฮ้ทุกคน ทะเลแคสเปียนมันเป็นทะเลส่วนตัวนะ มันแยกตัวออกมาต่างหาก ไม่ได้เชื่อมกับใครเลย"
แต่เชื่อไหมครับ... ในยุคนั้นไม่มีใครเชื่อเขาเลย! คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อตำราเก่าๆ ที่บอกว่ามันเชื่อมกับขอบโลกต่อไปอีกเป็นพันปี
สรุปแล้วพวกเขารู้ความจริงตอนไหน?
คนเราเพิ่งจะตาสว่างและรู้ความจริงเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เองครับ (ช่วงศตวรรษที่ 16-17) เมื่อนักสำรวจเริ่มมีเครื่องมือทำแผนที่ที่ดีขึ้น พวกเขาพยายามล่องเรือเลาะไปตามชายฝั่งของทะเลแคสเปียนจนครบรอบ แล้วก็ต้องร้อง
"อ้าว!" เพราะวนกลับมาที่เดิม และพบว่ามันถูกแผ่นดินกักขังไว้ทุกด้าน ไม่ได้ใหญ่โตไปกว่ามหาสมุทรแปซิฟิกหรือแอตแลนติกเลยสักนิดเดียวครับ
(ที่มาภาพ: Antique map of the Caspian Sea by Bowen, 1747 จากเว็บไซต์ maps-prints.com)
เรื่องตลกในประวัติศาสตร์: เมื่อคนโบราณโดน "ทะเลแคสเปียน" หลอกว่าใหญ่ที่สุดในโลก
วันหนึ่ง มีนักเดินทางคนหนึ่งเดินไปเจอแหล่งน้ำขนาดใหญ่โตมโหฬาร มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำเค็มซัดเข้าฝั่ง มีคลื่นยักษ์ มีพายุ แถมพอมองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาก็ไม่เห็นฝั่งตรงข้ามเลย... แหล่งน้ำที่ว่านั้นคือ "ทะเลแคสเปียน" (Caspian Sea)
ถ้าคุณเป็นคนโบราณคนนั้น คุณจะคิดว่ามันคืออะไร? แน่นอนครับ ทุกคนต้องคิดว่า "นี่มันต้องเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกแน่ๆ!"
วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุดว่า ทำไมคนโบราณถึงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ทะเลแคสเปียนมัน "เล็กนิดเดียว" เมื่อเทียบกับทะเลอื่นในโลก
1. ตาเห็นแค่ไหน ก็คิดว่าโลกมีแค่นั้น
ในอดีต คนเราจะรู้จักโลกเฉพาะแค่ที่ที่ตัวเองเคยเดินไปถึงเท่านั้น ทะเลแคสเปียนนั้นใหญ่มาก (ใหญ่ที่สุดในโลกหากนับว่าเป็นทะเลสาบ) สำหรับคนโบราณที่ขี่ม้าหรือพายเรือ การจะเดินทางอ้อมทะเลนี้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ พวกเขาเลยคิดว่าน้ำตรงหน้านี้มันกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่มีจุดสิ้นสุด
2. นึกว่าเป็นทางยาวทะลุไปถึงขอบโลก
นักปราชญ์ชาวกรีกและโรมันชื่อดังในอดีตหลายคน ถึงขั้นเขียนบันทึกไว้ในตำราเลยว่า ทะเลแคสเปียนไม่ใช่ทะเลปิดนะ แต่มันเป็นเหมือน "อ่าวขนาดใหญ่" ที่ถ้าเราล่องเรือขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ น้ำตรงนี้จะไหลไปเชื่อมกับมหาสมุทรที่อยู่สุดขอบโลกทางตอนเหนือ นึกภาพเหมือนท่อระบายน้ำยาวๆ ที่ไปทะลุออกทะเลใหญ่ได้เลย ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยครับ มันถูกแผ่นดินล้อมรอบไว้ทุกด้านเหมือนไข่ดาว
3. น้ำเค็ม มีคลื่น มีพายุ ครบสูตรทะเล
เหตุผลที่คนโบราณปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือทะเลระดับโลก เพราะว่า
1. น้ำมันเค็ม: น้ำในทะเลแคสเปียนมีเกลือผสมอยู่ (แม้จะเค็มน้อยกว่ามหาสมุทรทั่วไป)
2. มีพายุรุนแรง: เวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดคลื่นยักษ์น่ากลัวเหมือนในมหาสมุทรจริงๆ
เมื่อสิ่งแวดล้อมมันเหมือนทะเลขนาดนี้ คนโบราณเลยไม่มีใครเอะใจเลยว่าพวกเขากำลังเล่นน้ำอยู่ใน "ทะเลสาบปิด"
มีใครรู้ความจริงบ้างไหม?
ถามว่ามีคนฉลาดที่มองออกไหม? มีครับ! มีนักประวัติศาสตร์กรีกคนหนึ่งชื่อ เฮโรโดตัส (Herodotus) เขาเคยเดินทางและบันทึกไว้ว่า "เฮ้ทุกคน ทะเลแคสเปียนมันเป็นทะเลส่วนตัวนะ มันแยกตัวออกมาต่างหาก ไม่ได้เชื่อมกับใครเลย"
แต่เชื่อไหมครับ... ในยุคนั้นไม่มีใครเชื่อเขาเลย! คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อตำราเก่าๆ ที่บอกว่ามันเชื่อมกับขอบโลกต่อไปอีกเป็นพันปี
สรุปแล้วพวกเขารู้ความจริงตอนไหน?
คนเราเพิ่งจะตาสว่างและรู้ความจริงเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เองครับ (ช่วงศตวรรษที่ 16-17) เมื่อนักสำรวจเริ่มมีเครื่องมือทำแผนที่ที่ดีขึ้น พวกเขาพยายามล่องเรือเลาะไปตามชายฝั่งของทะเลแคสเปียนจนครบรอบ แล้วก็ต้องร้อง "อ้าว!" เพราะวนกลับมาที่เดิม และพบว่ามันถูกแผ่นดินกักขังไว้ทุกด้าน ไม่ได้ใหญ่โตไปกว่ามหาสมุทรแปซิฟิกหรือแอตแลนติกเลยสักนิดเดียวครับ
(ที่มาภาพ: Antique map of the Caspian Sea by Bowen, 1747 จากเว็บไซต์ maps-prints.com)