ผลไม้ชนิดใดมีข้อดี? มากกว่าข้อเสีย

ผลไม้เกือบทุกชนิด "ข้อดีมากกว่าข้อเสีย" อยู่แล้ว ถ้ากินพอดี แต่ถ้าเอาตัวที่ *ดีแบบรอบด้าน กินง่าย พลาดยาก* มี 5 ตัวนี้

🌺*Top 5 ผลไม้ ข้อดีเยอะ ข้อเสียน้อยสุด*
ผลไม้    **ข้อดีเด่น**    **ข้อเสีย**    **เหมาะกับใคร**
🌺1. ฝรั่ง**    วิตามินซีสูงกว่าส้ม 5 เท่า, ไฟเบอร์สูง อิ่มนาน, น้ำตาลต่ำมาก GI=12, เปลือกกินได้    คนท้องผูกง่ายถ้ากินเม็ดเยอะ    คนลดน้ำหนัก, เบาหวาน, เสริมภูมิ
🌺2. แอปเปิ้ล**    เพกตินลดคอเลสเตอรอล, กินทั้งเปลือกได้, อยู่ท้อง, เก็บได้นาน    ยาฆ่าแมลงติดเปลือกเยอะ ต้องล้างดี    ออฟฟิศ พกไปกินแทนขนม
🌺3. กล้วยน้ำว้า**    โพแทสเซียมสูง ลดตะคริว, มีทริปโตเฟนช่วยนอนหลับ, ย่อยง่าย, ราคาถูก    สุกงอมน้ำตาลขึ้นเร็ว    นักกีฬา, คนท้องเสีย, เด็ก
🌺4. มะละกอสุก**    เอนไซม์ปาเปนช่วยย่อย, วิตามินเอสูง บำรุงตา, ขับถ่ายดี    ยางกัดปาก คนแพ้ยางมะละกอห้าม    คนท้องผูก, สายตาจ้องจอ
🌺5. อะโวคาโด**    ไขมันดี HDL, ไม่มีน้ำตาล, โปรตีนสูง, อิ่มทน    แคลสูง 160 kcal/ลูก, ราคาแพง    คีโต, คนลดแป้ง, บำรุงสมอง
🌺ทำไม 5 ตัวนี้ชนะขาด*

1. น้ำตาลต่ำ : ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว อะโวคาโด ค่าน้ำตาลเลือดขึ้นช้า เบาหวานกินได้
2.  กินได้ทั้งเปลือก : ไม่เสียของ ได้ไฟเบอร์เต็มๆ ลดขยะด้วย
3.  หาง่าย ราคาไม่โดด : กล้วย ฝรั่ง มะละกอ 10-30 บาทก็อิ่ม 1 มื้อ
4.  ข้อเสียแก้ได้ : แอปเปิ้ลล้างเบกกิ้งโซดา ฝรั่งเอาเม็ดออก กล้วยอย่ากินงอมจัด

🌺  ผลไม้ที่ข้อเสียเริ่มเยอะ ถ้ากินผิด
1.  ทุเรียน : โพแทสเซียม+กำมะถันสูง ร้อนใน เบาหวาน ความดันห้ามจัดหนัก
2.  มะม่วงสุก : น้ำตาล 14% สูงปรี๊ด กิน 1 ลูก = น้ำอัดลม 1 ป๋อง
3.  ลำไย/เงาะ : น้ำตาลสูง+กินเพลิน แคลทะลุ 500 kcal ไม่รู้ตัว
4.  น้ำผลไม้คั้นแยกกาก : เหลือแต่น้ำตาล ไฟเบอร์หาย = กินน้ำเชื่อมดีๆ

กฎทอง : กินผลไม้สดทั้งลูก วันละ 2-3 กำมือ ไม่เอาน้ำปั่นแยกกาก แค่นี้ข้อดีชนะข้อเสียทุกตัว

อยู่ไทยแนะนำ     ฝรั่งกิมจู  เลย โลละ 30 บาท วิตามินซี 200% ต่อลูก กินแทนวิตามินเม็ดได้ แถมอยู่ท้อง 2 ชม.

ชอบกินแบบไหน เดี๋ยวบอกวิธีเลือกผลสุกกำลังดีให้ ไม่ฝาด ไม่เละใน 4 ตัวนี้  ฝรั่ง ชนะขาด  ข้อเสียน้อยสุด กินพลาดยากสุด

🌺 จัดอันดับ "ข้อเสียน้อยสุด" 1→4
อันดับ    ผลไม้  ข้อเสียมีอะไรบ้าง       ระดับความเสี่ยง  
🌸1. ฝรั่ง     1. กินเม็ดเยอะ = ท้องผูกได้ 2. ฝาดถ้าเลือกดิบเกิน    ต่ำมาก แก้ได้แค่คายเม็ด     ปลอดภัยสุด
🌸2. แอปเปิ้ล      1. ยาฆ่าแมลงติดเปลือกอันดับ 1 2. เม็ดมีไซยาไนด์นิดหน่อย 3. กรดกัดฟัน    ต่ำ แต่ต้องล้างดีๆ       ต้องระวังนิด
🌸3. กล้วยน้ำว้า 1. สุกงอมน้ำตาลพุ่ง GI=70 2. แป้งเยอะ คนลดคาร์บต้องจำกัด 3. โพแทสเซียมสูง โรคไตต้องระวัง    กลาง กินผิดเวลาอ้วนได้      🌸
🌸4. อะโวคาโด      1. แคลสูง 160 kcal/ลูก = ข้าว 2 ทัพพี 2. ไขมันเยอะ คนมีปัญหาถุงน้ำดีจุก 3. แพงสุด โลละ 100+ 4. เสียง่าย ดำเร็ว    กลาง-สูง กินเกินอ้วนง่าย                
🌸 ทำไม "ฝรั่ง" ถึงข้อเสียน้อยสุด

1.  น้ำตาลต่ำสุด : ฝรั่ง 100g มีน้ำตาล 5g ส่วนแอปเปิ้ล 10g, กล้วยสุก 12g, ทุเรียน 14g เบาหวานกินได้สบาย
2.  แคลต่ำสุด : ฝรั่ง 60 kcal/ลูก อะโวคาโด 160 kcal กินฝรั่ง 3 ลูก = อะโวคาโด 1 ลูก
3.  แพ้ยาก : คนแพ้ยางมะละกอมี แต่คนแพ้ฝรั่งแทบไม่มีในไทย
4.  กินผิดก็ไม่อันตราย : มากสุดแค่ท้องผูกเพราะเม็ด เทียบกะกล้วยงอมที่น้ำตาลพุ่ง หรืออะโวคาโดที่อ้วน

🌸  วิธีกิน 4 ตัวนี้ให้ข้อเสีย=0

ฝรั่ง : เลือกกิมจู ผิวเขียวนวล ไม่ต้องปอกเปลือก คายเม็ดถ้ากลัวท้องผูก  
แอปเปิ้ล : แช่เบกกิ้งโซดา 15 นาที ล้างยาฆ่าแมลง ห้ามเคี้ยวเม็ด  
กล้วยน้ำว้า : กินลูกห่าม เปลือกเหลืองอมเขียว น้ำตาลต่ำกว่า งอม วันละ 1-2 ลูกพอ  
อะโวคาโด : วันละครึ่งลูกพอ บีบมะนาวกันดำ คนลดน้ำหนักนับแคลด้วย

*สรุป : ถ้าให้เลือกผลไม้ติดบ้านที่พลาดน้อยสุด *หยิบฝรั่งก่อนเลย  โลละ 30 บาท เก็บได้ 7 วัน วิตามินซีสูงกว่าส้ม 5 เท่า



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่