'เอกนิติ' เร่งอุ้มเศรษฐกิจ ย้ำความจำเป็นกู้เงิน 4 แสนล้าน งบปกติเต็มเพดาน
.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้มาจากพลังงานแพง ดันเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจ เสี่ยงลุกลามสู่การเลิกจ้าง จึงต้องเร่งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เยียวยาประชาชนและเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะงบปกติไม่เพียงพอ
.
นายเอกนิติ ชี้ว่าแม้ GDP ยังไม่ติดลบเหมือนวิกฤตปี 2540 หรือ 2552 แต่ปัจจุบันเป็น “#วิกฤตค่าครองชีพ” จากสงครามที่ทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ดันเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.9% และมีแนวโน้มสูงขึ้น หากไม่แก้ไขจะนำไปสู่การเลิกจ้างและเศรษฐกิจหดตัว โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่รับต้นทุนไม่ไหว
.
กระทรวงการคลังมองว่าต้นเหตุหลักคือการนำเข้าพลังงานราคาแพง จึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และเชื้อเพลิงทางเลือก (B20) เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยย้ำว่าแม้เป็นมาตรการที่เห็นผลในระยะยาว แต่จำเป็นต้องเริ่มทันที
.
นายเอกนิติ ระบุว่า เพดานการกู้เงินภายใต้การขาดดุลงบประมาณ ประจำปีงบ 2569 เต็มเพดานแล้ว ไม่สามารถตั้งงบขาดดุลเพิ่มได้ งบประมาณเหลือจ่ายจากการเบิกจ่ายของหน่วยงานต่างๆ ที่เตรียมออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณก็เหลือเพียงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลดภาษีน้ำมันเคยทำให้รัฐสูญรายได้ถึง 180,000 ล้านบาท แต่ช่วยไม่ตรงกลุ่ม จึงเลือกกู้เงินเพื่อช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและรายย่อย
.
มาตรการเยียวยาจะผ่านโครงการ “#ไทยช่วยไทยพลัส” เตรียมเสนอ ครม. 19 พ.ค. และคาดเริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. ระยะเวลา 2+2 เดือน เน้นช่วยแม่ค้าตลาดสดและร้านค้าขนาดเล็ก พร้อมใช้ AI และธนาคารออมสินช่วยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดหนี้นอกระบบ
.
ขณะที่ นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เตือนว่าแม้ GDP ไม่ติดลบ แต่รายได้แรงงานมีแนวโน้มติดลบในปี 2569 จากเดิมที่เคยโต 4.7-4.8% เหลือเพียง 1-2% และอาจติดลบ ซึ่งจะกระทบกำลังซื้ออย่างรุนแรง
https://www.facebook.com/share/p/1BNLNm7sZN/
'เอกนิติ' เร่งอุ้มเศรษฐกิจ ย้ำความจำเป็นกู้เงิน 4 แสนล้าน งบปกติเต็มเพดาน
https://www.thansettakij.com/economy/659036
'เอกนิติ' เร่งอุ้มเศรษฐกิจ ย้ำความจำเป็นกู้เงิน 4 แสนล้าน งบปกติเต็มเพดาน
.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้มาจากพลังงานแพง ดันเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจ เสี่ยงลุกลามสู่การเลิกจ้าง จึงต้องเร่งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เยียวยาประชาชนและเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะงบปกติไม่เพียงพอ
.
นายเอกนิติ ชี้ว่าแม้ GDP ยังไม่ติดลบเหมือนวิกฤตปี 2540 หรือ 2552 แต่ปัจจุบันเป็น “#วิกฤตค่าครองชีพ” จากสงครามที่ทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ดันเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.9% และมีแนวโน้มสูงขึ้น หากไม่แก้ไขจะนำไปสู่การเลิกจ้างและเศรษฐกิจหดตัว โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่รับต้นทุนไม่ไหว
.
กระทรวงการคลังมองว่าต้นเหตุหลักคือการนำเข้าพลังงานราคาแพง จึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และเชื้อเพลิงทางเลือก (B20) เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยย้ำว่าแม้เป็นมาตรการที่เห็นผลในระยะยาว แต่จำเป็นต้องเริ่มทันที
.
นายเอกนิติ ระบุว่า เพดานการกู้เงินภายใต้การขาดดุลงบประมาณ ประจำปีงบ 2569 เต็มเพดานแล้ว ไม่สามารถตั้งงบขาดดุลเพิ่มได้ งบประมาณเหลือจ่ายจากการเบิกจ่ายของหน่วยงานต่างๆ ที่เตรียมออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณก็เหลือเพียงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลดภาษีน้ำมันเคยทำให้รัฐสูญรายได้ถึง 180,000 ล้านบาท แต่ช่วยไม่ตรงกลุ่ม จึงเลือกกู้เงินเพื่อช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและรายย่อย
.
มาตรการเยียวยาจะผ่านโครงการ “#ไทยช่วยไทยพลัส” เตรียมเสนอ ครม. 19 พ.ค. และคาดเริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. ระยะเวลา 2+2 เดือน เน้นช่วยแม่ค้าตลาดสดและร้านค้าขนาดเล็ก พร้อมใช้ AI และธนาคารออมสินช่วยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดหนี้นอกระบบ
.
ขณะที่ นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เตือนว่าแม้ GDP ไม่ติดลบ แต่รายได้แรงงานมีแนวโน้มติดลบในปี 2569 จากเดิมที่เคยโต 4.7-4.8% เหลือเพียง 1-2% และอาจติดลบ ซึ่งจะกระทบกำลังซื้ออย่างรุนแรง
https://www.facebook.com/share/p/1BNLNm7sZN/
'เอกนิติ' เร่งอุ้มเศรษฐกิจ ย้ำความจำเป็นกู้เงิน 4 แสนล้าน งบปกติเต็มเพดาน
https://www.thansettakij.com/economy/659036