ดราม่า ‘หูฟังตัดเสียงรบกวน’ ติดเทรนด์ในจีน แพทย์เตือนใช้อย่างไรไม่เสี่ยงหูพัง
.
กระแสถกเถียงเรื่อง “หูฟังตัดเสียงรบกวน” กลับมาเป็นที่สนใจในจีนอีกครั้ง หลังหัวข้อ “ผู้ได้รับผลกระทบจากหูฟังตัดเสียงรบกวนเริ่มปรากฏแล้ว” กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 12 พ.ค. โดยมีชาวเน็ตบางรายระบุว่า การใช้หูฟังพร้อมเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนฟังเพลงบนรถไฟใต้ดินเป็นประจำ อาจทำให้ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสาเหตุอาจมาจากระดับเสียงและระยะเวลาการใช้งานมากกว่าตัวระบบตัดเสียงรบกวนเอง
.
ท่ามกลางข้อถกเถียงดังกล่าว แบรนด์หูฟังหลายแบรนด์ได้ออกมาชี้แจง โดยฝ่ายบริการลูกค้าของ Beats ระบุว่าหูฟังระบบตัดเสียงรบกวนจะมีวงจรประมวลผลเสียง ซึ่งเสียงจี่เบาๆ ที่บางคนได้ยินเป็นส่วนหนึ่งของระบบลดเสียงรบกวน ขณะที่ Sony ยืนยันว่าหูฟังประเภทนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการได้ยินและยังไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนเรื่องอันตรายต่อแก้วหูจากผู้ใช้งาน
.
ด้านฝ่ายบริการลูกค้าของ Huawei ระบุว่าหากใช้งานอย่างเหมาะสม หูฟังตัดเสียงรบกวนจะไม่เป็นอันตรายต่อหู แต่ไม่แนะนำให้เปิดโหมดตัดเสียงรบกวนต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหูฟัง แบบ In-ear หรือ Semi-open ควรถอดพักทุก 60 นาที เพื่อให้หูได้ผ่อนคลายและหลีกเลี่ยงการแคะหูทันทีหลังถอดหูฟัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือบาดเจ็บภายในหู
.
ขณะเดียวกัน ซุนอวี้อิ๋ง ผู้อำนวยการแผนกโสต ศอ นาสิก จาก Guangzhou University of Chinese Medicine เตือนว่าหูฟังตัดเสียงรบกวนทำงานโดยปล่อยคลื่นเสียงที่มีทิศทางตรงข้ามกับเสียงรบกวนภายนอกเพื่อลดเสียงแทรก แต่หากเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนเป็นเวลานานร่วมกับการใช้เสียงดังเกินไป อาจทำให้ได้ยินไม่ชัดชั่วคราว ซึ่งมักจะดีขึ้นหลังพักผ่อน แต่ในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลต่อเซลล์การได้ยินและเส้นประสาท จนนำไปสู่ภาวะสูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เอง
.
แพทย์แนะนำให้ยึดหลัก “60-60” คือ ใช้หูฟังครั้งละไม่เกิน 60 นาที และตั้งระดับเสียงไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด พร้อมถอดพักหูเป็นระยะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังในที่มีเสียงดัง เพราะมักทำให้ผู้ใช้เพิ่มระดับเสียงโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น หูอื้อ มีเสียงดังในหู การได้ยินลดลงหรือเวียนศีรษะ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันที
.
👉 10 คำถามเช็กตัวเอง เสี่ยงสูญเสียการได้ยินหรือไม่
.
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปัจจุบันประชากรโลกกว่า 1 ใน 5 มีปัญหาการได้ยิน โดยภาวะการได้ยินลดลงส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตตัวเอง และมักเป็นคนรอบข้างที่เริ่มผิดสังเกตก่อน
.
สถาบันวิจัย National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD) ในสังกัดสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) แนะนำแบบประเมินเบื้องต้น 10 ข้อ ดังนี้
.
1.เวลาคุยโทรศัพท์ รู้สึกฟังไม่ค่อยชัดหรือไม่
2.หากมีคนพูดพร้อมกันมากกว่า 2 คน มักฟังไม่ทันหรือสื่อสารลำบากหรือไม่
3.เคยมีคนบ่นว่าเปิดเสียงทีวีดังเกินไปหรือไม่
4.ระหว่างพูดคุยกับผู้อื่น รู้สึกทำความเข้าใจยากหรือไม่
5.เมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน รู้สึกฟังลำบากเป็นพิเศษหรือไม่
6.ต้องขอให้คนอื่นพูดซ้ำบ่อยหรือไม่
7.รู้สึกว่าคนอื่นพูดไม่ชัดหรือฟังดูอู้อี้บ่อยหรือไม่
8.เคยเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดผิดและตอบไม่ตรงประเด็นหรือไม่
9.รู้สึกฟังเสียงผู้หญิงหรือเด็กได้ยากหรือไม่
10.เคยมีคนบอกว่าคุณมักเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดผิดหรือไม่
.
หากตอบว่า “ใช่” มากกว่า 3 ข้อ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านการได้ยินอย่างละเอียด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หูฟังตัดเสียงรบกวน #สุขภาพหู
.
https://www.facebook.com/share/p/18pTQkVaGD/
🎧 ดราม่า ‘หูฟังตัดเสียงรบกวน’ ติดเทรนด์ในจีน แพทย์เตือนใช้อย่างไรไม่เสี่ยงหูพัง
.
กระแสถกเถียงเรื่อง “หูฟังตัดเสียงรบกวน” กลับมาเป็นที่สนใจในจีนอีกครั้ง หลังหัวข้อ “ผู้ได้รับผลกระทบจากหูฟังตัดเสียงรบกวนเริ่มปรากฏแล้ว” กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 12 พ.ค. โดยมีชาวเน็ตบางรายระบุว่า การใช้หูฟังพร้อมเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนฟังเพลงบนรถไฟใต้ดินเป็นประจำ อาจทำให้ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสาเหตุอาจมาจากระดับเสียงและระยะเวลาการใช้งานมากกว่าตัวระบบตัดเสียงรบกวนเอง
.
ท่ามกลางข้อถกเถียงดังกล่าว แบรนด์หูฟังหลายแบรนด์ได้ออกมาชี้แจง โดยฝ่ายบริการลูกค้าของ Beats ระบุว่าหูฟังระบบตัดเสียงรบกวนจะมีวงจรประมวลผลเสียง ซึ่งเสียงจี่เบาๆ ที่บางคนได้ยินเป็นส่วนหนึ่งของระบบลดเสียงรบกวน ขณะที่ Sony ยืนยันว่าหูฟังประเภทนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการได้ยินและยังไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนเรื่องอันตรายต่อแก้วหูจากผู้ใช้งาน
.
ด้านฝ่ายบริการลูกค้าของ Huawei ระบุว่าหากใช้งานอย่างเหมาะสม หูฟังตัดเสียงรบกวนจะไม่เป็นอันตรายต่อหู แต่ไม่แนะนำให้เปิดโหมดตัดเสียงรบกวนต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหูฟัง แบบ In-ear หรือ Semi-open ควรถอดพักทุก 60 นาที เพื่อให้หูได้ผ่อนคลายและหลีกเลี่ยงการแคะหูทันทีหลังถอดหูฟัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือบาดเจ็บภายในหู
.
ขณะเดียวกัน ซุนอวี้อิ๋ง ผู้อำนวยการแผนกโสต ศอ นาสิก จาก Guangzhou University of Chinese Medicine เตือนว่าหูฟังตัดเสียงรบกวนทำงานโดยปล่อยคลื่นเสียงที่มีทิศทางตรงข้ามกับเสียงรบกวนภายนอกเพื่อลดเสียงแทรก แต่หากเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนเป็นเวลานานร่วมกับการใช้เสียงดังเกินไป อาจทำให้ได้ยินไม่ชัดชั่วคราว ซึ่งมักจะดีขึ้นหลังพักผ่อน แต่ในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลต่อเซลล์การได้ยินและเส้นประสาท จนนำไปสู่ภาวะสูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เอง
.
แพทย์แนะนำให้ยึดหลัก “60-60” คือ ใช้หูฟังครั้งละไม่เกิน 60 นาที และตั้งระดับเสียงไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด พร้อมถอดพักหูเป็นระยะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังในที่มีเสียงดัง เพราะมักทำให้ผู้ใช้เพิ่มระดับเสียงโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น หูอื้อ มีเสียงดังในหู การได้ยินลดลงหรือเวียนศีรษะ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันที
.
👉 10 คำถามเช็กตัวเอง เสี่ยงสูญเสียการได้ยินหรือไม่
.
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปัจจุบันประชากรโลกกว่า 1 ใน 5 มีปัญหาการได้ยิน โดยภาวะการได้ยินลดลงส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตตัวเอง และมักเป็นคนรอบข้างที่เริ่มผิดสังเกตก่อน
.
สถาบันวิจัย National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD) ในสังกัดสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) แนะนำแบบประเมินเบื้องต้น 10 ข้อ ดังนี้
.
1.เวลาคุยโทรศัพท์ รู้สึกฟังไม่ค่อยชัดหรือไม่
2.หากมีคนพูดพร้อมกันมากกว่า 2 คน มักฟังไม่ทันหรือสื่อสารลำบากหรือไม่
3.เคยมีคนบ่นว่าเปิดเสียงทีวีดังเกินไปหรือไม่
4.ระหว่างพูดคุยกับผู้อื่น รู้สึกทำความเข้าใจยากหรือไม่
5.เมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน รู้สึกฟังลำบากเป็นพิเศษหรือไม่
6.ต้องขอให้คนอื่นพูดซ้ำบ่อยหรือไม่
7.รู้สึกว่าคนอื่นพูดไม่ชัดหรือฟังดูอู้อี้บ่อยหรือไม่
8.เคยเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดผิดและตอบไม่ตรงประเด็นหรือไม่
9.รู้สึกฟังเสียงผู้หญิงหรือเด็กได้ยากหรือไม่
10.เคยมีคนบอกว่าคุณมักเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดผิดหรือไม่
.
หากตอบว่า “ใช่” มากกว่า 3 ข้อ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านการได้ยินอย่างละเอียด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หูฟังตัดเสียงรบกวน #สุขภาพหู
.
https://www.facebook.com/share/p/18pTQkVaGD/