เมื่อครูบอกว่าลูกเป็นสมาธิสั้น

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เข้าพันทิปมานาน วันนี้เจอเรื่องที่คิดไม่ตกมา เลยอยากจะขอความคิดเห็นเพื่อนๆในนี้ หน่อยค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ลูกชายวัย 11 ปี ของเรา เค้าเก่งภาษาอังกฤษมาก ความจำดี แต่ว่าเรียนห้องปกติค่ะ เพราะแม่ไม่มีตังค์ให้เรียนห้องEP แต่ก็พยายามส่งเสริมลูกเองมาตลอดจนครูเห็นความสามารถและขอตัวเขาไปเข้าทีมกับเด็กห้อง EP 3 คนเป็นการไปแทนเด็กคนหนึ่งที่ขอออกจากโครงการค่ะ  ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องมีการพูดภาษาอังกฤษ มีการท่องบทและแสดงความสามารถ และมีการให้ไปเข้าค่าย เด็กๆทั้ง4 คนต้องซ้อมร่วมกัน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีค่ะ จนวันเข้าค่าย ลูกชายทักมาบอกแม่ว่า ตอนซ้อมท่องบทแล้วเขาลืม ครูบอกว่าเขาเป็นสมาธิสั้น ลูกเสียใจ เลยทักมาให้แม่ปลอบ แม่ก็เลยบอกเขาไปว่า เขาไม่ได้เป็นหรอก ครูน่าจะเครียดเลยเผลอพูดออกมาแบบนั้น หลังจบค่ายนั้น ลูกชายติดอันดับต้นๆของประเทศ ที่ทางโครเลือกให้เป็นตัวแทนไปต่างประเทศค่ะ แต่หลังจากกลับมาจากค่าย ครูก็โทรมาบอกแม่ว่า อยากให้แม่พาลูกชายไปหาหมอเพื่อจะได้กินยาเด็กดี ใช้คำว่ายาเด็กดีค่ะ แม่ตกใจมาก  ครูบอกว่าน้องน่าจะเป็นสมาธิสั้นและออทิสติกนิดๆ แม่ถามว่า ครูสังเกตจากอะไรคะ ครูตอบว่า น้องไม่นิ่ง พูดเร็ว ครูอยากให้น้องช้าลง แนะนำให้แม่พาน้องไปหาหมอและกินยา แม่ยอมรับว่าตอนได้ฟังเรื่องนี้จุกอกไปหมดค่ะ เพราะเราคิดว่าลูกเราปกติมาโดยตลอด แต่ก็พาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางตามที่ครูคนดังกล่าวแนะนำค่ะ ผลตรวจออกมาว่า น้องปกติดี ไม่จำเป็นต้องกินยา หมอบอกว่าน้องเป็นเด็กฉลาด คิดเร็ว พูดเร็ว สามารถปรับได้ด้วยการฝึกฝน ไม่ใช่การกินยา แม่จึงขอใบรับรองแพทย์เพื่อมายืนยันกับคุณครูคนดังกล่าวว่าน้องไม่จำเป็นต้องกินยา  อีกทั้งแม่ยังขอความเห็นจากครูประจำชั้น และครูที่สอนพิเศษน้องมาตลอดตั้งแต่ป.1 ครูทุกคน ล้วนมีความเห็นว่าน้องปกติ ไม่มีอาการสมาธิสั้นหรือออทิสติกแต่อย่างใด น้องมีมนุษย์สัมพันธุ์ดีมาก เพื่อนเยอะ เข้ากับคนง่าย เรียนเก่งได้เกรต 4.00 มาโดยตลอด ไม่เคยมีปัณหาเรื่องการส่งงาน หรือลืมจนเสียการเสียงานค่ะ มีความรับผิดชอบสูง ครูประจำชั้นชื่นชมน้องในเรื่องนี้โดยตลอด แต่คราวนี้ ปัณหาของแม่คือ แม่ไม่อยากมีปัณหากับครูคนดังกล่าวเลยค่ะ เพราะเขายังมีหน้าที่ต้องช่วยดูแลน้องในเรื่องการเตรียมตัวน้องเป็นตัวแทนไปต่างประเทศ แต่แม่ก็ไม่เข้าใจว่า การที่ครูโทรหาแม่ ส่งข้อความมาบอกแม่ว่าลูกแม่เป็นออทิสติก เป็นสมาธิสั้น โดยที่ยังไม่มีความเห็นจากแพทย์ มันอยู่ในขอบเขตที่ควรทำไหมคะ เพราะตอนนี้แม้จะได้ใบรับรองแพทย์มาแล้ว แต่แม่ก็ไม่สบายใจกับพฤติกรรมของครูค่ะ เพื่อนๆ มีความเห็นว่ายังไงกันบ้างคะ แนะนำแม่ด้วยค่ะ แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายคนเดียว อยากจะป้องเขาให้ดีที่สุดค่ะ




แก้ไขเพิ่มเติม วันที่ 11 พ.ค. 2569 หลังจากได้โพสกระทู้ข้างต้นไป วันนี้แม่โทรคุยกับครูประจำชั้น ได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมว่า ครูคนดังกล่าวและครูประจำชั้นไม่ลงรอยกันนะคะ และครูประจำชั้นแนะนำให้แม่นำเรื่อเข้าพบผู้อำนวยการ แต่เนื่องจาก ความไม่ลงรอยกันของครูสองคน ทำให้แม่คิดว่า ยังไม่เข้าพบผู้อำอำนวยการดีกว่าค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้เอาใบรับรองแพทย์ให้ครูคนดังกล่าวดูนะคะ แม่เองก็ต้องยอมรับตามตรงว่าเครียดมาก เพราะครูคนดังกล่าวก็เป็นคนที่น้องต้องฝึกซ้อมด้วย  กลัวน้องจะเสียโอกาสได้ไปต่างประเทศ คิดไปต่างๆนาๆ  เพราะมีคำนึงที่ ครูคนดังกล่าว บอกว่า เด็กห้อง EP ที่เขาไม่ได้ถูกคัดเลือกไปต่างประเทศ เขาก็เสียใจ เพราะน้องมาจากห้องธรรมดา กลับถูกทางโครงการคัดเลือกไป ซึ่ง ถ้าไม่เอาน้องมาเข้าร่วมทีม เด็กห้อง EP อาจมีโอกาสได้ไป  คำพูดเหล่านี้ทำให้แม่รู้สึกว่า ครูอยากให้คนอื่นไปแทนน้องหรือเปล่า แต่ทางโครงการก็เลือกน้องเอง ตอนที่ยังไม่มีการสอบคัดเลือก แม่ก็บอกน้องว่าไม่ต้องตั้งใจทำก็ได้ เพราะไม่อยากให้น้องถูกคัดเลือก กลัวไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ แต่พอรู้ว่าไปฟรี ทางโครงการออกให้ แม่และน้อง รวมถึงคุณตาคุณยายก็ดีใจมาก และสนับสนุนน้อง แต่มีเรื่องสมาธิสั้นและออทิสติกเข้ามา ทำให้แม่ไม่รู้จะทำยังไงค่ะ แม่ไม่อยากมีปัณหากับครู จนทำให้ลูกเสียโอกาส หรือครูมีอคติกับลูกเพราะเรื่องดราม่า แต่ก็อยากปกป้องลูกค่ะ เราอยู่กันสองคนแม่ลูกในห้องเช่า แม่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร จึงอยากปรึกษาเพื่อนๆในนี้ค่ะ

ปล. เรื่องที่ครูบอกว่าน้องเป็นสมาธิสั้นหรือออทิสติก แม่ก็พาลูกไปตรวจแล้ว แต่ทึ่แม่เครียดคือ คำพูดของครูตอนบอกแม่นะคะ  ครูใช้คำว่า อยากให้น้องกินยาเด็กดี จะได้นิ่งขึ้น แม่ไม่ต้องตกใจนะคะ เด็กในห้องครูเขาก็กินยาแล้วก็นิ่งขึ้น แนะนำให้ไปโรงพยาบาล ให้บอกหมอว่า มารักษาโรคสมาธิสั้น แล้วหมอจะให้น้องมากิน  ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าน้องเป็นจริงๆไหม  ข้อความล่าสุดที่คุยกับครูคนดังกล่าว ครูบอกว่า ถ้าไปหาหมอแล้วแจ้งครูด้วยนะคะว่า จะให้ทางโรงเรียนช่วยปรับพฤติกรรมยังไง ฟังดูเหมือนเจตนาดี แต่แม่รู้สึกว่า ครูวินิจฉัยแทนแพทย์ไปแล้ว แม่จึงเครียดค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่