สถานการณ์ใน “ตลาดนัดจตุจักร” “คนเดินเยอะ แต่ซื้อน้อย”

บรรยากาศในตลาดดูเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีคนเดินแต่ส่วนใหญ่มาเพื่อท่องเที่ยวและหาของกินมากกว่าการเลือกซื้อสินค้า
         ยอดขายของร้านค้าลดลงอย่างหนักถึง 60% โดยพ่อค้าแม่ค้าสะท้อนว่าสถานการณ์ตอนนี้ "แย่ยิ่งกว่าช่วงโควิด-19" เสียอีก
          หลายโซนในตลาดมีการติดป้ายประกาศ "ให้เช่าและเซ้งร้าน" กระจายอยู่ทั่วไป
         📌 เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ     
           ร้านขายของใช้/กระเป๋า: รายได้แทบไม่เหลือหลังจากหักต้นทุนและค่าเช่า (ประมาณ 3,000 บาทต่อล็อก) ลูกค้าเดิมที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น อเมริกาและจีน หายไปอย่างมาก ส่วนกลุ่มยุโรปที่เหลืออยู่ก็มียอดซื้อต่อหัวลดลงจากหลักแสนเหลือเพียงหลักพัน
            ร้านขายของฝาก: ประสบปัญหาคล้ายกันคือยอดขายหายไปกว่า 60% แม้จะมีการส่งออกไปขายตามเมืองท่องเที่ยวอื่น (ภูเก็ต, กระบี่, พัทยา) แต่ทุกที่ก็เงียบเหงาเหมือนกันหมด

             ปัจจัยและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป  โดยเศรษฐกิจโลก: กำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศของเขาไม่ดี          การเข้ามาของสินค้าต่างชาติ: มีปัญหาเรื่องสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด

      💡    จุดที่ยังขายดี: มีเพียงกลุ่มร้าน "THAILAND 100 BAHT SHOP" ที่ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดและของใช้ที่แบรนด์เป็นที่นิยมของต่างชาติ ซึ่งยังคงทำยอดขายได้ดีอยู่

       💡 ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
             ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลหรือผู้ว่าฯ กทม. ช่วย โปรโมตตลาดจตุจักร ในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญอีกครั้ง
             สนับสนุนการนำสินค้าชุมชนเข้ามาจำหน่ายให้มากขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
              ขอให้ดูแลเรื่องการควบคุมสินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาดัมพ์ราคาในตลาด

📌จตุจักรกำลังเผชิญวิกฤตกำลังซื้อถดถอยอย่างรุนแรง พ่อค้าแม่ค้าต้องแบกรับภาระค่าเช่าในขณะที่ยอดขายดิ่งลง จนเกิดการปล่อยเช่าร้านคืนเป็นจำนวนมาก
CR :IG : PrachachatOnline

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่