อยากซื้อบ้าน แต่มีภาระเยอะขอคำแนะนำหน่อยค่ะ🙏🏻

สวัสดีค่ะ ตอนนี้กำลังตอนนี้ อายุ 23 ใกล้จะ 24 แล้วมีความคิดที่อยากจะได้บ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านเดี่ยวที่มองดูไว้ก็ราคาบ้านเกือบ 3,000,000

แต่ตอนนี้มีภาระรถหนึ่งคันเหลืออยู่ประมาณ 900,000 บาท งวดละ 12,000 บาทและมีรถมอเตอร์ไซต์หนึ่งคันเหลืออีก 11 งวดงวดละ 4000 บาท และมีลูกหนึ่งคนกับแมว สองตัว เราเงินเดือน 23,000 ถึง 25,000 และมีแฟนเดือนประมาณ 20,000 ถึง 23,000 ปกติจ่ายค่าห้องเช่าก็ประมาณ 5000 บาทต่อเดือน

รถยนต์และ รถมอเตอร์ไซต์เป็นชื่อของแฟน เราอยากได้บ้านสักหลังเพราะว่าเราอยากให้ลูกมาอยู่ด้วยแต่ภาระของเราก็เยอะเหมือนกัน เราเพิ่งย้ายงานมาได้หนึ่งเดือน กำลังจะได้ปรับบรรจุงาน ตอนย้ายงานมีงานรองรับตลอด ไม่เคยว่าง งาน
เราไม่เคยค้างชำระอะไร ใจนึงก็ยังไม่กล้ากลัวตัวเองไปไม่รอดแต่ใจนึงก็อยากจะได้เพราะว่าตัวเองและแฟนก็เป็นคนมีวินัยในการหาเงินและการทำงานใจนึงก็ยังไม่กล้ากลัวตัวเองไปไม่รอดแต่ใจนึงก็อยากจะได้เพราะว่าตัวเองและแฟนก็เป็นคนมีวินัยในการหาเงินและการทำงาน

อยากรู้ว่าหนี้สินประมาณนี้เพื่อนเพื่อน มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเราไม่รู้ว่าเราควรจะรอเพื่อให้ภาระหนี้สินมันลดลงก่อนหรือว่าเราควรจะทำเลย

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
น้องครับ อายุงานเดือนเดียวยังไงแบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้ครับน้อง

น้องเพิ่งย้ายงานมา 1 เดือน ต่อให้ประวัติเครดิตบูโรดีแค่ไหน ธนาคารส่วนใหญ่มักจะขอดูอายุงานที่ปัจจุบันอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี หรือต้องผ่านโปรก่อน โอกาสยื่นผ่านตอนนี้ยากมาก

ทีนี้ผมขอกางตัวเลขให้ดูชัดๆนะ ให้น้องเห็นภาพนรกชัดๆ

1. รายได้รวม 2 คน: ผมตีไว้สวยๆ ประมาณ 45,000
2. หนี้ปัจจุบัน: รถยนต์ 12,000 + มอเตอร์ไซค์ 4,000 = 16,000  (ล่อไป 35% ของรายได้แล้วครับ)

3. ถ้าผ่อนบ้าน 3 ล้าน: ธนาคารจะประเมินยอดผ่อนคร่าวๆ สมมติล้านละ 6,000
ถ้า 3 ล้าน  ก็เดือนละ 6,000 x 3 = 18,000 บาท

ถ้าน้องดันทุรังกู้ผ่าน จะมีหนี้ต่อเดือน 16,000 + 18,000 = 34,000 = 76 % ของรายได้

จะเหลือเงินไว้กินข้าว เติมน้ำมัน ซื้อของใช้ เลี้ยงลูก 1 คนและแมว 2 ตัว

แค่เดือนละ 11,000  หรือ ที่เรียกกันบ้านๆว่า เหลือแค่หมื่นนิดๆ

ช็อตแบบไม่ต้องสืบแน่นอนครับน้อง   นรกของจริงเลย

นี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นๆของบ้าน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน ค่าตกแต่ง ซ่อนอยู่อีกเพียบ

และยังไม่นับว่าถ้าชีวิตถึงคราวซวย เช่น รถเสีย ลูกป่วย หรือมีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงิน

มันจะช็อตจนลามไปถึงขั้นโดนยึดบ้านยึดรถได้ง่ายๆ เลย

ผมเข้าใจน้องนะ ว่าความอยากมีบ้านให้ลูกอยู่เป็นเรื่องที่คนเป็นแม่ทุกคนฝันถึง

แต่ถ้ามีบ้านแล้วต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียด หมุนเงินไม่ทันทุกสิ้นเดือน

มันจะไม่ใช่บ้านแสนสุขของลูกหรอกครับ

เพราะฉะนั้นตอนนี้เลิกคิดเรื่องซื้อบ้านไปก่อนเลย

ปล. ถ้าน้องถามผมว่าแล้วในอนาคต จะเอายังไง ผมขอเสนอแนวทางให้ 3 ทางครับ ลองเอาไปพิจารณาดู

1. รอไปอีกอย่างน้อย 5 - 6 ปี หรือจนกว่าจะผ่อนรถยนต์ยอด 9 แสนนั่นหมด หรือจนกว่ายอดหนี้จะเหลือน้อยมากๆ ครับ

2. หาบ้านที่ราคาถูกลง ลดสเปคมาเป็นทาวน์โฮมราคาล้านกลางๆ แทน
ซึ่งอาจจะพอเป็นไปได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าถ้าฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนปรับขึ้นครับ

3. จากที่น้องบอกว่า "...เราอยากได้บ้านสักหลังเพราะว่าเราอยากให้ลูกมาอยู่ด้วย.."  

ให้เปลี่ยนจากซื้อมาเป็น

การเช่าบ้าน ครับ

ในเมื่อตอนนี้จ่ายค่าห้องเช่าเดือนละ 5 พัน

ลองขยับงบขึ้นอีกนิดไปหาเช่าทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านหลังเล็กๆ แถวชานเมืองเดือนละ 6 - 8 พันบาทดูครับ

พื้นที่แค่นี้ก็กว้างพอที่จะรับลูกมาอยู่ด้วยได้แล้ว แถมยังมีที่ให้แมววิ่งเล่นด้วย

ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก (และแมว) อย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอนครับ

โดยที่ไม่ต้องไปแบกหนี้ก้อนโตผูกคอไปอีก 30 ปี

พอเช่าอยู่ไปสักพัก ให้เวลาผ่านไปจนผ่อนรถ 9 แสนนั่นหมด หรือฐานเงินเดือนของน้องกับแฟนเยอะกว่านี้

ถึงวันนั้นค่อยเดินเข้าแบงก์ไปกู้ซื้อบ้านเดี่ยวตามความฝันก็ยังทันครับ

การเช่าบ้านในจังหวะที่จวนตัวไม่ได้แปลว่าเอาเงินไปทิ้งน้ำ

แต่มันคือการซื้อความสุขให้ครอบครัว ซื้อสภาพคล่อง และป้องกันไม่ให้ชีวิตพังในวันที่เรายังไม่พร้อมจะเป็นหนี้ระยะยาวครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่