ตอนนี้ผมกำลังคิดอยู่ว่าผมควรกลับไปเรียนมั้ย
คือเหตุการเป็นประมาณนี้ครับ
ตอน ม4 เทอม 1 ผมได้ย้ายเข้าห้องใหม่มาครับผมลุ้นมากว่าจะได้อยู่กับเพื่อนหรือคนที่ผมรู้สึกปลอดภัยด้วย แต่เหมือนชาติที่แล้วผมทำบุญมาไม่พอ เพราะทั้งห้องมี พวกแก๊งที่เหมือน นักเลงของ รร มาถึง 7 คนครับ ผมถูกบูลลี่ตลอดเวลาในห้อง ส่วนมากจะเป็นทางใจครับ(เช่น ล้อเลียนปัญหาทางจิต ,ด่าคุณตาที่เสียแล้วของผม, เอาเรื่องแย่ๆของผมไปบอกให้คนที่ผมแอบชอบ) นอกจากผมแล้วยังมีอย่างอื่นที่เบียดเบนคนในห้องอีก(เตะบอลในห้องโดนหลังคอผม แล้วมาล้อต่อแทนที่จะขอโทษ,ทำเสียงดังมากๆๆ,เปิดเพลงสุดลำโพง,โยนความผิดให้ผมโดนที่ผมไม่เกี่ยวด้วยซำ้ etc.) มีวันนึงที่น้องหมาผมเสียไปแล้วผมเศร้ามาทั้งวันแถมยังมีเรื่องสอบที่ทำให้ผมเครียดกว่าเดิมอีก
พอผมเดินเข้าห้องก็โดนตามเดิมครับ แต่เพิ่มเติมคือไม่รู้ว่าใครเอาเรื่องหมาผมมาบอก พวกเขาแต่เขาก็เอาแต่ถามแบบกวนๆแล้วมาพูดถึง คุณตาผมอีก ผมก็ทนไว้แล้วไปปล่อยกับหมากรุก ครับซักพักพวกนั้นก็เริ่มสงเสียงดังมากๆๆๆ แบบจงใจชัดๆเลย ด้วยความที่ผมอ่อนไหวต่อเสียงมากๆ ผมเลยโดนอีกชั้นครับคือผมโดนกระชากหูฟังครอบหู ที่ผมใส่เวลาอยู่เสียงดัง ตอนจังหวะนั้นสติแตกครับ ตอนนั้นผมน่าจะกรี๊ดออกมาเสียงดังแล้ว มันก็ทำท่าจะพุ่งใส่ผม แล้วด้วยสติที่ไม่มีผมก็ ตีเข่าใส่ไข่คนที่พุ่งมาใส่อย่างจัง แล้วมันไปร้องอยู่บนพื้นซักพัก แล้วพวกแก๊งมันก็ไล่ผมออกไปจากห้อง ผมวิ่งออกไปแล้วพอสติเริ่มกลับมา อาการก็เริ่มออกมาครับ ผมปวดอกมาก หายใจลำบาก พ่อผมรีบขับมารับผมแล้ว ผมก็พักเรียนไป 1 สัปดาห์ครับ พอกลับไปผมก็ได้อยู่ห้องใหม่ตอนแรกผมก็มีความสุขดีแต่ ทุกคนมองผมแย่มาก ถึงเรื่องมันจะจบแล้วแต่ผมยังเครียดมากๆ พอจบ ม4 มาแล้วขึ้นมา ม5 ก็มีครูที่ รร คิดว่าผมฟังเพลงแล้วไม่ฟังครูที่สอนอยู่ แล้วกระชากหูฟังผมกลาง คาบช่วงชั้น(ประชุมนักเรียน) ซึ่งมีคน เป็นร้อยๆคน แล้วผมกลัวมากเลยครับ เริ่มแพนิกอีกแล้ว แต่ก็ยังดีเพราะเพื่อนผมคนนึง ดึงหูฟังคืนใส่ให้ผมแล้วพาผมเดินออกไป แต่พวกเพื่อนห้องเก่าก็มาหัวเราะเยาะผม พอผ่านไปซักพักผมพยายามติดต่อพ่อ ให้มารับ แต่ประตูห้องที่เก็บของๆผมมันล็อกครับ ผมก็นั่งรอหน้าห้องเฉยๆแล้วพยายามเปิดประตูครับ จนผ่านไป 30 นาทีประตูเปิดออกครับ ผมรีบไปเอายาในกระเป๋าผมแล้ว โทรหาพ่อ ให้มารับ
ตอนนี้ผมกลับไป พักเรียนอยู่แต่แม่ผมโกรธมากเพราะ แม่ผมให้ความสำคักับการศึกษาในโรงเรียนมากๆๆ เลยถูกแม่ด่าเพราะว่าผมพักเรียนบ่อยมากเลย
จนไม่นานมานี้มีคนบอกผมว่า ให้ลองสอบ GED ดูผมเลยลองหาข้อมูลดูครับ แม่ผมไม่เห็นด้วยมากๆ แต่พ่อผมมองว่าดีกว่าให้ผมไปเรียนใน รร ภาษาอังกฤษผมระดับ C1 ครับเลยคิดว่าไปทางนี้ได้
นี้คือข้อมูลบางส่วนที่อาจจะมีประโยชน์ครับ
ผม ม5
เป็นพวก intp
ค่อนข้างเก่งด้านศิลปะ และคณิต
มีอาการสมาธิสั้น กลัวสังคม และ อาการอ่อนไหวต่อเสียงซึ่งมาจากโรคอย่างอื่นครับ(ผมไม่สะดวกเปิดเผยโรคนี้ครับ)
ปัจจุบันรับการรักษาจากหมอจิตเวช บ่อยๆครับ
เรียนไม่เก่งมาก และไม่ชอบการศึกษาครับ(ถ้าให้ผมพูดเรื่องการศึกษาผม บ่นน่าจะได้อีก 30 หน้า 555+)
ขออภัยด้วยนะครับถ้าการใช้ภาษาผมมันอ่านยากผมค่อนข้างไม่ถนัดเรื่องการเขียนครับ
ถ้าอ่านลำบากผมเอาใส่ gemini ทำให้อ่านง่ายขึ้นให้แล้วครับ
(หมายเหตุ: ข้อความด้านล่างนี้ถูกเรียบเรียงโครงสร้างใหม่โดย Gemini (AI Assistant) เพื่อให้อ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่เนื้อหา เหตุการณ์ และความรู้สึกทั้งหมดมาจากตัวผมเอง 100% ครับ)
ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจว่า "ผมควรกลับไปเรียนในระบบโรงเรียนต่อดีไหม?"
ผมขออนุญาตเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเกิดบาดแผลทางใจจากการไปโรงเรียน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบริบทนะครับ
🔴 เหตุการณ์ช่วง ม.4 (จุดเริ่มต้นความทรมาน)
ตอนย้ายห้องมาตอน ม.4 ผมโชคร้ายมากที่ต้องมาอยู่ร่วมห้องกับกลุ่มเด็กเกเรถึง 7 คน ผมโดนบูลลี่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำร้ายจิตใจ เช่น:
• ล้อเลียนปัญหาทางจิตใจของผม
• พูดจาด่าทอคุณตาของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว
• เอาเรื่องส่วนตัวแย่ๆ ของผมไปเล่าให้คนที่ผมแอบชอบฟัง
• สร้างความเดือดร้อนอื่นๆ เช่น เตะบอลอัดหลังคอผมแล้วล้อเลียนแทนที่จะขอโทษ, โยนความผิดให้ผม, เปิดเพลงเสียงดังสุดลำโพงในห้อง
จุดแตกหัก: วันหนึ่งสุนัขของผมเพิ่งเสียชีวิต ผมเศร้าและเครียดเรื่องสอบมาก พอเข้าห้องไป พวกนั้นก็เอาเรื่องสุนัขและคุณตาผมมาพูดกวนประสาทอีก ผมพยายามทนและเลี่ยงไปเล่นหมากรุก แต่พวกนั้นก็จงใจส่งเสียงดังมากๆ ซึ่งผมมี ภาวะอ่อนไหวต่อเสียง (Sensory Overload) จึงต้องใส่หูฟังครอบหูไว้ แต่มีคนมากระชากหูฟังผมออก วินาทีนั้นผมสติแตกและน่าจะกรีดร้องออกมา เมื่อมีคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาผม ด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัวผมจึงตีเข่าใส่เขาจนล้มลงไป
หลังจากนั้นผมถูกไล่ออกจากห้อง พอสติเริ่มกลับมา ผมเกิดอาการแพนิก (Panic Attack) ปวดหน้าอกและหายใจลำบากมาก จนพ่อต้องมารับและให้ผมพักเรียนไป 1 สัปดาห์ แม้หลังจากนั้นจะได้ย้ายห้อง แต่สายตาที่คนอื่นมองผมมันแย่ไปแล้ว ทำให้ผมยังคงเครียดสะสมอยู่ดี
🔴 เหตุการณ์ช่วง ม.5 (ฟางเส้นสุดท้าย)
เหตุการณ์เกิดในคาบประชุมนักเรียนที่มีคนเป็นร้อยๆ คน มีครูคนหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมใส่หูฟังเพื่อฟังเพลง (ทั้งที่ผมใส่เพื่อกันเสียงตามอาการของผม) ครูเดินมากระชากหูฟังผมออกกลางวง อาการแพนิกผมกำเริบอีกครั้ง โชคดีที่เพื่อนสนิทช่วยดึงหูฟังกลับมาใส่ให้และพาผมเดินออกไป แต่เพื่อนห้องเก่า (กลุ่มที่เคยบูลลี่) ก็ยังตามมาหัวเราะเยาะผม
สถานการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อผมพยายามจะไปเอายาในกระเป๋า แต่ห้องเก็บของถูกล็อก ผมต้องนั่งรอหน้าห้องพร้อมกับอาการแพนิกนานถึง 30 นาที กว่าจะได้กินยาและโทรเรียกให้พ่อมารับ
⚖️ สถานการณ์ปัจจุบัน และปัญหาที่กำลังเผชิญ
ตอนนี้ผมกำลังพักการเรียนอยู่ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว:
• คุณแม่: โกรธผมมาก เพราะท่านให้ความสำคัญกับการศึกษาในระบบโรงเรียนมากๆ การที่ผมหยุดเรียนบ่อยทำให้ท่านไม่พอใจ
• คุณพ่อ: เข้าใจสถานการณ์และมองว่าการหาทางเลือกอื่น น่าจะดีกว่าการฝืนให้ผมกลับไปทนในโรงเรียน
💡 ทางออกที่ผมกำลังพิจารณา (การสอบ GED)
มีคนแนะนำให้ผมลองสอบ GED (เทียบโอนวุฒิ ม.6) ซึ่งผมสนใจมาก แต่แม่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ข้อมูลส่วนตัวของผมที่อาจประกอบการตัดสินใจมีดังนี้ครับ:
• ระดับภาษา: ภาษาอังกฤษผมอยู่ในระดับ C1 (สื่อสารและใช้งานได้ดีมาก) จึงคิดว่าน่าจะสอบ GED ผ่านได้
• บุคลิกภาพและความถนัด: เป็น INTP ค่อนข้างเก่งด้านศิลปะและคณิตศาสตร์
• สุขภาพ: มีอาการสมาธิสั้น (ADHD), กลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety) และมีภาวะอ่อนไหวต่อเสียงจากโรคประจำตัว (ขออนุญาตไม่เปิดเผย) ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง
• มุมมองต่อการเรียน: ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งในระบบ และเอาตรงๆ คือผมไม่ชอบระบบการศึกษาปัจจุบันเลย (ถ้าให้บ่นเรื่องนี้ 30 หน้าก็คงไม่จบครับ 555+)
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ทุกคนคิดว่าผมควรตัดสินใจไปทางไหนดีครับ? ควรลุย GED เพื่อเซฟสุขภาพจิตตัวเอง หรือมีคำแนะนำอื่นๆ ไหมครับ? ขอบคุณที่สละเวลาอ่านครับ
ผมควรจะเอายังไงกับชีวิตการเรียนต่อดี?
คือเหตุการเป็นประมาณนี้ครับ
ตอน ม4 เทอม 1 ผมได้ย้ายเข้าห้องใหม่มาครับผมลุ้นมากว่าจะได้อยู่กับเพื่อนหรือคนที่ผมรู้สึกปลอดภัยด้วย แต่เหมือนชาติที่แล้วผมทำบุญมาไม่พอ เพราะทั้งห้องมี พวกแก๊งที่เหมือน นักเลงของ รร มาถึง 7 คนครับ ผมถูกบูลลี่ตลอดเวลาในห้อง ส่วนมากจะเป็นทางใจครับ(เช่น ล้อเลียนปัญหาทางจิต ,ด่าคุณตาที่เสียแล้วของผม, เอาเรื่องแย่ๆของผมไปบอกให้คนที่ผมแอบชอบ) นอกจากผมแล้วยังมีอย่างอื่นที่เบียดเบนคนในห้องอีก(เตะบอลในห้องโดนหลังคอผม แล้วมาล้อต่อแทนที่จะขอโทษ,ทำเสียงดังมากๆๆ,เปิดเพลงสุดลำโพง,โยนความผิดให้ผมโดนที่ผมไม่เกี่ยวด้วยซำ้ etc.) มีวันนึงที่น้องหมาผมเสียไปแล้วผมเศร้ามาทั้งวันแถมยังมีเรื่องสอบที่ทำให้ผมเครียดกว่าเดิมอีก
พอผมเดินเข้าห้องก็โดนตามเดิมครับ แต่เพิ่มเติมคือไม่รู้ว่าใครเอาเรื่องหมาผมมาบอก พวกเขาแต่เขาก็เอาแต่ถามแบบกวนๆแล้วมาพูดถึง คุณตาผมอีก ผมก็ทนไว้แล้วไปปล่อยกับหมากรุก ครับซักพักพวกนั้นก็เริ่มสงเสียงดังมากๆๆๆ แบบจงใจชัดๆเลย ด้วยความที่ผมอ่อนไหวต่อเสียงมากๆ ผมเลยโดนอีกชั้นครับคือผมโดนกระชากหูฟังครอบหู ที่ผมใส่เวลาอยู่เสียงดัง ตอนจังหวะนั้นสติแตกครับ ตอนนั้นผมน่าจะกรี๊ดออกมาเสียงดังแล้ว มันก็ทำท่าจะพุ่งใส่ผม แล้วด้วยสติที่ไม่มีผมก็ ตีเข่าใส่ไข่คนที่พุ่งมาใส่อย่างจัง แล้วมันไปร้องอยู่บนพื้นซักพัก แล้วพวกแก๊งมันก็ไล่ผมออกไปจากห้อง ผมวิ่งออกไปแล้วพอสติเริ่มกลับมา อาการก็เริ่มออกมาครับ ผมปวดอกมาก หายใจลำบาก พ่อผมรีบขับมารับผมแล้ว ผมก็พักเรียนไป 1 สัปดาห์ครับ พอกลับไปผมก็ได้อยู่ห้องใหม่ตอนแรกผมก็มีความสุขดีแต่ ทุกคนมองผมแย่มาก ถึงเรื่องมันจะจบแล้วแต่ผมยังเครียดมากๆ พอจบ ม4 มาแล้วขึ้นมา ม5 ก็มีครูที่ รร คิดว่าผมฟังเพลงแล้วไม่ฟังครูที่สอนอยู่ แล้วกระชากหูฟังผมกลาง คาบช่วงชั้น(ประชุมนักเรียน) ซึ่งมีคน เป็นร้อยๆคน แล้วผมกลัวมากเลยครับ เริ่มแพนิกอีกแล้ว แต่ก็ยังดีเพราะเพื่อนผมคนนึง ดึงหูฟังคืนใส่ให้ผมแล้วพาผมเดินออกไป แต่พวกเพื่อนห้องเก่าก็มาหัวเราะเยาะผม พอผ่านไปซักพักผมพยายามติดต่อพ่อ ให้มารับ แต่ประตูห้องที่เก็บของๆผมมันล็อกครับ ผมก็นั่งรอหน้าห้องเฉยๆแล้วพยายามเปิดประตูครับ จนผ่านไป 30 นาทีประตูเปิดออกครับ ผมรีบไปเอายาในกระเป๋าผมแล้ว โทรหาพ่อ ให้มารับ
ตอนนี้ผมกลับไป พักเรียนอยู่แต่แม่ผมโกรธมากเพราะ แม่ผมให้ความสำคักับการศึกษาในโรงเรียนมากๆๆ เลยถูกแม่ด่าเพราะว่าผมพักเรียนบ่อยมากเลย
จนไม่นานมานี้มีคนบอกผมว่า ให้ลองสอบ GED ดูผมเลยลองหาข้อมูลดูครับ แม่ผมไม่เห็นด้วยมากๆ แต่พ่อผมมองว่าดีกว่าให้ผมไปเรียนใน รร ภาษาอังกฤษผมระดับ C1 ครับเลยคิดว่าไปทางนี้ได้
นี้คือข้อมูลบางส่วนที่อาจจะมีประโยชน์ครับ
ผม ม5
เป็นพวก intp
ค่อนข้างเก่งด้านศิลปะ และคณิต
มีอาการสมาธิสั้น กลัวสังคม และ อาการอ่อนไหวต่อเสียงซึ่งมาจากโรคอย่างอื่นครับ(ผมไม่สะดวกเปิดเผยโรคนี้ครับ)
ปัจจุบันรับการรักษาจากหมอจิตเวช บ่อยๆครับ
เรียนไม่เก่งมาก และไม่ชอบการศึกษาครับ(ถ้าให้ผมพูดเรื่องการศึกษาผม บ่นน่าจะได้อีก 30 หน้า 555+)
ขออภัยด้วยนะครับถ้าการใช้ภาษาผมมันอ่านยากผมค่อนข้างไม่ถนัดเรื่องการเขียนครับ
ถ้าอ่านลำบากผมเอาใส่ gemini ทำให้อ่านง่ายขึ้นให้แล้วครับ
(หมายเหตุ: ข้อความด้านล่างนี้ถูกเรียบเรียงโครงสร้างใหม่โดย Gemini (AI Assistant) เพื่อให้อ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่เนื้อหา เหตุการณ์ และความรู้สึกทั้งหมดมาจากตัวผมเอง 100% ครับ)
ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจว่า "ผมควรกลับไปเรียนในระบบโรงเรียนต่อดีไหม?"
ผมขออนุญาตเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเกิดบาดแผลทางใจจากการไปโรงเรียน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบริบทนะครับ
🔴 เหตุการณ์ช่วง ม.4 (จุดเริ่มต้นความทรมาน)
ตอนย้ายห้องมาตอน ม.4 ผมโชคร้ายมากที่ต้องมาอยู่ร่วมห้องกับกลุ่มเด็กเกเรถึง 7 คน ผมโดนบูลลี่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำร้ายจิตใจ เช่น:
• ล้อเลียนปัญหาทางจิตใจของผม
• พูดจาด่าทอคุณตาของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว
• เอาเรื่องส่วนตัวแย่ๆ ของผมไปเล่าให้คนที่ผมแอบชอบฟัง
• สร้างความเดือดร้อนอื่นๆ เช่น เตะบอลอัดหลังคอผมแล้วล้อเลียนแทนที่จะขอโทษ, โยนความผิดให้ผม, เปิดเพลงเสียงดังสุดลำโพงในห้อง
จุดแตกหัก: วันหนึ่งสุนัขของผมเพิ่งเสียชีวิต ผมเศร้าและเครียดเรื่องสอบมาก พอเข้าห้องไป พวกนั้นก็เอาเรื่องสุนัขและคุณตาผมมาพูดกวนประสาทอีก ผมพยายามทนและเลี่ยงไปเล่นหมากรุก แต่พวกนั้นก็จงใจส่งเสียงดังมากๆ ซึ่งผมมี ภาวะอ่อนไหวต่อเสียง (Sensory Overload) จึงต้องใส่หูฟังครอบหูไว้ แต่มีคนมากระชากหูฟังผมออก วินาทีนั้นผมสติแตกและน่าจะกรีดร้องออกมา เมื่อมีคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาผม ด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัวผมจึงตีเข่าใส่เขาจนล้มลงไป
หลังจากนั้นผมถูกไล่ออกจากห้อง พอสติเริ่มกลับมา ผมเกิดอาการแพนิก (Panic Attack) ปวดหน้าอกและหายใจลำบากมาก จนพ่อต้องมารับและให้ผมพักเรียนไป 1 สัปดาห์ แม้หลังจากนั้นจะได้ย้ายห้อง แต่สายตาที่คนอื่นมองผมมันแย่ไปแล้ว ทำให้ผมยังคงเครียดสะสมอยู่ดี
🔴 เหตุการณ์ช่วง ม.5 (ฟางเส้นสุดท้าย)
เหตุการณ์เกิดในคาบประชุมนักเรียนที่มีคนเป็นร้อยๆ คน มีครูคนหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมใส่หูฟังเพื่อฟังเพลง (ทั้งที่ผมใส่เพื่อกันเสียงตามอาการของผม) ครูเดินมากระชากหูฟังผมออกกลางวง อาการแพนิกผมกำเริบอีกครั้ง โชคดีที่เพื่อนสนิทช่วยดึงหูฟังกลับมาใส่ให้และพาผมเดินออกไป แต่เพื่อนห้องเก่า (กลุ่มที่เคยบูลลี่) ก็ยังตามมาหัวเราะเยาะผม
สถานการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อผมพยายามจะไปเอายาในกระเป๋า แต่ห้องเก็บของถูกล็อก ผมต้องนั่งรอหน้าห้องพร้อมกับอาการแพนิกนานถึง 30 นาที กว่าจะได้กินยาและโทรเรียกให้พ่อมารับ
⚖️ สถานการณ์ปัจจุบัน และปัญหาที่กำลังเผชิญ
ตอนนี้ผมกำลังพักการเรียนอยู่ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว:
• คุณแม่: โกรธผมมาก เพราะท่านให้ความสำคัญกับการศึกษาในระบบโรงเรียนมากๆ การที่ผมหยุดเรียนบ่อยทำให้ท่านไม่พอใจ
• คุณพ่อ: เข้าใจสถานการณ์และมองว่าการหาทางเลือกอื่น น่าจะดีกว่าการฝืนให้ผมกลับไปทนในโรงเรียน
💡 ทางออกที่ผมกำลังพิจารณา (การสอบ GED)
มีคนแนะนำให้ผมลองสอบ GED (เทียบโอนวุฒิ ม.6) ซึ่งผมสนใจมาก แต่แม่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ข้อมูลส่วนตัวของผมที่อาจประกอบการตัดสินใจมีดังนี้ครับ:
• ระดับภาษา: ภาษาอังกฤษผมอยู่ในระดับ C1 (สื่อสารและใช้งานได้ดีมาก) จึงคิดว่าน่าจะสอบ GED ผ่านได้
• บุคลิกภาพและความถนัด: เป็น INTP ค่อนข้างเก่งด้านศิลปะและคณิตศาสตร์
• สุขภาพ: มีอาการสมาธิสั้น (ADHD), กลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety) และมีภาวะอ่อนไหวต่อเสียงจากโรคประจำตัว (ขออนุญาตไม่เปิดเผย) ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง
• มุมมองต่อการเรียน: ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งในระบบ และเอาตรงๆ คือผมไม่ชอบระบบการศึกษาปัจจุบันเลย (ถ้าให้บ่นเรื่องนี้ 30 หน้าก็คงไม่จบครับ 555+)
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ทุกคนคิดว่าผมควรตัดสินใจไปทางไหนดีครับ? ควรลุย GED เพื่อเซฟสุขภาพจิตตัวเอง หรือมีคำแนะนำอื่นๆ ไหมครับ? ขอบคุณที่สละเวลาอ่านครับ