[ต่อ] จากกระทู้ “เราคิดมากไปไหมคะ ที่ไม่โอเคกับการที่แม่แฟนเรียกเราว่าอีอ้วน” — สุดท้ายเราเลือกจบความสัมพันธ์ค่ะ

กระทู้คำถาม
หลังจากกระทู้ที่แล้ว เราตัดสินใจเป็นฝ่ายขอถอยออกมาจากความสัมพันธ์เองค่ะ เพราะยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่า ถ้าฝืนไปต่อ สุดท้ายเราน่าจะเหนื่อยมากกว่านี้

ก่อนอื่นเลย แฟนเราไม่ได้เป็นคนไม่ดีนะคะ เขารักเรา อันนี้เรารู้เลย แต่ปัญหาคือ เวลามีเรื่องจริง ๆ เขายังจัดการหรือปกป้องความรู้สึกเราไม่ได้มากพอ โดยเฉพาะเรื่องคนรอบตัว

(ขอท้าวความจากกระทู้เดิมนิดนึงนะคะ ก่อนจะมีเรื่องแม่แฟน จริง ๆ มันมีเรื่องเพื่อนร่วมงานแฟนก่อนแล้ว ที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกไม่โอเค)

แฟนเราทำงานเซเว่น แล้วเขาชอบซื้อของมาฝากเรา ซื้อขนม ซื้อเครื่องสำอางอะไรแบบนี้ แล้วเขาก็ไปถามเพื่อนร่วมงานว่าอันไหนใช้ดี ซึ่งประโยคที่เพื่อนร่วมงานพูดถึงเรา รวมถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เรารู้ทั้งหมด แฟนเราเป็นคนมาเล่าให้ฟังเองค่ะ

มีคนหนึ่งพูดประมาณว่า “จะซื้อไปฝากอีอ้วนนั่นอีกแล้วเหรอ”

ตอนนั้นเราก็เสียความรู้สึกแล้วนะคะ แต่ยังพยายามคิดว่า เออ อาจเป็นสไตล์การพูดของเขา

แต่หลังจากนั้น เราก็มารู้ว่าอีกคนที่เราค่อนข้างเอ็นดู เวลาไปเซเว่นก็ชอบคุยด้วย รู้สึกว่าเขาน่ารัก ทำงานเก่ง เขาก็พูดถึงเราลับหลังด้วยคำเดียวกันเหมือนกัน ซึ่งทั้งหมดนี้แฟนเราก็เป็นคนมาเล่าให้เราฟังเองเหมือนกันค่ะ

ซึ่งในมุมเรา ต่อให้สนิทกัน บางคนยังไม่ชอบให้เรียกแบบนี้เลย แล้วนี่คือยังไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยให้เกียรติกันเท่าไหร่

แล้วเรื่องมันก็มาหนักขึ้นตรงแม่แฟนค่ะ

เรื่องเริ่มจากเราไปกดไลก์โพสต์แม่แฟน แล้วแม่แฟนมาดูสตอรี่เรา เราเลยเอาไปคุยเล่นกับแฟนขำ ๆ ประมาณว่า “เออ แม่มาส่องสตอรี่เราด้วยเหรอ”

แล้วแฟนก็ไปพูดกับแม่เขาต่อ ซึ่งประโยคแรกที่แม่เขาพูดถึงเราคือ “อีอ้วนนั่นน่ะเหรอ”

พอเราแสดงออกว่าไม่โอเค แล้วถามกลับประมาณว่า “ถ้าเราเรียกแม่แบบนี้บ้าง แม่จะโอเคไหม” แฟนดันแคปข้อความนั้นไปให้แม่ดูจริง ๆ

แล้วแม่เขาก็ตอบกลับมาประมาณว่า “กูเป็นแม่แฟน มีสิทธิ์อะไรมาเรียกกูอี”

แถมหลังจากนั้นแฟนยังอัดคลิปเสียงตอนคุยกับแม่มาให้เราฟังอีก ซึ่งในคลิปแม่เขาพูดประมาณว่า
“เรื่องแค่นี้ทำเป็นจะเป็นจะตาย”
“ถ้าอยู่บ้านเดียวกัน บ้านไม่แตกเหรอ”
"จะอยู่กับคนแบบนี้ได้หรอ"

ตอนนั้นเราเลยรู้สึกเลยว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องคำพูดแล้ว แต่มันคือวิธีคิดและการให้เกียรติกันมากกว่า

ที่เหนื่อยอีกอย่างคือ แฟนเราอายุ 21 ส่วนเราอายุ 22 เราเข้าใจนะว่าเขายังโตได้อีก แต่ตอนนี้เขายังเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกคนรอบตัวมาก โดยเฉพาะแม่ตัวเอง เวลามีปัญหาเขาเลยทำได้แค่ขอร้องไม่ให้เราไป มากกว่าจะทำให้เรามั่นใจว่า ถ้าอยู่ต่อ เขาจะปกป้องหรือซัพพอร์ตความรู้สึกเราได้จริง ๆ

จนสุดท้ายเรามานั่งคิดว่า ชีวิตตัวเองเราก็ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว ถ้าจะมีความสัมพันธ์สักอัน เราอยากได้พื้นที่ที่สบายใจ เป็นที่พักใจ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ทำให้เราต้องเครียดเพิ่มตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มจริงจังเลย

สุดท้ายเลยเลือกจบตอนนี้ดีกว่าค่ะ เพราะต่อให้ยังรัก แต่ถ้าฝืนไปต่อแล้วต้องเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียว สุดท้ายมันก็คงไปไม่รอดอยู่ดี

ถ้าเป็นทุกคน เจออะไรแบบนี้ ทุกคนจะตัดสินใจยังไงกันคะ?
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ปัญหาไม่ใช่แค่แม่(อดีต)แฟน เพื่อนร่วมงาน หรือคนรอบข้างเขา
แต่เป็นที่ตัว(อดีต)แฟนคุณด้วย

คนที่ปากรั่ว พูด บอก กระจาย ขยาย(ความขัดแย้ง) แชร์ ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ..แบบนี้
โดยไม่ดู ไม่สนใจ ความควร-ไม่ควร , เหมาะ-ไม่เหมาะ , ไม่รู้จักแยกแยะ , ไม่รู้กาลเทศะ
แถมยังไม่ช่วย ไม่คิดแก้ปัญหาอะไรเลย
สักแต่ว่ามีปากไว้พูด บอก เล่า กระจาย ขยาย แชร์
อันนี้ไม่น่าเรียกว่า…ไม่ได้เป็นคนไม่ดี..นะ
ถ้า ดี คือแค่ ไม่เลว ก็อาจจะใช่อยู่
แต่ถ้าดีคือ คิดดี รู้(ว่าอะไร)ดี ทำตัวดี พูดจาดี(เหมาะควร) …ด้วย
อันนี้ไม่น่าจะเรียก…ดี

ที่ถอยออกมาได้แล้วก็…เป็นทางที่คุณเลือกแล้ว
ขอให้เป็นการตัดสินใจที่..ดี
ความคิดเห็นที่ 1
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แม่ ปัญหาอยู่ที่แฟน
อนาคต เลือกคนดีๆ หน่อยนะครับ
ดูนานๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่