สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
น้องครับ อายุงานเดือนเดียวยังไงแบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้ครับน้อง
น้องเพิ่งย้ายงานมา 1 เดือน ต่อให้ประวัติเครดิตบูโรดีแค่ไหน ธนาคารส่วนใหญ่มักจะขอดูอายุงานที่ปัจจุบันอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี หรือต้องผ่านโปรก่อน โอกาสยื่นผ่านตอนนี้ยากมาก
ทีนี้ผมขอกางตัวเลขให้ดูชัดๆนะ ให้น้องเห็นภาพนรกชัดๆ
1. รายได้รวม 2 คน: ผมตีไว้สวยๆ ประมาณ 45,000
2. หนี้ปัจจุบัน: รถยนต์ 12,000 + มอเตอร์ไซค์ 4,000 = 16,000 (ล่อไป 35% ของรายได้แล้วครับ)
3. ถ้าผ่อนบ้าน 3 ล้าน: ธนาคารจะประเมินยอดผ่อนคร่าวๆ สมมติล้านละ 6,000
ถ้า 3 ล้าน ก็เดือนละ 6,000 x 3 = 18,000 บาท
ถ้าน้องดันทุรังกู้ผ่าน จะมีหนี้ต่อเดือน 16,000 + 18,000 = 34,000 = 76 % ของรายได้
จะเหลือเงินไว้กินข้าว เติมน้ำมัน ซื้อของใช้ เลี้ยงลูก 1 คนและแมว 2 ตัว
แค่เดือนละ 11,000 หรือ ที่เรียกกันบ้านๆว่า เหลือแค่หมื่นนิดๆ
ช็อตแบบไม่ต้องสืบแน่นอนครับน้อง นรกของจริงเลย
นี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นๆของบ้าน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน ค่าตกแต่ง ซ่อนอยู่อีกเพียบ
และยังไม่นับว่าถ้าชีวิตถึงคราวซวย เช่น รถเสีย ลูกป่วย หรือมีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงิน
มันจะช็อตจนลามไปถึงขั้นโดนยึดบ้านยึดรถได้ง่ายๆ เลย
ผมเข้าใจน้องนะ ว่าความอยากมีบ้านให้ลูกอยู่เป็นเรื่องที่คนเป็นแม่ทุกคนฝันถึง
แต่ถ้ามีบ้านแล้วต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียด หมุนเงินไม่ทันทุกสิ้นเดือน
มันจะไม่ใช่บ้านแสนสุขของลูกหรอกครับ
เพราะฉะนั้นตอนนี้เลิกคิดเรื่องซื้อบ้านไปก่อนเลย
ปล. ถ้าน้องถามผมว่าแล้วในอนาคต จะเอายังไง ผมขอเสนอแนวทางให้ 3 ทางครับ ลองเอาไปพิจารณาดู
1. รอไปอีกอย่างน้อย 5 - 6 ปี หรือจนกว่าจะผ่อนรถยนต์ยอด 9 แสนนั่นหมด หรือจนกว่ายอดหนี้จะเหลือน้อยมากๆ ครับ
2. หาบ้านที่ราคาถูกลง ลดสเปคมาเป็นทาวน์โฮมราคาล้านกลางๆ แทน
ซึ่งอาจจะพอเป็นไปได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าถ้าฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนปรับขึ้นครับ
3. จากที่น้องบอกว่า "...เราอยากได้บ้านสักหลังเพราะว่าเราอยากให้ลูกมาอยู่ด้วย.."
ให้เปลี่ยนจากซื้อมาเป็น
การเช่าบ้าน ครับ
ในเมื่อตอนนี้จ่ายค่าห้องเช่าเดือนละ 5 พัน
ลองขยับงบขึ้นอีกนิดไปหาเช่าทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านหลังเล็กๆ แถวชานเมืองเดือนละ 6 - 8 พันบาทดูครับ
พื้นที่แค่นี้ก็กว้างพอที่จะรับลูกมาอยู่ด้วยได้แล้ว แถมยังมีที่ให้แมววิ่งเล่นด้วย
ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก (และแมว) อย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอนครับ
โดยที่ไม่ต้องไปแบกหนี้ก้อนโตผูกคอไปอีก 30 ปี
พอเช่าอยู่ไปสักพัก ให้เวลาผ่านไปจนผ่อนรถ 9 แสนนั่นหมด หรือฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนเยอะกว่านี้
ถึงวันนั้นค่อยเดินเข้าแบงก์ไปกู้ซื้อบ้านเดี่ยวตามความฝันก็ยังทันครับ
การเช่าบ้านในจังหวะที่จวนตัวไม่ได้แปลว่าเอาเงินไปทิ้งน้ำ
แต่มันคือการซื้อความสุขให้ครอบครัว ซื้อสภาพคล่อง และป้องกันไม่ให้ชีวิตพังในวันที่เรายังไม่พร้อมจะเป็นหนี้ระยะยาวครับ
น้องเพิ่งย้ายงานมา 1 เดือน ต่อให้ประวัติเครดิตบูโรดีแค่ไหน ธนาคารส่วนใหญ่มักจะขอดูอายุงานที่ปัจจุบันอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี หรือต้องผ่านโปรก่อน โอกาสยื่นผ่านตอนนี้ยากมาก
ทีนี้ผมขอกางตัวเลขให้ดูชัดๆนะ ให้น้องเห็นภาพนรกชัดๆ
1. รายได้รวม 2 คน: ผมตีไว้สวยๆ ประมาณ 45,000
2. หนี้ปัจจุบัน: รถยนต์ 12,000 + มอเตอร์ไซค์ 4,000 = 16,000 (ล่อไป 35% ของรายได้แล้วครับ)
3. ถ้าผ่อนบ้าน 3 ล้าน: ธนาคารจะประเมินยอดผ่อนคร่าวๆ สมมติล้านละ 6,000
ถ้า 3 ล้าน ก็เดือนละ 6,000 x 3 = 18,000 บาท
ถ้าน้องดันทุรังกู้ผ่าน จะมีหนี้ต่อเดือน 16,000 + 18,000 = 34,000 = 76 % ของรายได้
จะเหลือเงินไว้กินข้าว เติมน้ำมัน ซื้อของใช้ เลี้ยงลูก 1 คนและแมว 2 ตัว
แค่เดือนละ 11,000 หรือ ที่เรียกกันบ้านๆว่า เหลือแค่หมื่นนิดๆ
ช็อตแบบไม่ต้องสืบแน่นอนครับน้อง นรกของจริงเลย
นี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นๆของบ้าน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน ค่าตกแต่ง ซ่อนอยู่อีกเพียบ
และยังไม่นับว่าถ้าชีวิตถึงคราวซวย เช่น รถเสีย ลูกป่วย หรือมีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงิน
มันจะช็อตจนลามไปถึงขั้นโดนยึดบ้านยึดรถได้ง่ายๆ เลย
ผมเข้าใจน้องนะ ว่าความอยากมีบ้านให้ลูกอยู่เป็นเรื่องที่คนเป็นแม่ทุกคนฝันถึง
แต่ถ้ามีบ้านแล้วต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียด หมุนเงินไม่ทันทุกสิ้นเดือน
มันจะไม่ใช่บ้านแสนสุขของลูกหรอกครับ
เพราะฉะนั้นตอนนี้เลิกคิดเรื่องซื้อบ้านไปก่อนเลย
ปล. ถ้าน้องถามผมว่าแล้วในอนาคต จะเอายังไง ผมขอเสนอแนวทางให้ 3 ทางครับ ลองเอาไปพิจารณาดู
1. รอไปอีกอย่างน้อย 5 - 6 ปี หรือจนกว่าจะผ่อนรถยนต์ยอด 9 แสนนั่นหมด หรือจนกว่ายอดหนี้จะเหลือน้อยมากๆ ครับ
2. หาบ้านที่ราคาถูกลง ลดสเปคมาเป็นทาวน์โฮมราคาล้านกลางๆ แทน
ซึ่งอาจจะพอเป็นไปได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าถ้าฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนปรับขึ้นครับ
3. จากที่น้องบอกว่า "...เราอยากได้บ้านสักหลังเพราะว่าเราอยากให้ลูกมาอยู่ด้วย.."
ให้เปลี่ยนจากซื้อมาเป็น
การเช่าบ้าน ครับ
ในเมื่อตอนนี้จ่ายค่าห้องเช่าเดือนละ 5 พัน
ลองขยับงบขึ้นอีกนิดไปหาเช่าทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านหลังเล็กๆ แถวชานเมืองเดือนละ 6 - 8 พันบาทดูครับ
พื้นที่แค่นี้ก็กว้างพอที่จะรับลูกมาอยู่ด้วยได้แล้ว แถมยังมีที่ให้แมววิ่งเล่นด้วย
ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก (และแมว) อย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอนครับ
โดยที่ไม่ต้องไปแบกหนี้ก้อนโตผูกคอไปอีก 30 ปี
พอเช่าอยู่ไปสักพัก ให้เวลาผ่านไปจนผ่อนรถ 9 แสนนั่นหมด หรือฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนเยอะกว่านี้
ถึงวันนั้นค่อยเดินเข้าแบงก์ไปกู้ซื้อบ้านเดี่ยวตามความฝันก็ยังทันครับ
การเช่าบ้านในจังหวะที่จวนตัวไม่ได้แปลว่าเอาเงินไปทิ้งน้ำ
แต่มันคือการซื้อความสุขให้ครอบครัว ซื้อสภาพคล่อง และป้องกันไม่ให้ชีวิตพังในวันที่เรายังไม่พร้อมจะเป็นหนี้ระยะยาวครับ
คนบนดาวหางฮัลเลย์ ถูกใจ, ส่วนบุคคล ถูกใจ, BlackCat112025 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1348758 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3422241 ถูกใจ, แอบอ่าน ผ่านหน้าจอ ถูกใจ, ssiras ถูกใจ, อิคาริ ชินจิ ถูกใจ, hootho ถูกใจ, SunPhysicistCyclist ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
มนุษย์เงินเดือน
การวางแผนการเงิน
พนักงานประจำ
หนี้สิน (Liability)
บ้าน
อยากซื้อบ้าน แต่มีภาระเยอะขอคำแนะนำหน่อยค่ะ🙏🏻
แต่ตอนนี้มีภาระรถหนึ่งคันเหลืออยู่ประมาณ 900,000 บาท งวดละ 12,000 บาทและมีรถมอเตอร์ไซต์หนึ่งคันเหลืออีก 11 งวดงวดละ 4000 บาท และมีลูกหนึ่งคนกับแมว สองตัว เราเงินเดือน 23,000 ถึง 25,000 และมีแฟนเดือนประมาณ 20,000 ถึง 23,000 ปกติจ่ายค่าห้องเช่าก็ประมาณ 5000 บาทต่อเดือน
รถยนต์และ รถมอเตอร์ไซต์เป็นชื่อของแฟน เราอยากได้บ้านสักหลังเพราะว่าเราอยากให้ลูกมาอยู่ด้วยแต่ภาระของเราก็เยอะเหมือนกัน เราเพิ่งย้ายงานมาได้หนึ่งเดือน กำลังจะได้ปรับบรรจุงาน ตอนย้ายงานมีงานรองรับตลอด ไม่เคยว่าง งาน
เราไม่เคยค้างชำระอะไร ใจนึงก็ยังไม่กล้ากลัวตัวเองไปไม่รอดแต่ใจนึงก็อยากจะได้เพราะว่าตัวเองและแฟนก็เป็นคนมีวินัยในการหาเงินและการทำงานใจนึงก็ยังไม่กล้ากลัวตัวเองไปไม่รอดแต่ใจนึงก็อยากจะได้เพราะว่าตัวเองและแฟนก็เป็นคนมีวินัยในการหาเงินและการทำงาน
อยากรู้ว่าหนี้สินประมาณนี้เพื่อนเพื่อน มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเราไม่รู้ว่าเราควรจะรอเพื่อให้ภาระหนี้สินมันลดลงก่อนหรือว่าเราควรจะทำเลย