รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75%

กระทู้สนทนา


(Apr 20) รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75% ตุนกระสุนสู้วิกฤติ : รัฐบาลส่งสัญญาณรื้อใหญ่แผนงบประมาณปี 2569 งัดสารพัดเครื่องมือการคลังรับมือวิกฤติซ้อนวิกฤติจากตะวันออกกลาง เล็งคลอด พ.ร.ก.กู้เงิน หลักแสนล้านบาท พร้อมจ่อขยับเพดานหนี้สาธารณะทะลุ 75% หวังตุนหน้าตักอัดฉีด "ไทยช่วยไทยพลัส" อุ้มค่าครองชีพ-ค้ำประกันกองทุนน้ำมัน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พิจารณาปรับแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมหน้าตักไว้รับแรงกระแทกจากวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายจนนำไปสู่วิกฤติพลังงานและการคลัง หรือที่รัฐบาลประเมินว่าเป็นภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ โดยเตรียมผลักดันโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ช่วยเหลือค่าครองชีพ อุดหนุนราคาพลังงาน ตลอดจนสานต่อโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข้อจำกัดสำคัญเรื่องงบประมาณ และเพดานการก่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากรัฐบาลเหลือวงเงินงบกลางเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท และมีเพดานกู้เงินเหลืออีกเพียง 7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งประเมินแล้วว่าไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาระรายจ่ายก้อนโต โดยเฉพาะการเตรียมวงเงินค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงเม็ดเงินอัดฉีดโครงการเร่งด่วนต่างๆ อีกหลายหมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องงัดเครื่องมือทางการคลังหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน
ดังนั้น แนวทางเบื้องต้นที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือการจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 โดยจะดึงเม็ดเงินจากโครงการที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันไม่ทัน โอนกลับเข้ามาเติมในงบกลางซึ่งคาดว่าจะได้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับการดึงเงินทุนสำรองจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 อีกวงเงิน 50,000 ล้านบาท มาใช้ประคองสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม หากเม็ดเงินรวมกันแล้วยังไม่เพียงพอ รัฐบาลเตรียมพิจารณาไพ่ใบสุดท้ายคือการออกพระราชกำหนดกู้เงิน หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ในลักษณะเดียวกับช่วงวิกฤติโควิด แต่วงเงินจะลดหลั่นลงมาอยู่ในระดับหลักแสนล้านบาท โดยไม่สูงถึง 1 ล้านล้านบาทเหมือนในอดีต
พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการทลายข้อจำกัดในการก่อหนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย จากข้อมูล ณ เดือน ก.พ. 2569 ประเทศไทยมียอดหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของจีดีพี ซึ่งขยับเข้าใกล้เพดานที่กำหนดไว้ 70% ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 75% เพื่อเปิดช่องว่างให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เป็นกันชนทางเศรษฐกิจ
เรื่องนี้สอดรับกับท่าทีของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาเรื่องการปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากเมื่อเทียบกับหลายประเทศแล้ว สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม การขยายเพดานหนี้จะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณชนว่าจะนำเม็ดเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง และต้องคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด โดยล่าสุดนายเอกนิติได้นำประเด็นการขยายเพดานหนี้เข้าหารือนอกรอบกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติโลกในครั้งนี้
Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เพิ่มเติม
- ข้อมูลหนี้สาธารณะ : https://www.pdmo.go.th/th/public-debt/debt-outstanding
- หนี้รัฐบาลกู้โดยตรง - หนี้ต่างประเทศจำแนกตามแหล่งเงินกู้ : https://www.pdmo.go.th/th/public-debt/debt-source-fund



เงินบาทน่าจะอ่อนลงถ้ากู้เงินออกมาเพิ่มเพราะมีเงินในระบบมากขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่