สิ่งที่คุณต้องเลิกคาดหวัง ในช่วงอายุ 20 ปี





01/ คุณถูกกําหนดมาให้ไม่ธรรมดา
คนที่ไม่ธรรมดามีน้อยเหลือเกิน ทว่าการตระหนักถึงสิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า คุณควรละทิ้งศักยภาพของตัวเอง แต่หมายความว่าคุณกําลังทําลายความเชื่อ ผิด ๆ เกี่ยวกับตัวตนที่สมบูรณ์และชีวิตที่ดีที่สุด คนเราชื่นชมเรื่องราวความ สําเร็จแบบ “หนึ่งในพันล้าน” ราวกับมันเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ของการทํางานหนักและการบรรลุศักยภาพของตัวเอง แต่ไม่ใช่เลย คําถามที่ แท้จริงคือ งานที่คุณเต็มใจทําแม้จะไม่ได้รับเสียงปรบมือคืออะไร คุณค่าของ มันอยู่ตรงไหนถ้าไม่เป็นที่รับรู้ และคุณจะรู้สึกถึงความรักจากคนเพียงไม่กี่คน ได้อย่างไร ถ้าคุณไม่ได้เป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก ความไม่ธรรมดาที่แท้จริงคือ การค้นพบความไม่ธรรมดาในเรื่องธรรมดา
 
02/ ชีวิตของคุณเพิ่งเริ่มต้น
บางคนที่อ่านประโยคนี้อาจไม่ได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในช่วงอายุ 20 ปี คนจํานวนหนึ่งอาจอยู่ไม่ถึงวัยกลางคนหรือสิ้นปีนี้ด้วยซ้ํา คุณจะวางหัวกะโหลก จําลองเอาไว้บนโต๊ะทํางานเพื่อย้ําเตือนถึงความตายก็ได้ ไม่มีใครคิดว่าตัวเอง จะลาโลกนี้ไปตอนอายุยังน้อยหรอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดขึ้น
 
03 / ความผิดพลาดของคุณเป็นสิ่งที่อภัยได้ไม่ยาก และคุณสมบัติของคุณก็โดดเด่นกว่าใคร
หลายคนมีกรอบคิดพื้นฐานที่ว่าตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อกังขามากนักแถมยังมีจุดแข็งที่โดดเด่นกว่าใคร แต่กรอบคิดเช่นนี้ทําให้มุมมองของคุณคับแคบ ถ้าคุณไม่ยอมรับว่าการตัดสินใจผิดพลาดมีผลกระทบอย่างไร คุณก็จะหาเหตุผลให้ตัวเองทําผิดพลาดซ้ํา และถ้าคุณยังใช้ชีวิตและทําตัวราวกับว่า สามารถเอาตัวรอดได้เพราะเก่งกว่าผู้อื่น คุณก็จะไม่มีทางพยายามจริง ๆ
 
04/ คุณสามารถเป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการ
ถ้าคุณไม่ได้มีไอคิวในระดับเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างจรวด คุณก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างจรวดไม่ได้ ถ้าร่างกายของคุณไม่ได้ทํางานสอดประสาน กันแบบนักเต้นมืออาชีพ คุณก็เป็นนักเต้นมืออาชีพไม่ได้ การต้องการบางสิ่งมากพอไม่ได้ช่วยให้คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้มัน คุณไม่สามารถเป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการ ทว่าถ้าพยายามอย่างหนัก ไม่ยอมแพ้ และบังเอิญอยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะสม คุณก็อาจได้ทําในสิ่งที่ ผสมผสานกันระหว่างความสามารถและความสนใจของตัวเอง และถ้าคุณเฉลียวฉลาดจริง ๆ คุณจะรู้วิธีที่จะรู้สึกขอบคุณสิ่งนั้นไม่เว้นแม้แต่ในวันที่ยากลําบาก
 
05 / คุณสามารถรู้เท่าทันความเจ็บปวด
คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดด้วยการคิด อีกทั้งไม่อาจคาดการณ์ หลีกเลี่ยง หรือแสร้งว่าตัวเองไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด การทําเช่นนั้นเท่ากับว่า คุณกําลังใช้ชีวิตเพียงเศษเสี้ยวเดียวของชีวิตที่ถูกกําหนดมาให้ใช้ และได้สัมผัส ตัวตนเพียงเศษเสี้ยวเดียวของตัวตนที่คุณควรเป็น
 
06 / ความรักเป็นสิ่งที่ผู้อื่นต้องมอบให้คุณ
คนเราไม่อาจทําให้ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปได้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจเมื่อได้รู้ว่า มนุษยชาติหมกมุ่นกับการทําให้ผู้อื่นรักตัวเองมากแค่ไหน นี่เป็นเพราะเรา จะอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกถึงความรักก็ต่อเมื่อคิดว่าคนอื่นรักเรา ราวกับเป็นเกม จิตวิทยาที่เราเลือกพึ่งพาคนอื่นยกเว้นตัวเองเพื่อรู้สึกถึงสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวเราอยู่แล้ว (ถ้าคุณคิดว่าความรักมีอยู่ทุกแห่งยกเว้นในความคิดและจิตใจของ ตัวเอง คุณจะไม่มีวันมีความรักเลย)
 
07 / การที่คุณรู้สึกกับบางสิ่งอย่างแรงกล้าหมายความว่ามันถูก “กําหนด ไว้แล้ว”ระดับความรู้สึกอันแรงกล้าที่คุณมีต่อบางสิ่ง (หรือบางคน) ไม่ได้บ่งบอกว่า สิ่ง (หรือคน) นั้นถูก “กําหนดโดยโชคชะตา” มากแค่ไหน คนจํานวนมาก รู้สึกอย่างแรงกล้าว่าจะต้องมีชื่อเสียงในแวดวงของตัวเอง แต่กลับไม่มีทักษะหรือความทรหดที่จะไปถึงจุดนั้น คนส่วนใหญ่ที่แต่งงานแล้วรู้สึกอย่างแรงกล้า ว่าตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์ที่ใช่ แต่ก็ใช่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะไม่ลงเอยด้วยการหย่าร้างเข้าสักวัน สิ่งที่ถูกกําหนดไว้แล้วคือการเลิกรา การตกงาน ความเจ็บปวด และ ความผิดหวัง แล้วเรารู้ได้อย่างไร ก็เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจํา มันเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดซึ่งกระตุ้นให้เราเปลี่ยนทิศทางใหม่ ลืมภาพจินตนาการของชีวิตที่คุณอยากให้เป็นในตอนท้ายไปได้เลย มันจะไม่มีวันเป็นอย่างที่คุณคิด และการยึดติดกับภาพนั้นรังแต่จะทําให้คุณสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ไป จุดหมายสุดท้ายอันแน่นอนที่คุณกําลังมุ่งหน้าไปมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือจุดจบของชีวิต
 
 
08 / ถ้าคุณพัฒนาตัวเองมากพอ คุณจะไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป ถ้าคุณพัฒนาตัวเองมากพอ สิ่งที่คุณจะได้รับคือการเข้าใจว่าทําไมคนเราถึงต้องดิ้นรน
 
09/ คุณควบคุมสิ่งที่ผู้อื่นคิดเกี่ยวกับคุณได้
คุณควบคุมได้ว่าตัวเองจะปฏิบัติกับผู้อื่นแบบไหน แต่ไม่อาจควบคุมได้ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร การคิดว่าถ้าคุณประพฤติตัวแบบหนึ่งจะทําให้คนอื่น ตอบสนองแบบหนึ่งนับว่าเป็นความเชื่อผิด ๆ และรังแต่จะทําให้คุณคอย ควบคุมสิ่งต่าง ๆ ไปตลอดชีวิต แถมยังทําให้คุณอยู่ห่างไกลจากตัวตนที่อยาก เป็นและชีวิตที่อยากมีด้วย แล้วคุณจะทําแบบนั้นไปเพื่ออะไร สุดท้ายแล้ว คนเราจะตัดสิน วิจารณ์ ตําหนิ รัก ชื่นชม อิจฉา และปรารถนาโดยอิงจากการรับรู้ของตัวเองอยู่ดี
 
10 / การทํางานหนักรับประกันความสําเร็จ
ถ้าคุณกําลังคาดหวังถึงผลลัพธ์แบบใดแบบหนึ่งจากการทํางานหนัก คุณก็มีแนวโน้มสูงที่จะลงเอยด้วยการผิดหวัง ประเด็นสําคัญของการทํางานหนักคือ การเห็นคุณค่าในตัวตนของคุณที่เกิดจากการทํางานหนัก ไม่ใช่สิ่งที่มัน “มอบ” ให้ (คุณควบคุมอย่างแรกได้ แต่ควบคุมอย่างหลังไม่ได้)
 
11 / ความคิดของคุณจะเปลี่ยนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน คนส่วนใหญ่ทึกทักเอาเองว่าเมื่อชีวิตเปลี่ยน ความคิดของพวกเขาก็จะเปลี่ยน ไปด้วย เมื่อมีคนรัก พวกเขาถึงจะคิดว่าตัวเองคู่ควรกับความรัก และเมื่อมีเงิน พวกเขาถึงจะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเงิน น่าเสียดายที่ความจริงกลับตรงกันข้าม เลย เช่น เมื่อคุณเปิดรับกรอบคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับเงิน พฤติกรรมการใช้เงินของคุณก็จะเริ่มต่างไปจากเดิม จากนั้นฐานะทางการเงินของคุณก็จะเปลี่ยนไป สรุปคือ ความคิดของคุณสร้างสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งอื่น
 
12 ผู้อื่นต้องรับผิดชอบความรู้สึกของคุณ
คือบ้านของคุณเองสถานที่แห่งเดียวที่คุณมีอํานาจควบคุมคําพูดของคนอื่นเกี่ยวกับคุณโดยสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็อาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความ หลากหลาย รวมถึงผู้คนและความเห็นจํานวนมากที่มีแนวโน้มจะทําให้คุณ “ไม่พอใจ” เข้าสักวัน ถ้าคุณทึกทักเอาเองว่าคุณเป็นจุดสนใจในชีวิตของ ทุกคน และคิดว่าทุกความคิดกับความเห็นที่ขัดกับระบบความเชื่อของคุณนั้น มีจุดประสงค์เพื่อโจมตีคุณ ชีวิตของคุณคงลําบากแน่ ๆ คุณไม่อาจเปลี่ยนแปลง ความคิดและการกระทําของผู้อื่นด้วยการโกรธเคือง คุณต้องเต็มใจอธิบาย ให้ความรู้ และสื่อสารออกไป การปกป้องตัวเองไม่มีวันทําให้เกิดการเติบโต แต่จะหยุดยั้ง
 
13 / การจัดการอารมณ์เก่งหมายถึงการระงับอารมณ์ได้อย่างไร้ที่ติ การ เห็นคุณค่าในตัวเองหมายถึงการเชื่อว่าคุณ “ดี” อย่างยิ่งและโดย สมบูรณ์ ส่วนความสุขเกิดขึ้นเมื่อชีวิตไร้ปัญหา การจัดการอารมณ์เก่งหมายถึงความสามารถที่จะรู้สึก แสดงออก และตีความ ความรู้สึกของตัวเองอย่างสร้างสรรค์ การเห็นคุณค่าในตัวเองหมายถึงการ เชื่อมั่นว่าคุณมีคุณค่ามากพอที่จะรักและถูกรัก แม้คุณจะไม่ได้ “ดี” อย่างยิ่ง และโดยสมบูรณ์ตลอดเวลา ส่วนความสุขเกิดจากวิธีที่คุณรับมือกับปัญหาและมองว่ามันคือโอกาส
 
14 คนที่ใช่จะปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม
คุณจะไม่พร้อมตอนที่คนรักของคุณปรากฏตัว และคุณอาจยังไม่พร้อมตอน เห็นประกาศรับสมัครงานที่ตัวเองใฝ่ฝัน ตอนซื้อบ้าน ตอนมีลูก ตอนลาออก จากงานเพื่อเขียนหนังสือที่คุณอยากเขียนมาตลอด ตอนเจ็บไข้ได้ป่วย ตอน ญาติเสีย หรือตอนที่คุณจากโลกนี้ไป ถ้าคุณรอให้ตัวเองรู้สึกถึง “ความพร้อม คุณก็จะต้องรอไปตลอดกาล และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ คุณจะพลาดสิ่งที่ดีที่สุดตรงหน้าไป
 
15 / คุณสามารถมีความสุขทีหลังหรือสะสมความสุขเหมือนเงินเก็บในธนาคาร
คนเรามักเลื่อนเวลาที่จะมีความสุขออกไปเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย พวกเขา เชื่อว่าต้องแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ก้าวข้ามอุปสรรคใหม่ ๆ และเดินบนเส้นทาง ใหม่ ๆ ก่อนถึงจะสามารถดื่มต่ํากับความสุขได้ ทว่าคุณไม่สามารถสะสม ความสุขไว้ได้ ถ้าไม่ดื่มกับความสุขในช่วงที่มันเกิดขึ้น คุณก็จะพลาดมันไป ง่าย ๆ เท่านี้เอง ความสุขเป็นสิ่งชั่วคราวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตัวแปรเพียงข้อเดียวคือคุณดื่มกับมันตั้งแต่แรกหรือเปล่า
 
16 / ความกังวลและความคิดเชิงลบเป็นสิ่งรบกวนที่น่ารําคาญ คุณต้องเรียนรู้วิธีต่อต้านมัน
ความกังวลเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักที่ทําให้คุณ (และเผ่าพันธุ์มนุษย์) มีชีวิตอยู่ ถ้าคุณกังวลอย่างหนักจนแทบขยับตัวทําอะไรไม่ได้ หมายความว่า คุณไม่เคยรับฟังเสียงของมัน ไม่ก็มีปัญหาใหญ่ในชีวิตที่คุณไม่ยอมพูดถึงหรือ ลงมือแก้ไข ความคิดเชิงลบมีพลังที่แสดงให้คุณเห็นว่าสิ่งสําคัญคืออะไร และคุณต้องตอบสนองต่อชีวิตของตัวเองอย่างไร
 
17/ การจดจ่อกับความต้องการของตัวเองเพียงอย่างเดียวจะทําให้คุณมีความสุขที่สุด ไม่ว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจะบอกให้คุณเชื่ออย่างไร แต่การเติมเต็มความ ต้องการของตัวเองเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่นําไปสู่ความสุข จริงอยู่ที่มันคือรากฐาน และเป็นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งยวด แต่มันไม่ช่วยให้มนุษย์เติบโต การมุ่งมั่น เสียสละ และพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อคนที่คุณรักและสิ่งที่คุณเชื่อต่างหาก ที่ทําให้ชีวิตมีคุณค่า การเติมเต็มความต้องการของตัวเองเป็นเพียงขั้นตอนแรก ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่