ก่อนหน้านี้เคยปรับโครงสร้างหนี้บ้านกับธ.กสิกรไป1 ครั้ง แต่มีปัญหาด้านการเงิน ทำให้ค้างชำระไปอีก ปัจจุบันได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาและให้ชำระค่าบ้านภายใน 60 วัน
ไม่ทราบว่าในกรณีนี้จะยังสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ หากไม่ต้องการให้เกิดการฟ้องร้อง
มีแพลนจะขายบ้านแต่ยังขายไม่ได้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
***แวะมาอัพเดตค่ะ***
หลังจากได้โนติส เราติดต่อสนง.กฎหมายที่ระบุตามเอกสารไปช่วงปลายเดือนพ.ค. ได้รับข้อเสนอดังนี้
1.จ่ายยอดที่ค้างทั้งหมด เพื่อระงับการเข้าสู่กระบวนการฟ้อง
2.ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่
3.ส่วนลดปิดจบหนี้
ครั้งแรกเราตัดสินใจปรับโครงสร้างหนี้ โดยทำการยื่นเอกสารต่างๆ ทางอีเมล์เพื่อขออนุมัติ หลังจากนั้นจึงเดินทางไปเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ธนาคารกสิกรไทย ในเขตรับผิดชอบที่ทรัพย์ของเราตั้งอยู่ และจ่ายเงินยอดปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ 1รอบบิล ตอนนั้นยื่นขอต่ำสุดๆ ที่ประมาณงวดละ 1พันกว่าบาท หลังจากนั้นก็ส่งใบเสร็จให้ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเคสเรา ซึ่ง ณ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ส่วนลดปิดจบยังมีอยู่นะ เผื่อเราสนใจขายบ้าน หรือหาคนมาปิดหนี้ (ส่วนลด 50% จากยอดหนี้) ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 2 เดือน
หลังจากที่ไปคิดอีกรอบ ต่อให้เราปรับโครงสร้างหนี้ก็มีโอกาสที่เราอาจจะค้างจ่ายอีก เพราะปัจจุบันรายได้เราลดลง และยังมีหนี้สินส่วนอื่นๆ ที่เราต้องรับผิดชอบ
สุดท้ายเราเลยตัดสินใจประกาศขายบ้านในช่วงปลายเดือนมิ.ย. (บ้านนี้เราซื้อกับอดีตแฟนตั้งแต่ปลายปี 62 แต่เราเป็นผู้กู้ แต่หลังเลิกกันในปี 66 และเรากลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ ส่วนบ้านหลังนั้นอดีตแฟนเป็นคนอยู่และผ่อนต่อ ปัจจุบันเริ่มค้างจ่าย โดยก่อนหน้านั้นเคยตกลงกันว่าทางนั้นจะทำเรื่องเพื่อซื้อบ้านหลังนี้จากเราอีกที แต่ผ่านมา 3 ปี ก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ แถมยังไปซื้อบ้านมือ1 ในชื่อตัวเองอีก)
เราประกาศขายต่ำกว่าราคาตลาด แน่นอนว่ามีทั้งนายหน้าและนายทุนสนใจมากมาย แต่เราเลยเลือกขายให้คนที่รับข้อเสนอเราได้ ก็โดนกดราคาลงอีกประมาณ 2 แสน เพื่อปิดภาระหนี้ให้มันข้อเสนอของธนาคาร
ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายวางมัดจำตอนสิ้นเดือนมิ.ย.
ปัจจุบันเราปิดภาระหนี้ไถ่ถอนจำนองและขายบ้านหลังนี้เรียบร้อยค่ะ
ค้างค่างวดบ้าน ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา
ไม่ทราบว่าในกรณีนี้จะยังสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ หากไม่ต้องการให้เกิดการฟ้องร้อง
มีแพลนจะขายบ้านแต่ยังขายไม่ได้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
***แวะมาอัพเดตค่ะ***
หลังจากได้โนติส เราติดต่อสนง.กฎหมายที่ระบุตามเอกสารไปช่วงปลายเดือนพ.ค. ได้รับข้อเสนอดังนี้
1.จ่ายยอดที่ค้างทั้งหมด เพื่อระงับการเข้าสู่กระบวนการฟ้อง
2.ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่
3.ส่วนลดปิดจบหนี้
ครั้งแรกเราตัดสินใจปรับโครงสร้างหนี้ โดยทำการยื่นเอกสารต่างๆ ทางอีเมล์เพื่อขออนุมัติ หลังจากนั้นจึงเดินทางไปเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ธนาคารกสิกรไทย ในเขตรับผิดชอบที่ทรัพย์ของเราตั้งอยู่ และจ่ายเงินยอดปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ 1รอบบิล ตอนนั้นยื่นขอต่ำสุดๆ ที่ประมาณงวดละ 1พันกว่าบาท หลังจากนั้นก็ส่งใบเสร็จให้ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเคสเรา ซึ่ง ณ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ส่วนลดปิดจบยังมีอยู่นะ เผื่อเราสนใจขายบ้าน หรือหาคนมาปิดหนี้ (ส่วนลด 50% จากยอดหนี้) ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 2 เดือน
หลังจากที่ไปคิดอีกรอบ ต่อให้เราปรับโครงสร้างหนี้ก็มีโอกาสที่เราอาจจะค้างจ่ายอีก เพราะปัจจุบันรายได้เราลดลง และยังมีหนี้สินส่วนอื่นๆ ที่เราต้องรับผิดชอบ
สุดท้ายเราเลยตัดสินใจประกาศขายบ้านในช่วงปลายเดือนมิ.ย. (บ้านนี้เราซื้อกับอดีตแฟนตั้งแต่ปลายปี 62 แต่เราเป็นผู้กู้ แต่หลังเลิกกันในปี 66 และเรากลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ ส่วนบ้านหลังนั้นอดีตแฟนเป็นคนอยู่และผ่อนต่อ ปัจจุบันเริ่มค้างจ่าย โดยก่อนหน้านั้นเคยตกลงกันว่าทางนั้นจะทำเรื่องเพื่อซื้อบ้านหลังนี้จากเราอีกที แต่ผ่านมา 3 ปี ก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ แถมยังไปซื้อบ้านมือ1 ในชื่อตัวเองอีก)
เราประกาศขายต่ำกว่าราคาตลาด แน่นอนว่ามีทั้งนายหน้าและนายทุนสนใจมากมาย แต่เราเลยเลือกขายให้คนที่รับข้อเสนอเราได้ ก็โดนกดราคาลงอีกประมาณ 2 แสน เพื่อปิดภาระหนี้ให้มันข้อเสนอของธนาคาร
ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายวางมัดจำตอนสิ้นเดือนมิ.ย.
ปัจจุบันเราปิดภาระหนี้ไถ่ถอนจำนองและขายบ้านหลังนี้เรียบร้อยค่ะ