ถ้าให้จัดอันดับว่าในประเทศไทยจังหวัดไหนที่มีร้านคาเฟ่มากที่สุด หากวัดกันที่จำนวนร้านต่อตารางกิโลเมตร หรือจำนวนร้านต่อสัดส่วนประชากรในพื้นที่ เชื่อได้เลยว่า เชียงใหม่ติดอันดับ 1 ถึงกับมีคำที่พูดกันว่า “ถ้าล้มตัวลงตรงนี้ ขาจะอยู่ร้านหนึ่ง หัวจะอยู่อีกร้านหนึ่ง” สะท้อนให้เห็นความหนาแน่นของของร้านคาเฟ่ในเชียงใหม่ได้อย่างดี
ทั้งนี้จากข้อมูลในเบื้องต้นคาดว่าเชียงใหม่มีร้านกาแฟและคาเฟ่ไม่ต่ำกว่า 2,500 – 3,000 แห่ง ซึ่งก็รวมทั้งแบบที่มีหน้าร้านชัดเจน ทั้งร้านขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงแบบรถเข็นในบางพื้นที่ บริเวณที่หนาแน่นมากที่สุดอยู่ในอำเภอเมือง และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น แม่ริม , หางดง , ช้างม่อย , นิมมานเหมินท์ เป็นต้น
📌ร้านเยอะ! คนแยะ! ธุรกิจร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ กำไรดีแค่ไหน?
การกระจุกตัวของคาเฟ่/ร้านกาแฟ ในเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเทรนด์ฮิตเท่านั้น แต่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยทางเศรษฐกิจร่วมด้วย ถ้าวิเคราะห์เหตุผลเบื้องต้นพบว่า
1.เชียงใหม่เป็นแหล่งวัตถุดิบกาแฟ โดยอยู่ใกล้แหล่งปลูกอาราบิก้าคุณภาพดีทั้งที่ดอยช้าง หรือว่าแม่กำปอง ทำให้โรงคั่วและร้านคาเฟ่สามารถเข้าถึงเมล็ดกาแฟสดใหม่ได้ในราคาที่ต่ำกว่าจังหวัดอื่น
2.ต้นทุนค่าเช่าและดีไซน์ร้านที่มีความพิเศษ ซึ่งต้นทุนค่าเช่าในเชียงใหม่ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯถือว่าถูกกว่า เปิดโอกาสให้คนที่ทุนน้อยก็เริ่มสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาได้ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ร้านและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ
3.ศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว เป็นเสน่ห์สำคัญของจังหวัดท่องเที่ยวที่จะดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาก เป็นจุดหมายปลายทางที่คนต้องการเดินทางไปสัมผัสโดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยวที่คนจะมากเป็นพิเศษ
ถ้ามองในเรื่องกำไรและความอยู่รอดของธุรกิจร้านกาแฟ /คาเฟ่ในเชียงใหม่ ก็อาจจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
✅ กลุ่มที่มีกำไรมหาศาล ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทั้งการเป็นร้านที่มีชื่อเสียง , การได้รับรางวัลระดับโลก , มีจุดเด่นและความพิเศษของร้าน กลุ่มนี้จะมีกำไรต่อแก้วเฉลี่ย 60-70% ราคาขายต่อแก้วอาจสูงถึง 150-200 บาท แน่นอนว่ารายได้อีกส่วนคือการขายของที่ระลึกที่บางครั้งกำไรจากสินค้าเหล่านี้สูงกว่าการขายกาแฟด้วย
✅ กลุ่มที่อยู่รอดและพอมีกำไร ส่วนใหญ่เป็นร้านขนาดกลาง - เล็ก เน้นลูกขาประจำและคนในพื้นที่ เน้นการขายในปริมาณมากและมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพกำไรสุทธิอาจจะอยู่ประมาณ 15-25% แต่หัวใจสำคัญของกลุ่มนี้คือต้องพยามปรับตัวและแข่งขันสู้กับคู่แข่งที่เปลี่ยนตัวเองตลอดเวลา
✅ กลุ่มขาดทุน / เท่าทุน มักจะเป็นร้านที่เน้นดีไซน์สวยตามเทรนด์ แต่ไม่มีจุดขายเรื่องรสชาติ หรือไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี แน่นอนว่ากลุ่มนี้มีจำนวนเยอะที่สุดในสถิติของการปิดตัวลง หลายๆร้านอาจอยู่ได้ไม่ถึงปี เพราะค่าการตลาดพุ่งสูงแต่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมีจำนวนน้อย
📌Checklist ให้ดีก่อนตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่
เหตุผลประกอบการตัดสินใจว่าควรเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ยุคนี้หรือไม่ มีทั้งเหตุผลที่ควรทำและไม่ควรทำก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างละเอียด
เริ่มจากเหตุผลที่ไม่ควรลงทุน เพราะมองว่าตอนนี้ตลาดเกินจุดอิ่มตัว ถ้าเป็นร้านกาแฟที่ไม่มีจุดขายโอกาสรอดแทบเป็นศูนย์ ไหนจะต้องสู้กับสงครามราคา และร้านใหญ่ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องการบริหารจัดการวัตถุดิบ
รวมถึงร้านใหญ่มีงบด้านการตลาดที่มากกว่า แต่เหตุผลที่ยังน่าทำก็เป็นเพราะถ้าเปิดร้านโดยใช้ไอเดียหรือจับจุดในทำเลที่เมืองกำลังขยายออกไป รวมถึงโมเดลธุรกิจที่เน้นความเร็ว คุณภาพ ราคาเข้าถึงได้ง่าย
กลุ่มนี้ยังมีความต้องการสูง หรือจะเน้นธุรกิจที่ไปทางสายสุขภาพเพื่อจับกลุ่มคนรักษ์สุขภาพให้มาใช้บริการมากขึ้น
อย่างไรก็ดีเราก็ควร Checklist เบื้องต้นว่าเรามีทำเลที่ดีแค่ไหน เป็นที่ดินตัวเองหรือเช่า มีแหล่งวัตถุดิบที่ถูกกว่าเจ้าอื่นแค่ไหน รวมถึงโมเดลธุรกิจของเราขายประสบการณ์หรือความคุ้มค่า
ทั้งนี้ก็ควรมองหารายได้เสริมที่ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่มแต่เป็นการเพิ่มเมนูอื่นๆ ในร้านหรือสินค้าที่น่าสนใจเพื่อทำให้ธุรกิจมีรายได้จากหลายช่องทางมากขึ้น
ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งเชียงใหม่อาจมีเสน่ห์ดึงดูดสำหรับการเปิดร้านคาเฟ่ / กาแฟ แต่ในจังหวัดอื่นๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันสิ่งสำคัญอยู่ที่การจับจุดความต้องการลูกค้าและพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้อง
เราอาจไม่ต้องโฟกัสแค่การเปิดร้านที่เชียงใหม่ อาจเป็นจังหวัดใกล้ๆ ที่ต้นทุนถูกกว่าแต่ความต้องการของลูกค้ามีมากไม่แพ้กัน ก็ขึ้นอยู่กับการตลาด + คุณภาพสินค้าและบริการของผู้ลงทุนเป็นสำคัญด้วย
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr :
https://www.facebook.com/share/p/1Fe195Yzjp/
กาแฟ เต็มเชียงใหม่! ทุก 160 เมตร เจอ 1 ร้าน
ถ้าให้จัดอันดับว่าในประเทศไทยจังหวัดไหนที่มีร้านคาเฟ่มากที่สุด หากวัดกันที่จำนวนร้านต่อตารางกิโลเมตร หรือจำนวนร้านต่อสัดส่วนประชากรในพื้นที่ เชื่อได้เลยว่า เชียงใหม่ติดอันดับ 1 ถึงกับมีคำที่พูดกันว่า “ถ้าล้มตัวลงตรงนี้ ขาจะอยู่ร้านหนึ่ง หัวจะอยู่อีกร้านหนึ่ง” สะท้อนให้เห็นความหนาแน่นของของร้านคาเฟ่ในเชียงใหม่ได้อย่างดี
ทั้งนี้จากข้อมูลในเบื้องต้นคาดว่าเชียงใหม่มีร้านกาแฟและคาเฟ่ไม่ต่ำกว่า 2,500 – 3,000 แห่ง ซึ่งก็รวมทั้งแบบที่มีหน้าร้านชัดเจน ทั้งร้านขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงแบบรถเข็นในบางพื้นที่ บริเวณที่หนาแน่นมากที่สุดอยู่ในอำเภอเมือง และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น แม่ริม , หางดง , ช้างม่อย , นิมมานเหมินท์ เป็นต้น
📌ร้านเยอะ! คนแยะ! ธุรกิจร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ กำไรดีแค่ไหน?
การกระจุกตัวของคาเฟ่/ร้านกาแฟ ในเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเทรนด์ฮิตเท่านั้น แต่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยทางเศรษฐกิจร่วมด้วย ถ้าวิเคราะห์เหตุผลเบื้องต้นพบว่า
1.เชียงใหม่เป็นแหล่งวัตถุดิบกาแฟ โดยอยู่ใกล้แหล่งปลูกอาราบิก้าคุณภาพดีทั้งที่ดอยช้าง หรือว่าแม่กำปอง ทำให้โรงคั่วและร้านคาเฟ่สามารถเข้าถึงเมล็ดกาแฟสดใหม่ได้ในราคาที่ต่ำกว่าจังหวัดอื่น
2.ต้นทุนค่าเช่าและดีไซน์ร้านที่มีความพิเศษ ซึ่งต้นทุนค่าเช่าในเชียงใหม่ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯถือว่าถูกกว่า เปิดโอกาสให้คนที่ทุนน้อยก็เริ่มสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาได้ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ร้านและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ
3.ศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว เป็นเสน่ห์สำคัญของจังหวัดท่องเที่ยวที่จะดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาก เป็นจุดหมายปลายทางที่คนต้องการเดินทางไปสัมผัสโดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยวที่คนจะมากเป็นพิเศษ
ถ้ามองในเรื่องกำไรและความอยู่รอดของธุรกิจร้านกาแฟ /คาเฟ่ในเชียงใหม่ ก็อาจจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
✅ กลุ่มที่มีกำไรมหาศาล ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทั้งการเป็นร้านที่มีชื่อเสียง , การได้รับรางวัลระดับโลก , มีจุดเด่นและความพิเศษของร้าน กลุ่มนี้จะมีกำไรต่อแก้วเฉลี่ย 60-70% ราคาขายต่อแก้วอาจสูงถึง 150-200 บาท แน่นอนว่ารายได้อีกส่วนคือการขายของที่ระลึกที่บางครั้งกำไรจากสินค้าเหล่านี้สูงกว่าการขายกาแฟด้วย
✅ กลุ่มที่อยู่รอดและพอมีกำไร ส่วนใหญ่เป็นร้านขนาดกลาง - เล็ก เน้นลูกขาประจำและคนในพื้นที่ เน้นการขายในปริมาณมากและมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพกำไรสุทธิอาจจะอยู่ประมาณ 15-25% แต่หัวใจสำคัญของกลุ่มนี้คือต้องพยามปรับตัวและแข่งขันสู้กับคู่แข่งที่เปลี่ยนตัวเองตลอดเวลา
✅ กลุ่มขาดทุน / เท่าทุน มักจะเป็นร้านที่เน้นดีไซน์สวยตามเทรนด์ แต่ไม่มีจุดขายเรื่องรสชาติ หรือไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี แน่นอนว่ากลุ่มนี้มีจำนวนเยอะที่สุดในสถิติของการปิดตัวลง หลายๆร้านอาจอยู่ได้ไม่ถึงปี เพราะค่าการตลาดพุ่งสูงแต่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมีจำนวนน้อย
📌Checklist ให้ดีก่อนตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่
เหตุผลประกอบการตัดสินใจว่าควรเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ยุคนี้หรือไม่ มีทั้งเหตุผลที่ควรทำและไม่ควรทำก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างละเอียด
เริ่มจากเหตุผลที่ไม่ควรลงทุน เพราะมองว่าตอนนี้ตลาดเกินจุดอิ่มตัว ถ้าเป็นร้านกาแฟที่ไม่มีจุดขายโอกาสรอดแทบเป็นศูนย์ ไหนจะต้องสู้กับสงครามราคา และร้านใหญ่ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องการบริหารจัดการวัตถุดิบ
รวมถึงร้านใหญ่มีงบด้านการตลาดที่มากกว่า แต่เหตุผลที่ยังน่าทำก็เป็นเพราะถ้าเปิดร้านโดยใช้ไอเดียหรือจับจุดในทำเลที่เมืองกำลังขยายออกไป รวมถึงโมเดลธุรกิจที่เน้นความเร็ว คุณภาพ ราคาเข้าถึงได้ง่าย
กลุ่มนี้ยังมีความต้องการสูง หรือจะเน้นธุรกิจที่ไปทางสายสุขภาพเพื่อจับกลุ่มคนรักษ์สุขภาพให้มาใช้บริการมากขึ้น
อย่างไรก็ดีเราก็ควร Checklist เบื้องต้นว่าเรามีทำเลที่ดีแค่ไหน เป็นที่ดินตัวเองหรือเช่า มีแหล่งวัตถุดิบที่ถูกกว่าเจ้าอื่นแค่ไหน รวมถึงโมเดลธุรกิจของเราขายประสบการณ์หรือความคุ้มค่า
ทั้งนี้ก็ควรมองหารายได้เสริมที่ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่มแต่เป็นการเพิ่มเมนูอื่นๆ ในร้านหรือสินค้าที่น่าสนใจเพื่อทำให้ธุรกิจมีรายได้จากหลายช่องทางมากขึ้น
ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งเชียงใหม่อาจมีเสน่ห์ดึงดูดสำหรับการเปิดร้านคาเฟ่ / กาแฟ แต่ในจังหวัดอื่นๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันสิ่งสำคัญอยู่ที่การจับจุดความต้องการลูกค้าและพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้อง
เราอาจไม่ต้องโฟกัสแค่การเปิดร้านที่เชียงใหม่ อาจเป็นจังหวัดใกล้ๆ ที่ต้นทุนถูกกว่าแต่ความต้องการของลูกค้ามีมากไม่แพ้กัน ก็ขึ้นอยู่กับการตลาด + คุณภาพสินค้าและบริการของผู้ลงทุนเป็นสำคัญด้วย
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr : https://www.facebook.com/share/p/1Fe195Yzjp/