JJNY : 2 ชาวบ้านหาอึ่ง ยันทหารเขมรไล่ยิง│ร้านขายชุดนร.คึกคัก ยอดขายสวนทาง│เพชรบูรณ์อ่วม│ศูนย์ควบคุมโรคอียูเตรียมมาตรการ

2 ชาวบ้านหาอึ่ง ยืนยันเป็นทหารเขมรไล่ยิง-รุกเขตไทย ลั่นเป็นทหารพรานมาก่อน สำเนียงพูดต่างกัน
.

.
2 ชาวบ้านหาอึ่ง ยันยันเป็นทหารเขมรไล่ยิง-รุกเขตไทย ลั่นเป็นทหารพรานมาก่อน สำเนียงพูดแตกต่างกัน นั่งยันนอนยันเป็นทหารเขมรแน่นอน
.
วันที่ 10 พ.ค.2569 หลังจากนายอภิรักษ์ อายุ 63 ปี ชาว ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ออกมาระบุเจอทหารเขมรออกลาดตระเวนอยู่ในฝั่งไทย ขณะกำลังออกหาอึ่งตอนกลางคืนวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ต้องวิ่งหนีกระเจิงกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน เพราะทหารเขมรพยายามจะจับตัวไป สุดท้ายหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ได้ยินเสียงปืนยิงตามหลังมา 1 นัด ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
.
สำหรับความคืบหน้า นายอภิรักษ์ และนายประยูร อายุ 59 ปี สองชาวบ้านที่ประสบเหตุนี้ ได้ตัดผมล้างซวย มีชาวบ้านมาให้กำลังใจจำนวนมาก นายอภิรักษ์ เล่าว่า รู้สึกน้อยใจที่โฆษกกองทัพบกออกมาระบุทหารกัมพูชาถือปืนไล่ยิงชาวบ้าน เกิดจากความเข้าใจผิด แท้จริงคนไทยหาของป่าที่สื่อสารภาษากัมพูชาได้ ยืนยันตนเป็นคนพื้นที่ เคยเป็นทหารพรานมาก่อน “เรื่องอะไรจะไม่รู้” ทหารไทยกับทหารเขมรแตกต่างกันอย่างไร ภาษาพูดคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน แทบจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง
.
ยิ่งมารู้ว่า โฆษกกองทัพบกพูดกลับไปกลับมา ยิงขาดความเชื่อมั่น หลังจากนี้ชาวบ้านหรือคนในประเทศจะเชื่อถือได้อย่างไร ทั้งที่ทหารในพื้นที่รู้ดี ชาวบ้านรู้กันดี จะถามอีกกี่ครั้งก็นั่งยันนอนยันว่า เป็นทหารเขมร และพื้นที่ที่พวกผมไปหาอึ่งก็เป็นพื้นที่ของประเทศไทย ห่างจากชายแดนไม่น้อยกว่า 2 กม. อยากให้กองทัพหาแนวทางแก้ไขมากกว่าจะมาผลักภาระให้ชาวบ้านต้องสู้กับเขมรตามลำพัง
.
นายประยูร เพื่อนที่ไปหาอึ่งด้วยกัน เล่าว่า ตนเป็นคนคุยกับทหารเขมรคนแรก รู้ทันที เพราะตนพูดเขมรฝั่งไทยได้บ้าง ยืนยันเป็นทหารเขมรชัดเจน และมีอาวุธครบมือ โชคดีที่หนีรอดมาได้ เพราะทหารเขมรกำลังจะจับพวกตนไป แต่ทางเรารู้เส้นทางดีมากกว่า จึงหนีออกมาได้
.
ด้านภรรยานายอภิรักษ์ เผยว่า จริงแล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ จะได้หาแนวทางป้องกันรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น ทางเราไม่คิดจะไปสร้างประเด็นอะไรขึ้นมา
.

.
โค้งสุดท้าย ! ร้านขายชุดนักเรียนคึกคัก แต่ยอดขายกลับสวนทาง
.
โค้งสุดท้ายก่อนเปิดเทอม ร้านขายชุดนักเรียนเชียงใหม่คนแน่น แต่ยอดขายสวนทาง ผู้ปกครองรัดเข็มขัด เลือกซื้อเท่าที่จำเป็น แนะ ศธ.ประเด็นชุดลูกเสือแค่ขอความร่วมมือยังไม่พอ
.
วันนี้ ( 10 พ.ค. 69 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเลือกซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคัก ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยเฉพาะย่านถนนเจริญเมือง อ.เมืองเชียงใหม่ ที่มีร้านจำหน่ายชุดนักเรียนเก่าแก่ พบว่ามีพ่อแม่ผู้ปกครอง พาบุตรหลาน มาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต ทำให้พนักงานขาย ต้องคอยอำนวยความสะดวกช่วยวัดไซส์ชุดนักเรียน และรองเท้ากันแทบไม่ได้หยุดพัก
.
อย่างไรก็ดีพบว่า แม้จำนวนคนจะดูหนาตา แต่พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้ปกครองส่วนใหญ่เลือกซื้อชุดนักเรียนใหม่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
.
ผู้ปกครองรายหนึ่ง บอกว่า เปิดเทอมปีนี้ซื้อชุดนักเรียนเพิ่มแค่ 1 ชุด ชุดไหนยังพอใส่ได้ก็ใส่ของเดิมไปก่อน เพราะต้องสำรองเงินไว้จ่ายค่าเทอมและค่ากิจกรรมอื่น ๆ อีกหลายอย่าง แต่ส่วนที่จำเป็นจริง ๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างรองเท้าที่เด็กโตไวไซส์เพิ่มเร็ว
.
ส่วนประเด็นชุดลูกเสือเนตรนารี ที่มีการออกนโยบายขอความร่วมมือโรงเรียนให้ยืดหยุ่น ไม่บังคับใส่เต็มรูปแบบเพื่อลดภาระ แต่ในความเป็นจริงผู้ปกครองส่วนใหญ่ ยังต้องควักกระเป๋าซื้อยกชุดอยู่ดี อยากให้กระทรวงศึกษาธิการออกมาตรการ หรือระเบียบปฏิบัติให้ชัดเจนมากกว่าการขอความร่วมมือ เพราะปัจจุบันไม่ได้เรียน และใส่ชุดลูกเสือเนตรนารีทุกสัปดาห์เหมือนในอดีต บางเทอมเดือนหนึ่งใส่ครั้งเดียว ขณะที่ชุดราคาพันกว่าบาท จึงน่าจะมีการทบทวนระเบียบเกี่ยวกับชุดกิจกรรมเหล่านี้ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยมองว่าใส่ชุดพละ หมวกและผ้าพันคอก็น่าจะเพียงพอ
.
ด้านนายทศพร พงษ์เดชขจร เจ้าของร้านขายชุดนักเรียน เผยว่า แม้จะดูคึกคักแต่ปริมาณการซื้อต่อคนน้อยลงและคึกคักเพียงช่วงวันเสาร์อาทิตย์ก่อนวันเปิดเทอม ปีนี้ยอดขายลดลงกว่าปีก่อน ๆ ส่วนใหญ่เลือกซื้อเท่าที่จำเป็น และซื้อแบบเผื่อไซส์ เพราะต้องประหยัดรายจ่าย บางคนนำชุดเก่าของพี่มาให้ร้านปักชื่อใหม่ให้น้องแทนการซื้อใหม่ ส่วนราคาชุดนักเรียนแม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ปีนี้ทางร้านยังขอตรึงราคาขายราคาเดิม เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่อุดหนุนกันมานาน
.

.
เพชรบูรณ์อ่วม ฝนถล่ม-ลมแรง บ้านเรือนประชาชน โรงเรือนเกษตรกรพังเสียหาย เกือบ 600 หลัง
.
เพชรบูรณ์อ่วม ฝนถล่ม-ลมแรง บ้านเรือนประชาชน โรงเรือนเกษตรกร พังเสียหาย เกือบ 600 หลัง จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือ
.
วันที่ 10 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสักในช่วงบ่ายของวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้มีลมพายุพัดแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน รวมทั้งโรงเรือนเก็บผลผลิตทางการเกษตร โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมานายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 2 อำเภอนำเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่ความเสียหาย
.
ในส่วนของอำเภอหล่มเก่าเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือน และยุ้งข้าว โรงเรือนเก็บพืชผล คอกสัตว์ ของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 5 ตำบล 19 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลหล่มเก่า ตำบลหินฮาว ตำบลนาแซง ตำบลนาซำ และตำบลวังบาล มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวม 53 ครัวเรือน ยุ้งข้าว โรงเรือนเก็บพืชผลการเกษตรและคอกสัตว์เสียหาย 11 หลัง
.
สำหรับอำเภอหล่มสัก ได้รับความเสียหาย จำนวน 9 ตำบล 36 หมู่บ้าน โดยพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยวเสียหาย จำนวน 200 ครัวเรือน ตำบลหนองไขว่ จำนวน 186 ครัวเรือน ตำบลวัดป่า จำนวน 87 ครัวเรือน ตำบลบ้านไร่ จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลบุ่งคล้า จำนวน 7 ครัวเรือน ตำบลบ้านกลาง จำนวน 14 ครัวเรือน ตำบลปากดุก จำนวน 7 ครัวเรือน ตำบลสักหลง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลลานบ่า จำนวน 3 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 507 ครัวเรือน
.
ทั้งนี้ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ประสบภัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ให้เร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม และดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่