หรือจะถึงคราวอวสานร้านขายของฝาก? เหตุเพราะของล้นตลาด คนซื้อหายและธุรกิจค้าขายออนไลน์เข้ามาแทรกแซง

อวสานร้านขายของฝาก ของล้น คนซื้อหาย คนขายพัง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดร้านจำหน่ายของฝากในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งทั่วประเทศไทย กำลังเผชิญภาวะซบเซาอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนจอดรถเลือกซื้อสินค้าอย่างคึกคัก

สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการวันละหลายพันถึงหลักหมื่นบาท แต่ปัจจุบันกลับพบว่ายอดขายลดลงอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ บางร้านมีรายได้เหลือไม่ถึงวันละ 1,000 บาท ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงาและจำนวนผู้ซื้อที่เบาบางลงอย่างผิดสังเกต

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เมืองท่องเที่ยวหลัก และตลาดท้องถิ่นริมทาง

ทั้งหมดต่างได้รับผลกระทบในลักษณะใกล้เคียงกัน สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภาคการท่องเที่ยว ภาวะเศรษฐกิจ และพฤติกรรมการบริโภค ที่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่อธุรกิจร้านขายของฝากอย่างมีนัยสำคัญ

📌ตลาดหนองมน ชลบุรี บรรยากาศเงียบ พิษราคาน้ำมัน

บรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ตลาดหนองมน ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายของฝากชื่อดังในเส้นทางท่องเที่ยวหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี อยู่ในภาวะเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญของนักท่องเที่ยวในการเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ ข้าวหลาม อาหารทะเลแห้ง และขนมพื้นบ้าน

ปัจจุบันกลับมีผู้คนบางตา ร้านค้าหลายแห่งต้องนั่งรอลูกค้าเป็นเวลานาน

ผู้ค้าหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า ยอดจำหน่ายลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากเดิมที่สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 4,000–5,000 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึงวันละ 1,000 บาท สะท้อนถึงกำลังซื้อที่หดตัวลงและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม่ค้ารายหนึ่งจำหน่ายข้าวหลามและอาหารทะเลแห้ง เผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศซบเซามาจากต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนชะลอการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด

“เมื่อก่อนเติมน้ำมัน 500 บาทก็ไป-กลับได้ แต่ตอนนี้ต้องใช้ถึง 1,000 บาท คนเลยไม่ค่อยอยากออกไปเที่ยว”

เสียงสะท้อนจากผู้ค้าดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงของต้นทุนด้านพลังงาน ภาวะเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบมายังยังภาคการท่องเที่ยว และลุกลามต่อเนื่องมายังผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

📌เพชรบุรี–หัวหิน สะท้อนธุรกิจดั้งเดิมต้องปรับตัว

สถานการณ์ความซบเซาของร้านขายของฝากไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่โซนทะเลทางภาคตะวันออกเท่านั้น หากแต่ยังขยายวงกว้างมาสู่พื้นที่โซนทะเลภาคตะวันตก โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขึ้นชื่อด้านขนมหวานของท้องถิ่นอย่าง “ขนมหม้อแกง” ที่เคยเป็นสินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางจังหวัดเพชรบุรี

จากการสำรวจพบว่า ร้านจำหน่ายของฝากหลายแห่งในจังหวัดเพชรบุรีมียอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง บางร้านรายได้หดตัวลงถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ร้านค้าขนาดใหญ่ริมถนนสายหลักซึ่งเคยเป็นจุดแวะพักสำคัญ กลับมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการบางตาอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายต้องปรับลดกำลังการผลิต หรือชะลอการดำเนินธุรกิจลงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะชะลอตัวดังกล่าว ยังพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายสามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้จากการปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ อาทิ การปรับรูปแบบร้านให้ทันสมัย เพิ่มพื้นที่นั่งพัก คาเฟ่ หรือมุมถ่ายภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าร้านรูปแบบดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีการปิดตัวของตลาดเพลินวาน แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูงในอดีต ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวและพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน จากสถานที่ที่เคยมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก กลับต้องยุติการดำเนินกิจการลงจากปัญหาด้านรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจร้านของฝากและแหล่งท่องเที่ยวที่ขาดการปรับตัว อาจเผชิญความเสี่ยงในการแข่งขันที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

📌ตลาดวโรรส จ.เชียงใหม่ ไม่คึกคักเหมือนเดิม

บรรยากาศการค้าขายของฝากในพื้นที่ตลาดวโรรส หนึ่งในศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าและของฝากสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กลับไม่คึกคักเหมือนอย่างที่เคยเป็น แม้จะเป็นช่วงเวลาที่โดยปกติจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอย

ผู้ประกอบการในพื้นที่สะท้อนตรงกันว่า แม้ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินเลือกชมสินค้า แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่ “เดินดู แต่ไม่ซื้อ” หรือเลือกซื้อในปริมาณที่ลดลง ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมลดลงจากปีก่อน

ขณะเดียวกัน ผู้ค้าต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30 แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในภาวะที่กำลังซื้อชะลอตัว

📌ขอนแก่น (ถนนข้าวเหนียว / ร้านของฝาก)

ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะบริเวณถนนข้าวเหนียว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในช่วงเทศกาล บรรยากาศหลังสิ้นสุดเทศกาลกลับเข้าสู่ภาวะเงียบเหงาอย่างรวดเร็ว ร้านจำหน่ายของฝากและสินค้าในพื้นที่ มียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผู้ประกอบการระบุว่า แม้ยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ แต่พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยลูกค้าส่วนใหญ่ “ซื้อน้อยลง” และเลือกใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังพบว่านักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวน้อยลง เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าของฝากซึ่งพึ่งพากลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง

📌ภูเก็ต ร้านค้าดั้งเดิมรายได้ลดลง

แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายของฝากในพื้นที่กลับสะท้อนสถานการณ์ที่สวนทางกันอย่างชัดเจน โดยรายได้ของร้านค้ารายย่อยจำนวนมากกลับลดลง

ผู้ประกอบการระบุว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป โดยหันไปจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้าและร้านค้าสมัยใหม่ (modern trade) มากขึ้น รวมถึงการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์โดยตรงจากผู้ผลิต ทำให้ร้านของฝากแบบดั้งเดิมสูญเสียโอกาสทางการขาย

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในพื้นที่ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน ทั้งในด้านราคา การตลาด และช่องทางการจำหน่าย เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายใหญ่และแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งผลให้หลายร้านค้าต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

📌สาเหตุวิกฤตร้านขายของฝากทั่วประเทศ

1. ต้นทุนการเดินทางสูง ลดการท่องเที่ยว

การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวข้ามจังหวัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและจุดแวะซื้อของฝากมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย

2. เศรษฐกิจชะลอตัว กระทบกำลังซื้อ

ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แม้จะยังมีการเดินทางท่องเที่ยว แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไปเป็นเที่ยวแต่ไม่ใช้เงิน หรือเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น ลดการซื้อของฝากหรือสินค้าฟุ่มเฟือยลงอย่างชัดเจน

3. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านของฝาก คือ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรงจากผู้ผลิตผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อกลับในระหว่างการเดินทาง ส่งผลให้ของฝากไม่ใช่สิ่งจำเป็นเหมือนในอดีต

4. การแข่งขันจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่

การขยายตัวของศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ได้เข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญของร้านของฝากแบบดั้งเดิม โดยมีข้อได้เปรียบทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความหลากหลายของสินค้า และการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า

5. รูปแบบธุรกิจไม่สอดรับกับยุคสมัย

ร้านของฝากจำนวนไม่น้อยยังคงดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิม ขาดการปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้า ส่งผลให้หลายพื้นที่กลายเป็นเพียงจุดแวะพักเข้าห้องน้ำ ถ่ายภาพหรือเดินชมก่อนจะเดินทางต่อ แต่ลูกค้าไม่ได้มีการจับจ่ายใช้สอย

📌ทางรอดร้านของฝากในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

ภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัยดังกล่าว ผู้ประกอบการร้านของฝากในหลายพื้นที่เริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยหันมาใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านช่องทางการจำหน่ายและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ

ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเริ่มขยายสู่ช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้กว้างมากขึ้น และลดการพึ่งพาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย อาทิ การลดราคา การจัดชุดสินค้า หรือการแถมสินค้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการมีการปรับรูปแบบร้านให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาให้เป็นร้านกึ่งคาเฟ่ เพิ่มพื้นที่นั่งพักผ่อน สร้างมุมถ่ายภาพ หรือยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้นและเพิ่มโอกาสในการซื้อ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายยังขยายช่องทางการขายผ่านการออกบูทตามงานแสดงสินค้า งานเทศกาล หรือการขายตรงถึงกลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อสร้างรายได้ทดแทนในช่วงที่หน้าร้านซบเซา

[ สรุป ]

ภาพรวมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตร้านของฝากในปัจจุบัน อาจไม่ได้เป็นเพียงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างการค้าและพฤติกรรมผู้บริโภค

เมื่อการเดินทางไม่ใช่เงื่อนไขหลักในการที่จะต้องแวะไปซื้อสินค้าของฝากอีกต่อไป และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้จากโลกออกไลน์ทุกที่ทุกเวลา บทบาทของร้านของฝากแบบดั้งเดิมจึงถูกท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา - ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่