อ่านหนังสือจบ 1 เล่มใน 3 ชั่วโมง แล้วจำได้แม่นโคตร! ผมมีเคล็ดลับฉบับคนขี้เกียจแต่ฉลาดมาฝากครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักการเรียนรู้ (หรือกำลังพยายามรักอยู่) ทุกคน วันนี้ผมจะมาแชร์เทคนิคที่ผมใช้ส่วนตัวครับ บอกเลยว่ามันเปลี่ยนการอ่านหนังสือของผมไปตลอดกาลเลยครับ จากที่เคยใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าจะจบเล่ม ตอนนี้หลายๆ เล่มผมสามารถเก็บได้ภายใน 3 ชั่วโมง แถมยังจำเนื้อหาสำคัญๆ ได้แม่นอีกด้วยครับ ฟังดูเว่อร์ใช่ไหมครับ แต่ผมรับรองว่าทำได้จริงแน่นอนครับ

เทคนิคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการอ่านเร็วแบบสแกนทุกตัวอักษรนะครับ แต่มันเกี่ยวกับการอ่านอย่างชาญฉลาดและการจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพที่สุดต่างหากครับ เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่าผมทำยังไงบ้าง

ก่อนอื่นเลยนะครับ อยากให้ทุกคนปรับ Mindset ก่อนว่าเราไม่ได้กำลังแข่งกับเวลาเพื่ออ่านให้จบ แต่เรากำลังพยายามดึงแก่นสารและข้อมูลที่สำคัญที่สุดจากหนังสือเล่มนั้นต่างหากครับ นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ







เฟสที่ 1 การสำรวจก่อนดำดิ่ง (Pre-Reading / 15-30 นาที)
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ มันคือการที่เราจะทำความรู้จักกับโครงสร้างและภาพรวมของหนังสือเล่มนั้นก่อนที่จะลงมืออ่านจริงจังครับ

   สำรวจปกหน้า ปกหลัง คำโปรย ดูว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ผู้เขียนต้องการสื่อสารอะไรครับ
   สารบัญ นี่คือแผนที่ขุมทรัพย์เลยครับ ดูหัวข้อหลัก หัวข้อรองทั้งหมด เพื่อให้เห็นโครงสร้างของหนังสือว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง และส่วนไหนน่าสนใจเป็นพิเศษครับ
   คำนำ/บทนำ และบทสรุป อ่านสองส่วนนี้เป็นพิเศษครับ เพราะมันมักจะบอกแก่นของเรื่องทั้งหมดที่ผู้เขียนต้องการจะบอกครับ บางทีแค่สองส่วนนี้เราก็ได้ไอเดียหลักๆ ของทั้งเล่มแล้วครับ
   กวาดสายตา (Skim) ไปทั่วๆ ลองพลิกๆ ดูแต่ละบท สังเกตหัวข้อใหญ่ ตัวหนา รูปภาพ กราฟ หรือตารางครับ นี่คือการสร้างแผนที่ในหัวของเราก่อนครับว่าเนื้อหาในเล่มมันหน้าตาเป็นยังไงครับ



เฟสที่ 2 การอ่านแบบโฟกัสและสกัดใจความ (Active Reading / 2 ชั่วโมง)
เมื่อเราได้ภาพรวมแล้ว ถึงเวลาลงมืออ่านจริงๆ ครับ แต่ไม่ใช่การอ่านทุกคำนะครับ

   อ่านจากภาพรวมไปหารายละเอียด เมื่อเราเห็นภาพใหญ่จากเฟสแรกแล้ว ทีนี้เราจะรู้ว่าส่วนไหนคือเนื้อหาหลัก ส่วนไหนคือรายละเอียดปลีกย่อยครับ เราจะอ่านในส่วนที่เป็นเนื้อหาหลักอย่างตั้งใจ และส่วนที่เป็นรายละเอียดเราจะแค่กวาดสายตาผ่านๆ ครับ
   โฟกัสที่ประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า บ่อยครั้งที่ประโยคแรกจะเป็นใจความสำคัญของย่อหน้านั้นๆ ส่วนประโยคสุดท้ายมักจะเป็นบทสรุปหรือการเชื่อมต่อไปยังย่อหน้าถัดไปครับ ลองสังเกตดูนะครับ
   ตามหา Key Idea, Keywords มองหาแนวคิดหลัก คำสำคัญที่ผู้เขียนใช้บ่อยๆ ครับ พยายามทำความเข้าใจความหมายของมัน และความสัมพันธ์ระหว่าง Key Idea ต่างๆ ครับ
   อย่าอ่านทุกคำ ฝึกกวาดสายตาเป็นกลุ่มคำแทนที่จะเป็นทีละคำครับ สมองเราเร็วกว่าที่เราคิดครับ ลองฝึกจับใจความจากกลุ่มคำดูครับ
   ขีดเส้นใต้หรือไฮไลต์ให้น้อยที่สุด ผมรู้ว่าหลายคนชอบไฮไลต์ แต่ถ้าไฮไลต์เยอะเกินไปมันก็เหมือนไม่ได้ไฮไลต์อะไรเลยครับ พยายามไฮไลต์เฉพาะประโยคหรือกลุ่มคำที่เป็นใจความสำคัญจริงๆ ครับ บางทีอาจจะแค่ 1-2 ประโยคต่อหน้าก็พอแล้วครับ
   หยุดคิด ทบทวนเป็นระยะ หลังจากอ่านจบแต่ละบทหรือแต่ละส่วน ลองหยุดพักสักแป๊บแล้วทบทวนในใจว่า "เราได้อะไรจากส่วนนี้บ้าง?" ครับ นี่จะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้นครับ

เฟสที่ 3 การย่อยและเก็บรักษาข้อมูล (Post-Reading & Retention / 30 นาที)
หลังจากอ่านจบแล้ว นี่คือส่วนสำคัญที่จะทำให้เราจำเนื้อหาได้แม่นยำและเอาไปใช้งานต่อได้จริงครับ

   สรุปในภาษาตัวเอง ไม่ว่าจะพูดกับตัวเอง สรุปเป็น Mind Map เขียนโน้ตย่อ หรือเล่าให้เพื่อนฟังครับ การที่เราได้ "สร้าง" ข้อมูลขึ้นมาใหม่ในภาษาของเราเอง จะช่วยให้สมองจัดระเบียบและจดจำได้ดีกว่าการอ่านซ้ำหลายๆ รอบครับ
   เชื่อมโยงกับความรู้เดิม พยายามคิดว่าข้อมูลใหม่ที่เราได้จากหนังสือเล่มนี้ มันไปเชื่อมโยงกับความรู้หรือประสบการณ์เดิมของเรายังไงบ้างครับ ยิ่งเชื่อมโยงได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจำได้แม่นครับ
   สร้างแผนผังความคิด (Mind Map) นี่คือเทคนิคที่ผมแนะนำเป็นพิเศษเลยครับ ลองวาดแผนผังความคิดที่แสดงโครงสร้างหลัก แนวคิดสำคัญ และรายละเอียดปลีกย่อยของหนังสือเล่มนั้นดูครับ มันจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมและเข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ดีเยี่ยมเลยครับ



เคล็ดลับเพิ่มเติมเล็กน้อยครับ

   สภาพแวดล้อม เลือกที่อ่านที่เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนครับ
   การพักผ่อน พักสายตาและสมองเป็นระยะๆ ครับ การพักสั้นๆ จะช่วยให้เรากลับมาอ่านได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
   ฝึกฝน เทคนิคเหล่านี้ต้องใช้การฝึกฝนครับ ไม่ต้องคาดหวังว่าจะทำได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ ลองทำไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นพัฒนาการครับ

เพื่อนๆ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการอ่านหนังสือเล่มต่อไปดูนะครับ ผมรับรองว่ามันจะช่วยให้คุณอ่านได้เร็วขึ้น เข้าใจมากขึ้น และจำได้แม่นขึ้นแน่นอนครับ ใครลองแล้วได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ผมอยากฟังครับ!

วันนี้ไปก่อนนะครับ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่