เรื่องมันเริ่มจากเราเป็นลูกคนที่2 ซึ่งตั้งแต่โตมาเราโตมากับคำดุด่าเส้นทางที่พี่เลือกมาจากแม่ตลอด พี่เราเลือกเรียนคณะที่เข้าง่ายและตัวเขาเองก็ไม่ได้ดูชอบมันมากขนาดนั้น จนจบมาทำงานเงินเดือนน้อยไม่ตรงสาย แม่เราด่าพี่เราตลอดแล้วพยายาบผลักดันให้ไปสอบเป็นราชการ จนมาถึงตัวเราที่พยายามทำตามความหวังแม่มากที่สุด เราเลือกเรียนวิท-คณิตเพราะคิดว่ามันเข้าคณะสายสุขภาพแล้วจะไม่ตกงานแน่นอน ระหว่างที่เรียนเราทรมาณมาก ทุกอย่างมันยากไปหมด คำนวณ จำสูตรอะไรต่างๆนาๆ ในระหว่างเรียนเราก็ทำงานช่วยแม่หาเงินไปด้วย จนถึงเวลาที่เราจะเข้ามหาลัย แม่ไม่อยากให้เรียนกายภาพเราก็ไม่เรียน ไม่อยากให้เรียนศิลเราก็ไม่เรียน(แม่จะไม่พอใจเป็นพิเศษทุกครั้งที่เราบอกว่าชอบ) จนกระทั่งวันนึงที่คะแนนออกมาแล้วเราไม่ติดรอบ2เลย เราต้องไปต่อรอบ3 เรามีความเครียดมากๆ พ่อก็เป็นคนพูดกับเราว่าที่เราสอบไม่ติดเป็นเพราะตัวเราเอง เราทำตัวเองคนอื่นไม่เกี่ยว เราก็เข้าใจและยอมรับเพราะมันก็จริง
ตอนเช้าที่เรากำลังช่วยงานด่วนแล้วคุยเรื่องเข้ามหาลัยเราเครียดและสับสนกับตัวเองจนเผลอพูดกับแม่ไปว่า"หนูยอมให้ลากกันไปลากกันมาแล้วนี่ไง" แม่โกรธมากและบอกว่าไม่เคยที่จะบังคับหรือลากไปไหน ไม่งั้นก็ไม่ต้องเรียน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเลือกเรียนในสิ่งที่คิดแต่ว่ามีงานทำในอนาคตและถูกใจแม่มาโดยตลอดโดยไม่คิดเลยว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ ซึ่งตอนนี้เราหันหลังกลับไม่ได้แล้วเพราะแม่เป็นคนส่งเรียน สิ่งที่พ่อพูดมันถูกต้องแล้วจริงๆ เรื่องทุกอย่างมันเกิดจากเราเอง
หลังจากนี้เราควรยื้อให้มันไปต่อแล้วเรียนคณะวิทที่น่าจะติด หรือย้ายสาขาไปเรียนนิติรามเลยดีคะ
ความฝันของแม่
ตอนเช้าที่เรากำลังช่วยงานด่วนแล้วคุยเรื่องเข้ามหาลัยเราเครียดและสับสนกับตัวเองจนเผลอพูดกับแม่ไปว่า"หนูยอมให้ลากกันไปลากกันมาแล้วนี่ไง" แม่โกรธมากและบอกว่าไม่เคยที่จะบังคับหรือลากไปไหน ไม่งั้นก็ไม่ต้องเรียน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเลือกเรียนในสิ่งที่คิดแต่ว่ามีงานทำในอนาคตและถูกใจแม่มาโดยตลอดโดยไม่คิดเลยว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ ซึ่งตอนนี้เราหันหลังกลับไม่ได้แล้วเพราะแม่เป็นคนส่งเรียน สิ่งที่พ่อพูดมันถูกต้องแล้วจริงๆ เรื่องทุกอย่างมันเกิดจากเราเอง
หลังจากนี้เราควรยื้อให้มันไปต่อแล้วเรียนคณะวิทที่น่าจะติด หรือย้ายสาขาไปเรียนนิติรามเลยดีคะ