สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน ปกติผมก็มักจะมาแชร์เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นใช่ไหมครับ แต่วันนี้พิเศษหน่อยครับ เราจะมาคุยกันในทางกลับกันบ้าง สำหรับใครที่รู้สึกว่า "เบื่องานเก่าแล้ว อยากเปลี่ยน แต่ไม่อยากได้งานใหม่เลยสักนิด" หรือ "อยากลองไปสัมภาษณ์เล่นๆ แต่ไม่อยากให้เขาเรียกเข้าทำงานจริงๆ" บทความนี้คือคู่มือที่คุณตามหาอยู่ครับ
นี่คือเคล็ดลับสุดยอดในการแต่งตัวไปสมัครงานยังไงให้ HR หรือหัวหน้างานส่ายหน้าพร้อมโบกมือลาคุณตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้สัมภาษณ์เลยครับ รับรองว่าได้ผล 100% เลยครับ
เอาล่ะครับ มาเริ่มกันที่หัวใจหลักเลยนะครับ นั่นก็คือ "เสื้อผ้า" ของเรานั่นเองครับ ถ้าคุณอยากให้เขาไล่ออกตั้งแต่หน้าประตูจริงๆ จงเลือกเสื้อผ้าที่บ่งบอกว่าคุณไม่พร้อมจะทำงานจริงจังได้ดีที่สุดครับ
เริ่มจากเสื้อยืดตัวเก่าที่ย้วยจนคอเป็นรูปเลขแปด หรือเสื้อยืดลายการ์ตูนสุดแรร์ที่เก็บมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายครับ รับรองว่าดูเด็กไม่รู้จักโตแน่นอนครับ หรือถ้าชอบแนวแฟชั่นจัดๆ ก็จัดเต็มไปเลยครับ เสื้อเชิ้ตฮาวายลายดอกสีสันสดใส กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีนีออน เสื้อครอปเอวลอยโชว์สะดือก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ยิ่งถ้าเสื้อผ้าเหล่านั้นมีรอยขาด รอยเปื้อน หรือกลิ่นอับติดมาด้วยแล้วล่ะก็ คะแนนติดลบจะพุ่งกระฉูดเลยครับ
ถัดมาคือเรื่อง "ความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล" ครับ ข้อนี้สำคัญไม่แพ้เสื้อผ้าเลยนะครับ ถ้าคุณอยากจะสร้าง First Impression ที่แย่ที่สุด จงปล่อยให้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งตื่นนอนมาเมื่อห้านาทีที่แล้ว ไม่ต้องหวี ไม่ต้องเซ็ตให้เสียเวลาครับ สำหรับผู้ชายก็โกนหนวดโกนเคราไปทำไม ปล่อยให้มันรกรุงรังเข้าไว้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
ส่วนเล็บมือเล็บเท้าก็ไม่ต้องไปดูแลอะไรมากมายครับ ปล่อยให้มันยาว ดำ มีขี้เล็บติดบ้างเล็กน้อยจะดูดิบๆ ดีครับ และที่เด็ดสุดๆ คือกลิ่นกายครับ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นอาหารที่เพิ่งกินมาเมื่อเช้า แค่นี้ก็สามารถทำให้ HR ต้องรีบขยับเก้าอี้ถอยหลังแล้วครับ
มาถึง "เครื่องประดับ" กันบ้างครับ ถ้าอยากให้เขาเข้าใจว่าคุณกำลังจะไปงานปาร์ตี้มากกว่าสัมภาษณ์งาน ก็จัดเต็มไปเลยครับ สร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ระยิบระยับ กำไลข้อมือหลายๆ วงที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งทุกครั้งที่ขยับตัวครับ แหวนหลายๆ นิ้วที่ใหญ่โตอลังการ รวมถึงนาฬิกาข้อมือแบบสปอร์ตเรือนยักษ์ที่มีไฟกระพริบได้ยิ่งดีครับ
หรือถ้าจะให้ล้ำไปกว่านั้นก็คือการสวมหมวกแก๊ป หรือหมวกไหมพรมเข้ามาในห้องสัมภาษณ์เลยครับ อันนี้รับรองว่า HR ต้องเหลียวหลังมองแน่นอนครับ (พร้อมกับทำหน้าสงสัยว่าคุณมาถูกที่หรือเปล่าครับ)
เรื่อง "รองเท้า" ก็สำคัญนะครับ ถ้าคุณอยากจะบอกใบ้ว่าคุณไม่ได้ใส่ใจกับงานนี้เลยแม้แต่น้อย จงสวมรองเท้าแตะยางสีสดใส รองเท้าแตะเดินชายหาด หรือรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่ยังไม่เคยซักเลยตลอดสามปีที่ผ่านมาครับ หรือถ้าอยากเพิ่มความมั่นใจปลอมๆ ก็จัดรองเท้าส้นสูงที่สูงปรี๊ดชนิดที่เดินแล้วจะล้มได้ทุกเมื่อไปเลยครับ รับรองว่าสะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรกแน่นอนครับ
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดครับ คือ "ท่าทางและบุคลิก" ที่สอดคล้องกับการแต่งกายครับ เมื่อคุณแต่งตัวได้ "สุดเหวี่ยง" ตามที่กล่าวมาแล้ว จงเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่ไม่สนใจโลกครับ ไม่ต้องสบตา ไม่ต้องยิ้ม ไม่ต้องกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรครับ นั่งไขว่ห้าง ยกเท้าขึ้นมาวางบนเข่าอีกข้าง หรือเล่นมือถือไปเรื่อยๆ ขณะที่เขากำลังสัมภาษณ์คุณครับ ถ้าทำได้ครบทุกข้อที่ว่ามานี้ รับรองว่าตำแหน่งในฝันของคุณจะหลุดลอยไปในพริบตาแน่นอนครับ
นี่แหละครับ คือ "เคล็ดลับ" ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการถูกปฏิเสธงานตั้งแต่หน้าประตูอย่างแท้จริงครับ แต่ถ้าเกิดว่าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเปลี่ยนใจ อยากได้งานขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ ง่ายมากเลยครับ แค่ทำทุกอย่างที่ผมพูดมา "กลับกัน" ทั้งหมดนั่นแหละครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการหางานนะครับ (ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม) สวัสดีครับ
เทคนิคทำลายโอกาสทอง: แต่งตัวยังไงให้โดนปฏิเสธตั้งแต่หน้าประตูห้องสัมภาษณ์ครับ
นี่คือเคล็ดลับสุดยอดในการแต่งตัวไปสมัครงานยังไงให้ HR หรือหัวหน้างานส่ายหน้าพร้อมโบกมือลาคุณตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้สัมภาษณ์เลยครับ รับรองว่าได้ผล 100% เลยครับ
เอาล่ะครับ มาเริ่มกันที่หัวใจหลักเลยนะครับ นั่นก็คือ "เสื้อผ้า" ของเรานั่นเองครับ ถ้าคุณอยากให้เขาไล่ออกตั้งแต่หน้าประตูจริงๆ จงเลือกเสื้อผ้าที่บ่งบอกว่าคุณไม่พร้อมจะทำงานจริงจังได้ดีที่สุดครับ
เริ่มจากเสื้อยืดตัวเก่าที่ย้วยจนคอเป็นรูปเลขแปด หรือเสื้อยืดลายการ์ตูนสุดแรร์ที่เก็บมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายครับ รับรองว่าดูเด็กไม่รู้จักโตแน่นอนครับ หรือถ้าชอบแนวแฟชั่นจัดๆ ก็จัดเต็มไปเลยครับ เสื้อเชิ้ตฮาวายลายดอกสีสันสดใส กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีนีออน เสื้อครอปเอวลอยโชว์สะดือก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ยิ่งถ้าเสื้อผ้าเหล่านั้นมีรอยขาด รอยเปื้อน หรือกลิ่นอับติดมาด้วยแล้วล่ะก็ คะแนนติดลบจะพุ่งกระฉูดเลยครับ
ถัดมาคือเรื่อง "ความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล" ครับ ข้อนี้สำคัญไม่แพ้เสื้อผ้าเลยนะครับ ถ้าคุณอยากจะสร้าง First Impression ที่แย่ที่สุด จงปล่อยให้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งตื่นนอนมาเมื่อห้านาทีที่แล้ว ไม่ต้องหวี ไม่ต้องเซ็ตให้เสียเวลาครับ สำหรับผู้ชายก็โกนหนวดโกนเคราไปทำไม ปล่อยให้มันรกรุงรังเข้าไว้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
ส่วนเล็บมือเล็บเท้าก็ไม่ต้องไปดูแลอะไรมากมายครับ ปล่อยให้มันยาว ดำ มีขี้เล็บติดบ้างเล็กน้อยจะดูดิบๆ ดีครับ และที่เด็ดสุดๆ คือกลิ่นกายครับ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นอาหารที่เพิ่งกินมาเมื่อเช้า แค่นี้ก็สามารถทำให้ HR ต้องรีบขยับเก้าอี้ถอยหลังแล้วครับ
มาถึง "เครื่องประดับ" กันบ้างครับ ถ้าอยากให้เขาเข้าใจว่าคุณกำลังจะไปงานปาร์ตี้มากกว่าสัมภาษณ์งาน ก็จัดเต็มไปเลยครับ สร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ระยิบระยับ กำไลข้อมือหลายๆ วงที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งทุกครั้งที่ขยับตัวครับ แหวนหลายๆ นิ้วที่ใหญ่โตอลังการ รวมถึงนาฬิกาข้อมือแบบสปอร์ตเรือนยักษ์ที่มีไฟกระพริบได้ยิ่งดีครับ
หรือถ้าจะให้ล้ำไปกว่านั้นก็คือการสวมหมวกแก๊ป หรือหมวกไหมพรมเข้ามาในห้องสัมภาษณ์เลยครับ อันนี้รับรองว่า HR ต้องเหลียวหลังมองแน่นอนครับ (พร้อมกับทำหน้าสงสัยว่าคุณมาถูกที่หรือเปล่าครับ)
เรื่อง "รองเท้า" ก็สำคัญนะครับ ถ้าคุณอยากจะบอกใบ้ว่าคุณไม่ได้ใส่ใจกับงานนี้เลยแม้แต่น้อย จงสวมรองเท้าแตะยางสีสดใส รองเท้าแตะเดินชายหาด หรือรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่ยังไม่เคยซักเลยตลอดสามปีที่ผ่านมาครับ หรือถ้าอยากเพิ่มความมั่นใจปลอมๆ ก็จัดรองเท้าส้นสูงที่สูงปรี๊ดชนิดที่เดินแล้วจะล้มได้ทุกเมื่อไปเลยครับ รับรองว่าสะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรกแน่นอนครับ
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดครับ คือ "ท่าทางและบุคลิก" ที่สอดคล้องกับการแต่งกายครับ เมื่อคุณแต่งตัวได้ "สุดเหวี่ยง" ตามที่กล่าวมาแล้ว จงเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่ไม่สนใจโลกครับ ไม่ต้องสบตา ไม่ต้องยิ้ม ไม่ต้องกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรครับ นั่งไขว่ห้าง ยกเท้าขึ้นมาวางบนเข่าอีกข้าง หรือเล่นมือถือไปเรื่อยๆ ขณะที่เขากำลังสัมภาษณ์คุณครับ ถ้าทำได้ครบทุกข้อที่ว่ามานี้ รับรองว่าตำแหน่งในฝันของคุณจะหลุดลอยไปในพริบตาแน่นอนครับ
นี่แหละครับ คือ "เคล็ดลับ" ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการถูกปฏิเสธงานตั้งแต่หน้าประตูอย่างแท้จริงครับ แต่ถ้าเกิดว่าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเปลี่ยนใจ อยากได้งานขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ ง่ายมากเลยครับ แค่ทำทุกอย่างที่ผมพูดมา "กลับกัน" ทั้งหมดนั่นแหละครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการหางานนะครับ (ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม) สวัสดีครับ