หลายเรื่องในชีวิตคนเรา และเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้ 100%
หนังเล่นประเด็น วางหลักฐานบางประการ แบบคดีแตงโม คนดูแต่ละคนมีสิทธิตอบได้แตกต่างกัน
ดังนั้น สิ่งที่เห็นในหนัง อาจน้อยกว่าสิ่งที่คุณเห็นในใจ
แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา (ชื่ออังกฤษ: Flat Girls)
กระตุ้นให้ผู้ชมคิด รู้สึก และตระหนัก และนั่นคือ หน้าที่ของศิลปะ
อะไรที่นำเสนอไม่ได้เพราะภาพอาจรุนแรงเกินไป ขัดต่อ กม ภาพยนตร์ และข้อห้ามทางจริยธรรม
ก็ทิ้งค้างให้เป็นปริศนา ไม่บอกโต้งๆ แต่ทิ้งร่องรอย
เช่นเดียวกับวาดภาพ ไม่ต้องโชว์ทุกส่วน อาจทำให้ภาพมีรสนิยมกว่าเปิดโชว์ให้เห็นทั้งหมด
ภาพเต็มๆเหล่านั้น ที่หนังปฎิเสธที่จะเอาขึ้นจอ
กลับเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าชีวิตที่ต้องเผชิญโลกอันโหดร้าย หรือ อาจไม่ได้เลวร้ายดังที่คิด
ไม่ต่างจากเล่าเรื่องผี แต่ไม่เคยให้เห็นผีเต็มๆ แต่ให้คนดูได้หลอนตัวเอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้การตึความนี้เป็นมุมมองส่วนบุคคล ซึ่งคนดูแต่ละท่าน อาจตีความไม่เหมือนกัน
สัญลักษณ์ แฟลต = กรอบสี่เหลี่ยม ชีวิตในกรง ไม่มีทางออก มีที่สูดหายใจ แต่ไม่มาก
สนามแบต = พื้นที่พบปะ และปะทะ
ถ้อยคำบนฝาผนัง และเสื้อยืด แอบเสียดสีสถานการณ์ และใช้เล่าความผูกพันระหว่างตัวละคร
ลักษณะภาพซ้ำๆ ในแฟลต แสดงถึงความซ้ำซากของชีวิต
ความเหมือนเดิม เหมือนกัน เป็นศิลปะด้านภาพที่สวยแบบหนึ่ง
และตอกย้ำให้เข้าใจตัวละครซึ่งโหยหาอิสรภาพ หรือ การหลุดพ้น
เจนดูเหมือนจะเป็นตัวละครที่เปลี่ยนแปลงน้อย แทบไม่ต้องสู้กับอะไรมากนัก
สมาชิกหมายเลข 1935280 ได้วิเคราะห์ในคอมเม้น กระทู้
“ดู แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า จบแล้วเหลือข้อสงสัยหลายข้อมาก”
เห็นภาพว่า เจนไม่ได้โตมาแบบขาดวัตถุ แต่ในทางจิตใจ น่าจะขาดความอบอุ่น
เราจึงมองว่าเจนน่าจะรักแอนแบบบริสุทธิ์ใจ รักแบบผู้ให้
แอนคือคนที่เขาเชื่อใจ อบอุ่น และทึ่งในความสามารถ
ในขณะที่เจนยังเดินวน ไม่มีความปรารถนาจะไปไหน
เจนมองแอน ว่าเป็นคนที่มีทิศทาง มีเป้าหมาย มีความสามารถที่จะล่าฝัน
ส่วนแอน ถูกบีบให้คิดถึงโลกใหม่ แสวงหาชีวิตดีกว่าเดิม
ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน เกิดมาไม่มีความพร้อม ที่พร้อมคือภาระ
จิตแบบชาย/ภาวะผู้นำ จึงมีในแอน ด้วยสภาพแวดล้อมที่อ่อนแอไม่ได้
เธอก็ไม่ได้เลือกแสดงความอ่อนแอหากไม่ถึงที่สุด
แอนรู้สึกรัก แต่รู้ว่า ความรักไม่พอจะแก้ปัญหาชีวิตอีกหลายด้าน
(สังเกต การตั้งชื่อ แอน เจน เป็นสากล ไม่ใช่ชื่อไทย น่าจะส่งเข้าประกวดเทศกาลหนังนานาชาติ
เพราะชื่อจำง่าย สำหรับชาวต่างชาติ และเป็นชื่อที่สื่อเพศสภาพ สภาพร่างกายยังคงเป็นปัจจัยกำหนด
ความเป็นไปของตัวละคร]
ถ้าเลือกแต่งงานกับตำรวจ ต้องอยู่ในแฟลตตำรวจต่อ ไปต่อกับครอบครัว toxic ไหวหรือไม่ ?
ดังนั้น เดาว่าคนอย่างแอนมีเลือดนักสู้ คงหนีไปสร้างตัวให้แข็งแรง
เพื่อสักวันจะกลับมาดูแลคนที่ตนรัก และครอบครัวของเธอ
ความสัมพันธ์ในอนาคต แอน-เจน อาจไม่ใช่คนรักก็ได้ แต่เป็นคนที่ไว้ใจ
หรือไม่ เจนก็อาจจะสนิทกับน้องๆของแอนมากขึ้น เพื่อลดทอนความคิดถึง
เจนอาจเติบโตทำหน้าที่พี่ใหญ่ได้
ทั้งสองทาง หนังปล่อยเกียร์ว่าง ให้คนดูตีความเข้าข้างสิ่งที่ตนเองอยากให้เป็น
แต่หนังก็เลือกที่จะเปิด ให้ตีความได้อีกว่า แอนอาจเลือกหนีจากโลกนี้
ให้พื้นที่เศร้าๆ No more future, ชีวิตจบที่วัยรุ่น สมกับประเภทของหนัง coming of age
สังคมแบบนี้ไม่ได้ให้อนาคตแก่เยาวชนคุณภาพ คนหนึ่งได้
และเป็นไปได้ แง่ความเด็ดเดี่ยวในบุคลิกของตัวละคร
ตอง จากชื่อ เป็นคำศัพท์ทางไพ่ หงายมา เจออะไร ไม่มีใครรู้ก่อน
ตองคือ ชื่อที่ตั้งขึ้น ให้กลมกลืนกับโลกเทาๆ แบบมีว๊าว ในความงามของตัวเลข
ตัวละครนี้ จึงคล้ายมังกร มีมิติและเปล่งประกาย
ตอง คือ คนประเภทที่ค่อยๆซึมซับ
อยู่ในระบบที่ไม่สวยงาม และต้องอยู่ต่อไป
ด้วยอาชีพที่มั่นคงแล้ว เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ไม่คุ้ม
จึงปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
แต่ไม่มีใครรู้ ว่าเขาเก็บความมืดหรือความสว่างไว้ในใจ กันแน่
แอนกับตองไปกันถึงไหน ?
ถ้าตีความแบบโลกสวย ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนตกลงอะไรกัน
แต่ถ้าตีความตามโทนสีของเรื่อง บุคลิก และวัยของตัวละคร
เมื่อมีความใกล้ชิด ก็หวั่นไหว แม้ครั้งแรกจะเจือปนความรักความเข้าใจ
แต่ครั้งต่อๆไป อาจเป็นเพราะ
วัยรุ่น ได้เงิน เห็นอนาคตจะได้ที่อยู่ให้กับครอบครัว
วัยทำงาน ได้ปลดปล่อยความเครียดด้วยราคาไม่แพง สะดวกกว่าไปหาข้างนอก
และยังมีความบริสุทธิ์ รักเอ็นดูได้ เหมือนได้ครอบครัวคืนมา
วัยรุ่นให้โลกที่ไม่ซับซ้อน แต่สนุก ก่อความรักแบบคลุมเครือ
ถ้าตีความให้แรงกว่านั้น คือ รอจังหวะ ถ้ามีโอกาสก็คว้า
ที่น่าคิด คือ ภัยของเด็ก อาจเป็น ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
พวกเขาคือ คนที่ต้องรองรับความต้องการรูปแบบต่างๆของผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่ ไม่ควรนำตนเองไปสู่สถานการณ์ที่กระตุ้นตัณหาลึกๆ
และผู้ใหญ่ คือ บุคคลที่เด็กๆ มองดู เพื่อหาคำตอบว่า ชุมชนนี้ น่าอยู่หรือ สิ้นหวัง
แฟลตตำรวจมีห้องว่างได้หรือไม่
บ้าน/ห้องพักราชการ บางทีมีคนจองไว้ แม้ไม่ได้มาอยู่ การกระทำนี้บดบังสิทธิคนอื่น
แต่เขาถือว่า เขามีสิทธิ ที่จะกั๊กไว้ แม้ไม่ได้มาอยู่ พูดง่ายๆ คือ
สิทธิเชิงอำนาจ/ยศตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งเขาก็ต้องพยายามทำงาน/สอบเข้า
จึงได้รางวัล - สวัสดิการที่พัก แต่มองในแง่มนุษยธรรมคือ ไม่เมตตาผู้ด้อยโอกาส
แต่ก็เป็นสิทธิที่เจ้าของห้องจะมองว่า แต่ละคนต้องรับผิดชอบชะตาชีวิตตนเอง
ตอนจบ ถ้าแอนเลือกเส้นทางของตนเอง มุมมองนี้ แฟร์อย่างไร
แอน เลี้ยงครอบครัวและครอบครัวเลี้ยงแอน แอนจึงไม่ต้องตอบแทนครอบครัวอีก
ครอบครัวกลายเป็นภาระที่ต้องแบก เกินกว่าจะโบยบิน
แต่ถ้าหนีไป มีโอกาสพลิกฟื้นชีวิต กลับมาช่วยครอบครัวได้
เมื่อจากไป ตอนที่ยังไม่มีอะไรพร้อม ไม่ว่าการศึกษา วัย เงิน
สัญลักษณ์ จึงเป็นผ้า ไม่ใช่นก ปลิวตามลม ไม่มีปีกบินได้เอง
มีความหวังจางๆ ในแง่ความสามารถ รูปลักษณ์ ที่คนอย่างแอน น่าจะเอาตัวรอดได้
เธอจากไปอย่างผ้าหม่น เรียนรู้ความตลบแตลงของสังคม ไม่ใช่ผ้าขาวที่ไม่เคยเปื้อนอะไรเลย
สรุป แอน อยากหนีจากโลกเก่า ตัวแทนกลุ่มคนที่สร้างตัว สร้างสิ่งใหม่ๆ
ตอง ซึมซับอะไรมาเยอะ โลกใหม่ก็อาจไม่ดีกว่านี้ เรามักเรียกคนที่รู้จักปรับตัวว่า เติบโต
แต่ก็ขึ้นอยู่ว่า ปรับเข้าหาอะไร รวมถึงเห็นโอกาสช่องทางที่จะสนุกกับโลกที่ไม่ได้สวยงาม
เจน ไม่มีปณิธานอยากเปลี่ยนโลก ไม่ชอบเปลี่ยนแปลงตนเอง
จิตมั่นไม่ปรวนแปร รู้ทันคน แต่ไม่ใช้ชีวิตโลดโผน
ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง ถ่ายทอดโลกจำลอง ที่มีลูกเล่นแพรวพราว
ถ้านี่คือ โลกของเด็กๆ นี่คือ แฟลตแห่งหนึ่ง ก็เหมือนถ่ายภาพศพ ให้เห็นปลายนิ้วสีดำ ให้เราสะพรึงว่า
ถ้าได้เห็นทั้งร่าง ระบบนั้นจะเน่าเฟะปานใด
มนุษย์ ตกอยู่ภายใต้กรอบที่การเปลี่ยน ยากกว่าการปรับ
จนคราบสั่งสมเกิดจากแต่ละคน
จนกว่าสังคมจะจับมือกันขัดล้าง โดยอาจเริ่มจากระบบเล็กๆ
ทุกอาชีพมีด้านดีและไม่ดี หนังที่ดี ทำให้เราเห็นใจ
และเราต้องไม่หลอกตัวเองด้วยจิตที่ปรุงแต่ง หรือ มองโลกด้านเดียว
และคงไม่ต้องถึงกับจะเห็นความจริงให้ได้ทั้งหมดทุกด้าน
แค่เข้าใจ กว่าที่เคยเข้าใจ และกล้าที่จะริเริ่มทำดีเพื่อตนเองและสังคม
ถ้าอยากเข้าใจภาพยนตร์/ซีรีย์/ละคร ประเภท “Coming of Age”
บทวิเคราะห์ “แฟลตเกิร์ล” ปริศนาในศิลปะภาพยนตร์
หนังเล่นประเด็น วางหลักฐานบางประการ แบบคดีแตงโม คนดูแต่ละคนมีสิทธิตอบได้แตกต่างกัน
ดังนั้น สิ่งที่เห็นในหนัง อาจน้อยกว่าสิ่งที่คุณเห็นในใจ
แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา (ชื่ออังกฤษ: Flat Girls)
กระตุ้นให้ผู้ชมคิด รู้สึก และตระหนัก และนั่นคือ หน้าที่ของศิลปะ
อะไรที่นำเสนอไม่ได้เพราะภาพอาจรุนแรงเกินไป ขัดต่อ กม ภาพยนตร์ และข้อห้ามทางจริยธรรม
ก็ทิ้งค้างให้เป็นปริศนา ไม่บอกโต้งๆ แต่ทิ้งร่องรอย
เช่นเดียวกับวาดภาพ ไม่ต้องโชว์ทุกส่วน อาจทำให้ภาพมีรสนิยมกว่าเปิดโชว์ให้เห็นทั้งหมด
ภาพเต็มๆเหล่านั้น ที่หนังปฎิเสธที่จะเอาขึ้นจอ
กลับเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าชีวิตที่ต้องเผชิญโลกอันโหดร้าย หรือ อาจไม่ได้เลวร้ายดังที่คิด
ไม่ต่างจากเล่าเรื่องผี แต่ไม่เคยให้เห็นผีเต็มๆ แต่ให้คนดูได้หลอนตัวเอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้