.
‘พริษฐ์’ อัด ‘อนุทิน’ ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ภท.ได้ประโยชน์จากรธน.60 เตือน ระวังความรู้สึก ปชช. เย้ย อายุรัฐบาลไม่รู้ว่าจะสั้นหรือยาว จี้ทำโรดแมปให้ชัด
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน(ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ผลการทำประชามติไม่ผูกพันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีสะท้อนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการทำประชามติของประชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีพยามปฏิเสธความรับผิดชอบโดยระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ตนมองว่านายกฯ และ ครม. ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะผลประชามติเป็นคำสั่งของประชาชนผูกพันกับทุกองค์กร แม้จริงอยู่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นจากรัฐสภา แต่ ครม.มีอำนาจในการยืนยันร่างเดิมหรือการเสนอร่างฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของสภา
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ครม. กับ พรรคการเมืองซีกรัฐบาลในสภา ไม่ได้แยกขาดกันชัดเจน เพราะนายอนุทินนอกจากจะเป็นนายกฯ แล้ว ยังมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นอกจากนี้ การทำประชามติก็เป็นผลมาจากมติของ ครม. ชุดที่แล้ว ซึ่งไม่ได้ต่างจาก ครม.ชุดปัจจุบันมากนัก นายอนุทินจึงมีหน้าที่เดินหน้าตามคำสั่งของประชาชน
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้น ครม.มีสองทางเลือก คือ 1.มีมติให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ได้ไปต่อ ซึ่งเป็นร่างของพรรคภท.และพรรคปชน. 2.หากไม่ยืนยันร่างเดิมก็ต้องมีโรดแมป ที่ชัดเจนถึงเหตุผลไม่ยืนยันร่างเดิมคืออะไร และจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลไม่ทำทั้งสองอย่าง ตอกย้ำถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล จึงอยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯว่า ความไม่จริงใจแบบนี้ขอให้ระวังความรู้สึกประชาชน ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่นายกฯไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้าเพราะนายกฯและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยเฉพาะประโยชน์จากการเอื้อให้มีการฮั้วส.ว. ไม่ว่าจะจะมีข้อสงสัยอย่างไรประชาชนก็ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้ รวมถึงมีช่องโหว่ที่ประธานสภาสามารถปัดตกการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่“
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้ผลประชามติจะไม่มีผลผูกพันกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใด แต่ก็ผูกพันกับทุกภาคส่วน ว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สังคมมีปัญหากับท่าทีของนายกฯ มากที่สุด คือการที่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ส่วนสาเหตุที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างของพรรคปชน.ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะร่างเดิมที่ค้างอยู่เป็นของพรรคประชาชนและพรรคภท.หากครม. มีมติยืนยันก็จะมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อให้รวมร่างเป็นฉบับเดียว
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายนิกร จำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท. ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ต้องรีบทำ ควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกปัญหาของประเทศต้องแก้ไขควบคู่กันไป ตนหวังว่าเราจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพทำได้มากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปากท้องได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถปราบโกงได้จริง ทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรจากปัญหาทุจริต และหากรัฐบาลจะบอกว่าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปลายสมัยรัฐบาล ตนก็อยากถามกลับว่าจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่ปลายสมัยรัฐบาล เราไม่รู้หรอกว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นหรือยาวแค่ไหน
.
เมื่อถามย้ำถึงข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์ กล่าวว่ายิ่งนายกฯแสดงความไม่จริงใจเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุผลที่แท้จริงเพราะเครือข่ายของพรรคภท. ยังคงได้ประโยชน์ ทั้งเรื่ององค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซง จากกลุ่มก้อนทางการเมือง และที่มาของวุฒิสภาที่ได้มาจากการฮั้ว
.
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็จะผ่านได้ยากใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เสียงของประชาชนชัดเจนแล้วว่าอยากให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติต้องเคารพมติของประชาชน อย่างที่นายกฯพูดว่าเป็นคำสั่งของประชาชน
.
เมื่อถามอีกว่า พรรคปชน. มีแผนที่จะเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาลซึ่งพรรคปชน.จะใช้เวทีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมนี้ ทวงถามว่า ครม.จะให้คำมั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ ว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่และจะมีโรดแมปและกรอบระยะเวลาอย่างไร อย่างไรก็ตามพรรคปชน. มี ส.ส.เกือบ 120 คนในสภา เราสามารถเสนอร่างเข้าไปได้อยู่แล้วและพร้อมจะพิจารณาร่างอื่นที่มีการเสนอเข้ามา ทั้งจากสสและภาคประชาชน
.
.
ภคมน ยัน ไม่ได้บอก บริษัทอาม่า กว้านซื้อที่รับแลนด์บริดจ์ ปูดต่อ นายทุนอ้าง ไม่มีโฉนดก็ทำให้มีได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716099
.
ภคมน ยัน ไม่ได้บอกว่า “บริษัท อาม่า” กว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่ทำแลนด์บริดจ์ เพียงแค่เป็นชื่อที่ ปชช.ในพื้นที่เรียก จี้ “พิพัฒน์” ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ก่อนทำเพื่อญาติ แฉเพิ่ม บ.นอมินี อ้างชาวบ้าน สามารถทำที่ดินที่ไม่มีโฉนดให้มีได้
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน นางสาว
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ที่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ รองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า เรื่องนี้ตนได้แถลงข่าวในการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 1 ซึ่งตนได้กล่าวว่า เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ยกเลิกการลงพื้นที่ ดิฉันอยากให้ท่านลงพื้นที่ไปรับฟังประชาชนจริงๆ ถ้าท่านไม่รู้ว่าต้องไปรับฟังตรงไหน ดิฉันแนะนำให้ไปที่ อ่าวเคย จังหวัดระนอง เพราะตอนนี้มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเป็นบริษัทนอมินี และคนในพื้นที่รู้จักและเรียกกันว่า ‘
อาม่า’
.
นางสาว
ภคมนกล่าวต่อว่า ไม่มีประโยคตรงไหนเลยที่บอกว่า เป็นบริษัท อาม่า แต่เมื่อมีการชี้แจงจากบริษัท อาม่า ก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าขอเรียกร้องให้นาย
พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านเองก็เป็นคนออกตัวแรงที่สุด ในการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการกว้านซื้อ
.
ดังนั้น ตนจึงเรียกร้องว่า การที่จะมีนายทุนกว้านซื้อที่ดิน และครอบครองทรัพยากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ น่าจะต้องเป็นหน้าที่รัฐบาล ในการเข้าไปตรวจสอบ เพราะการที่รัฐบาลบอกว่า แลนด์บริดจ์จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างเงินอะไรก็ตามให้กับภาคใต้ แต่ว่าวันนี้ทรัพยากรส่วนใหญ่อยู่ในมือนายทุนแล้ว แล้วจะสร้างอย่างไร และสุดท้ายงาน หรือเงินที่จะสร้าง จะตกไปอยู่ที่กระเป๋าใคร แน่นอนว่าไม่ใช่ประชาชน
.
นางสาว
ภคมนกล่าวต่อว่า การกว้านซื้อที่ดินในวันนี้ แม้ว่าจะไม่มีโฉนด แต่นายทุนเหล่านั้นกลับยินดีที่จะซื้อที่ดิน และบอกกับประชาชนว่า “
เขาสามารถที่จะซื้อได้ และสามารถทำให้เป็นโฉนดได้” ซึ่งข้อความเหล่านี้ในฐานะบุคคลที่มีอำนาจต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีหน่วยงานไหนที่เข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ที่จะแปรสภาพที่ดินที่ไม่มีโฉนด ให้เป็นที่ดินที่มีโฉนดได้ ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีใครครอบครองที่ดินส่วนใหญ่ในภูมิภาคนั้นๆ บ้าง แต่ก็เข้าใจได้ว่า ช่วงที่ผ่านมานาย
พิพัฒน์เจอวิกฤตน้ำมัน ก็อาจจะเจอเข้าไปหลายหมัด อาจจะมึนไปหน่อย พอวันนี้ได้ยินคำว่า “
อาม่า” ประกอบกับมีบริษัทของน้องชายที่ชื่อบริษัท อาม่า มารีน ก็เลยรีบแถลงข่าว ซึ่งตนคิดว่า การออกมาชี้แจงธุรกิจ หรือทรัพย์สินส่วนตัว แน่นอนว่าเป็นขั้นตอนต่อไป ก็ต้องมีการตรวจสอบกันอยู่แล้วว่าธุรกิจของน้องชายนาย
พิพัฒน์มีประโยชน์ทับซ้อนกับโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ เพียงแต่ว่ามันผิดจังหวะไปหน่อย ซึ่งตนเรียกร้องนาย
พิพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่กลับเป็นว่านายพิพัฒน์ได้ออกมาชี้แจง และพิสูจน์ตัวเองด้วยธุรกิจส่วนตัว ยืนยันว่าเราเรียกร้องให้ท่านตรวจสอบความโปร่งใสการถือครองทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่กลับออกมาชี้แจงความโปร่งใสส่วนตัว ซึ่งเรื่องนี้เมื่อตนอ่านข่าวแล้วก็อมยิ้ม
.
นางสาว
ภคมนกล่าวย้ำอีกว่า วันนี้อยากให้นายพิพัฒน์เริ่มต้นทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อน ส่วนขั้นตอนต่อไปจะมีการพิสูจน์กันว่าท่านมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ไม่ต้องเป็นห่วง จะมีการตรวจสอบอย่างแน่นอน และยิ่งที่ออกมาบอกว่าไม่เกี่ยวแบบนี้ เชื่อว่า วันนี้ประชาชนคงเริ่มสงสัยแล้ว ดังนั้นต้องเริ่มต้นให้ถูกก่อน ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกก่อน ซึ่งทรัพยากรส่วนใหญ่ในประเทศ หากย้อนกลับไปดูโดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน หากจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น ก็มองว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะไม่มีธุรกิจขนาดใหญ่ที่ครอบครองทรัพยากรในประเทศนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ดังนั้น ตนมองว่านี่คือหน้าที่รัฐบาล และหน้าที่ของนายพิพัฒน์โดยตรงที่จะต้องไปตรวจสอบ
.
“
นายพิพัฒน์ได้พิสูจน์ตัวเองแน่ๆ แต่วันนี้เอาเรื่องในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ที่ต้องทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อครอบครัว วงศาคณาญาติ” นางสาว
ภคมนกล่าว
.
เมื่อถามว่า จากการแถลงข่าวของบริษัท อาม่า เมื่อวานนี้ ส่วนใหญ่คนจับจ้องที่คนแถลงข่าวซึ่งมีนามสกุล “
รัชกิจประการ” อาจส่งผลให้ประชาชนไม่มั่นใจ นางสาว
ภคมนตอบว่า ตนถึงบอกว่า ยิ่งออกมาบอกว่าไม่เกี่ยว ที่วันนี้รีบออกตัวเรื่องต่างๆ กลายเป็นว่า ประชาชนยิ่งจับจ้อง ก็ช่วยไม่ได้ คิดว่าหลังจากนี้หากมีการตรวจสอบกันในลำดับต่อไป ก็เป็นหน้าที่ของนาย
พิพัฒน์ที่ต้องยืนยันความโปร่งใส แต่วันนี้สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องคือ ให้ท่านช่วยปกป้องประเทศชาติ ทรัพยากรของชาติ และปกป้องประชาชน ก่อนที่จะปกป้องเงินในกระเป๋าของครอบครัว แน่นอนว่าการเป็นรัฐมนตรี หากมีดำเนินการใดก็ตามที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนก็จะถูกตรวจสอบ และถูกตั้งคำถามจากพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว
.
.
วีระยุทธ ย้อน 8 โครงการ ยันภาคใต้ ไม่ขาดการลงทุน อย่างที่รบ.พูด แต่ขาดการเมืองที่มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716215
.
วีระยุทธ ย้อน 8 โครงการพัฒนา ยันภาคใต้ ไม่ขาดการลงทุน อย่างที่รบ.พูด เพื่อดันแลนด์บริดจ์ แต่ขาดการเมืองที่มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นาย
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ ภาคใต้ไม่ได้ขาดโปรเจ็คต์ แต่ขาดการเมืองและราชการที่มุ่งทำงานให้สำเร็จ ] ว่า
.
สิ่งที่น่าแปลกใจเวลารัฐบาลพยายามขายโครงการแลนด์บริดจ์คือ การทำเสมือนว่าที่ผ่านๆ มาเราไม่ได้ลงทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้เลย จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนครั้งใหญ่เสียที
.
แต่หากเราไปดูข้อมูลย้อนหลังจะเห็นว่า ในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติเห็นชอบโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) พร้อมทั้งอนุมัติ “โครงการเร่งด่วน” ที่ใช้ชื่อว่า Quick Win ตั้งแต่ตอนนั้นจำนวนมาก เช่น
JJNY : 5in1 พริษฐ์อัดไม่จริงใจแก้รธน.│ภคมนปูดต่อ│วีระยุทธย้อน8โครงการ│ต่ำกว่า30 50%เป็นหนี้│เวียดนามอ่วมต้นทุนน้ำมันพุ่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716251
.
‘พริษฐ์’ อัด ‘อนุทิน’ ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ภท.ได้ประโยชน์จากรธน.60 เตือน ระวังความรู้สึก ปชช. เย้ย อายุรัฐบาลไม่รู้ว่าจะสั้นหรือยาว จี้ทำโรดแมปให้ชัด
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน(ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ผลการทำประชามติไม่ผูกพันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีสะท้อนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการทำประชามติของประชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีพยามปฏิเสธความรับผิดชอบโดยระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ตนมองว่านายกฯ และ ครม. ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะผลประชามติเป็นคำสั่งของประชาชนผูกพันกับทุกองค์กร แม้จริงอยู่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นจากรัฐสภา แต่ ครม.มีอำนาจในการยืนยันร่างเดิมหรือการเสนอร่างฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของสภา
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ครม. กับ พรรคการเมืองซีกรัฐบาลในสภา ไม่ได้แยกขาดกันชัดเจน เพราะนายอนุทินนอกจากจะเป็นนายกฯ แล้ว ยังมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นอกจากนี้ การทำประชามติก็เป็นผลมาจากมติของ ครม. ชุดที่แล้ว ซึ่งไม่ได้ต่างจาก ครม.ชุดปัจจุบันมากนัก นายอนุทินจึงมีหน้าที่เดินหน้าตามคำสั่งของประชาชน
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้น ครม.มีสองทางเลือก คือ 1.มีมติให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ได้ไปต่อ ซึ่งเป็นร่างของพรรคภท.และพรรคปชน. 2.หากไม่ยืนยันร่างเดิมก็ต้องมีโรดแมป ที่ชัดเจนถึงเหตุผลไม่ยืนยันร่างเดิมคืออะไร และจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลไม่ทำทั้งสองอย่าง ตอกย้ำถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล จึงอยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯว่า ความไม่จริงใจแบบนี้ขอให้ระวังความรู้สึกประชาชน ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่นายกฯไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้าเพราะนายกฯและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยเฉพาะประโยชน์จากการเอื้อให้มีการฮั้วส.ว. ไม่ว่าจะจะมีข้อสงสัยอย่างไรประชาชนก็ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้ รวมถึงมีช่องโหว่ที่ประธานสภาสามารถปัดตกการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่“
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้ผลประชามติจะไม่มีผลผูกพันกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใด แต่ก็ผูกพันกับทุกภาคส่วน ว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สังคมมีปัญหากับท่าทีของนายกฯ มากที่สุด คือการที่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ส่วนสาเหตุที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างของพรรคปชน.ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะร่างเดิมที่ค้างอยู่เป็นของพรรคประชาชนและพรรคภท.หากครม. มีมติยืนยันก็จะมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อให้รวมร่างเป็นฉบับเดียว
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายนิกร จำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท. ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ต้องรีบทำ ควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกปัญหาของประเทศต้องแก้ไขควบคู่กันไป ตนหวังว่าเราจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพทำได้มากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปากท้องได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถปราบโกงได้จริง ทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรจากปัญหาทุจริต และหากรัฐบาลจะบอกว่าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปลายสมัยรัฐบาล ตนก็อยากถามกลับว่าจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่ปลายสมัยรัฐบาล เราไม่รู้หรอกว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นหรือยาวแค่ไหน
.
เมื่อถามย้ำถึงข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์ กล่าวว่ายิ่งนายกฯแสดงความไม่จริงใจเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุผลที่แท้จริงเพราะเครือข่ายของพรรคภท. ยังคงได้ประโยชน์ ทั้งเรื่ององค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซง จากกลุ่มก้อนทางการเมือง และที่มาของวุฒิสภาที่ได้มาจากการฮั้ว
.
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็จะผ่านได้ยากใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เสียงของประชาชนชัดเจนแล้วว่าอยากให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติต้องเคารพมติของประชาชน อย่างที่นายกฯพูดว่าเป็นคำสั่งของประชาชน
.
เมื่อถามอีกว่า พรรคปชน. มีแผนที่จะเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาลซึ่งพรรคปชน.จะใช้เวทีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมนี้ ทวงถามว่า ครม.จะให้คำมั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ ว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่และจะมีโรดแมปและกรอบระยะเวลาอย่างไร อย่างไรก็ตามพรรคปชน. มี ส.ส.เกือบ 120 คนในสภา เราสามารถเสนอร่างเข้าไปได้อยู่แล้วและพร้อมจะพิจารณาร่างอื่นที่มีการเสนอเข้ามา ทั้งจากสสและภาคประชาชน
.
.
ภคมน ยัน ไม่ได้บอก บริษัทอาม่า กว้านซื้อที่รับแลนด์บริดจ์ ปูดต่อ นายทุนอ้าง ไม่มีโฉนดก็ทำให้มีได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716099
.
ภคมน ยัน ไม่ได้บอกว่า “บริษัท อาม่า” กว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่ทำแลนด์บริดจ์ เพียงแค่เป็นชื่อที่ ปชช.ในพื้นที่เรียก จี้ “พิพัฒน์” ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ก่อนทำเพื่อญาติ แฉเพิ่ม บ.นอมินี อ้างชาวบ้าน สามารถทำที่ดินที่ไม่มีโฉนดให้มีได้
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ที่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ รองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า เรื่องนี้ตนได้แถลงข่าวในการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 1 ซึ่งตนได้กล่าวว่า เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ยกเลิกการลงพื้นที่ ดิฉันอยากให้ท่านลงพื้นที่ไปรับฟังประชาชนจริงๆ ถ้าท่านไม่รู้ว่าต้องไปรับฟังตรงไหน ดิฉันแนะนำให้ไปที่ อ่าวเคย จังหวัดระนอง เพราะตอนนี้มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเป็นบริษัทนอมินี และคนในพื้นที่รู้จักและเรียกกันว่า ‘อาม่า’
.
นางสาวภคมนกล่าวต่อว่า ไม่มีประโยคตรงไหนเลยที่บอกว่า เป็นบริษัท อาม่า แต่เมื่อมีการชี้แจงจากบริษัท อาม่า ก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าขอเรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านเองก็เป็นคนออกตัวแรงที่สุด ในการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการกว้านซื้อ
.
ดังนั้น ตนจึงเรียกร้องว่า การที่จะมีนายทุนกว้านซื้อที่ดิน และครอบครองทรัพยากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ น่าจะต้องเป็นหน้าที่รัฐบาล ในการเข้าไปตรวจสอบ เพราะการที่รัฐบาลบอกว่า แลนด์บริดจ์จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างเงินอะไรก็ตามให้กับภาคใต้ แต่ว่าวันนี้ทรัพยากรส่วนใหญ่อยู่ในมือนายทุนแล้ว แล้วจะสร้างอย่างไร และสุดท้ายงาน หรือเงินที่จะสร้าง จะตกไปอยู่ที่กระเป๋าใคร แน่นอนว่าไม่ใช่ประชาชน
.
นางสาวภคมนกล่าวต่อว่า การกว้านซื้อที่ดินในวันนี้ แม้ว่าจะไม่มีโฉนด แต่นายทุนเหล่านั้นกลับยินดีที่จะซื้อที่ดิน และบอกกับประชาชนว่า “เขาสามารถที่จะซื้อได้ และสามารถทำให้เป็นโฉนดได้” ซึ่งข้อความเหล่านี้ในฐานะบุคคลที่มีอำนาจต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีหน่วยงานไหนที่เข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ที่จะแปรสภาพที่ดินที่ไม่มีโฉนด ให้เป็นที่ดินที่มีโฉนดได้ ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีใครครอบครองที่ดินส่วนใหญ่ในภูมิภาคนั้นๆ บ้าง แต่ก็เข้าใจได้ว่า ช่วงที่ผ่านมานายพิพัฒน์เจอวิกฤตน้ำมัน ก็อาจจะเจอเข้าไปหลายหมัด อาจจะมึนไปหน่อย พอวันนี้ได้ยินคำว่า “อาม่า” ประกอบกับมีบริษัทของน้องชายที่ชื่อบริษัท อาม่า มารีน ก็เลยรีบแถลงข่าว ซึ่งตนคิดว่า การออกมาชี้แจงธุรกิจ หรือทรัพย์สินส่วนตัว แน่นอนว่าเป็นขั้นตอนต่อไป ก็ต้องมีการตรวจสอบกันอยู่แล้วว่าธุรกิจของน้องชายนายพิพัฒน์มีประโยชน์ทับซ้อนกับโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ เพียงแต่ว่ามันผิดจังหวะไปหน่อย ซึ่งตนเรียกร้องนายพิพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่กลับเป็นว่านายพิพัฒน์ได้ออกมาชี้แจง และพิสูจน์ตัวเองด้วยธุรกิจส่วนตัว ยืนยันว่าเราเรียกร้องให้ท่านตรวจสอบความโปร่งใสการถือครองทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่กลับออกมาชี้แจงความโปร่งใสส่วนตัว ซึ่งเรื่องนี้เมื่อตนอ่านข่าวแล้วก็อมยิ้ม
.
นางสาวภคมนกล่าวย้ำอีกว่า วันนี้อยากให้นายพิพัฒน์เริ่มต้นทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อน ส่วนขั้นตอนต่อไปจะมีการพิสูจน์กันว่าท่านมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ไม่ต้องเป็นห่วง จะมีการตรวจสอบอย่างแน่นอน และยิ่งที่ออกมาบอกว่าไม่เกี่ยวแบบนี้ เชื่อว่า วันนี้ประชาชนคงเริ่มสงสัยแล้ว ดังนั้นต้องเริ่มต้นให้ถูกก่อน ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกก่อน ซึ่งทรัพยากรส่วนใหญ่ในประเทศ หากย้อนกลับไปดูโดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน หากจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น ก็มองว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะไม่มีธุรกิจขนาดใหญ่ที่ครอบครองทรัพยากรในประเทศนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ดังนั้น ตนมองว่านี่คือหน้าที่รัฐบาล และหน้าที่ของนายพิพัฒน์โดยตรงที่จะต้องไปตรวจสอบ
.
“นายพิพัฒน์ได้พิสูจน์ตัวเองแน่ๆ แต่วันนี้เอาเรื่องในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ที่ต้องทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อครอบครัว วงศาคณาญาติ” นางสาวภคมนกล่าว
.
เมื่อถามว่า จากการแถลงข่าวของบริษัท อาม่า เมื่อวานนี้ ส่วนใหญ่คนจับจ้องที่คนแถลงข่าวซึ่งมีนามสกุล “รัชกิจประการ” อาจส่งผลให้ประชาชนไม่มั่นใจ นางสาวภคมนตอบว่า ตนถึงบอกว่า ยิ่งออกมาบอกว่าไม่เกี่ยว ที่วันนี้รีบออกตัวเรื่องต่างๆ กลายเป็นว่า ประชาชนยิ่งจับจ้อง ก็ช่วยไม่ได้ คิดว่าหลังจากนี้หากมีการตรวจสอบกันในลำดับต่อไป ก็เป็นหน้าที่ของนายพิพัฒน์ที่ต้องยืนยันความโปร่งใส แต่วันนี้สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องคือ ให้ท่านช่วยปกป้องประเทศชาติ ทรัพยากรของชาติ และปกป้องประชาชน ก่อนที่จะปกป้องเงินในกระเป๋าของครอบครัว แน่นอนว่าการเป็นรัฐมนตรี หากมีดำเนินการใดก็ตามที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนก็จะถูกตรวจสอบ และถูกตั้งคำถามจากพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว
.
.
วีระยุทธ ย้อน 8 โครงการ ยันภาคใต้ ไม่ขาดการลงทุน อย่างที่รบ.พูด แต่ขาดการเมืองที่มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716215
.
วีระยุทธ ย้อน 8 โครงการพัฒนา ยันภาคใต้ ไม่ขาดการลงทุน อย่างที่รบ.พูด เพื่อดันแลนด์บริดจ์ แต่ขาดการเมืองที่มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ ภาคใต้ไม่ได้ขาดโปรเจ็คต์ แต่ขาดการเมืองและราชการที่มุ่งทำงานให้สำเร็จ ] ว่า
.
สิ่งที่น่าแปลกใจเวลารัฐบาลพยายามขายโครงการแลนด์บริดจ์คือ การทำเสมือนว่าที่ผ่านๆ มาเราไม่ได้ลงทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้เลย จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนครั้งใหญ่เสียที
.
แต่หากเราไปดูข้อมูลย้อนหลังจะเห็นว่า ในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติเห็นชอบโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) พร้อมทั้งอนุมัติ “โครงการเร่งด่วน” ที่ใช้ชื่อว่า Quick Win ตั้งแต่ตอนนั้นจำนวนมาก เช่น