โลกียะธรรม ภาคปฐมบท (จบ 5 ตอน)

ทั้ง5 ตอน มี กาย จิต ชีวิต กรรม เจตจำนงและความเสมอภาค
( ระยะที่ 6 )
BY anantakaruna
#ปฐมบท"ตอน1 กาย"
   มาถึงระยะที่6หลังจาก1-5ของปฐมมูล เป็นระยะของจักรวาลและโลก รอบนี้"กาย"คงยังไม่มีอะไรที่จะใกล้ตัวเราเท่าเราอีก สงสัยว่าทำไมกายนี้จึงอยู่ในสายพันธ์ุที่อยุ่บนสุดห่วงโซ่อาหารและมีปัญญาทั่สุด เอาเรื่องเก่ามาอีกรอบ มนุษย์ครองโลกด้วยการวืวัตแบบไหน้เป็นหลัก  สมอง วิวัตด้วยหลักการเชื่อมโยงกับระบบประสาท ด้วยความที่เรามีรายละเอียดของความรู้สึกมากกว่าสัตว์อื่นจึงต้อง มีสมองสำหรับรับรุ้และประมวลผลมากกว่า ต้องใช้ออกซิเจนสำหรับสมองมากกว่า ด้วยผลพลอยได้นี้เอง เราเลยฉลาดเเล้วอื่นก็ตามมา ระบบประสาทมีสิ่งนึงสำหรับวิวัตโดยตรง นั่นคือระบบตอบสนองสัมผัสมีไว้ไม่ให้เราอยู่เฉยไม่ทำอะไรกระตุ้นการสั่งการด้วยเคมี หากไม่ตอบสนองจะหงุดหงิด กระสับกระส่าย ขาดสมาธิไปเลย ทั้งหลายคือที่มา ของคำว่า ทุกข์และสุข ในนิยามแ่หงโลกียธรรมนั้น สุขคือ การได้ตอบสนองความต้องการและไม่ต้องการใดๆ  ซึ่งทุกข์คือการที่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการเเละไม่ต้องการใดๆ จึงทำให้เราไม่อยากทุกข์  จากสาเหตุที่กล่าวมา และการตอบสนองความรุ้สึกนั้นก็คือความจำเป็นของร่างกายเพื่อเติมในสิ่งขสดหรือต้องแก้ในจุดที่ผิดปกติ  ในทุกการตอบสนองสัมผ้ส หากมากเกินไปเเทบทุกเรื่องเป็นโทษและอีกชื่อนึงที่เรียก การตอบสนองที่มากเกินไป ชื่อว่า"กิเลส" และด้วยที่ไม่ต้องการทุก กลับเสพติดความสุข คือความรุ้สึกดีสบาย มีความสุขจากการตอบสนองความต้องการจนเกินเหตุหรือการตอบสนองกิเลสมากเกินไป มีชื่อเรียกว่า "อาสวะ"
         อาสวะ คือการที่เสพติดความสุขที่เกิดจากกิเลสมากเกินไป ต่างกับกิเลส ที่กิเลสอยุ่ในระบบประสาทสั่งการสมอง.แต่อาสวะคือการยึดติดอารมในจิต จึงทำให้หลงไหลการสร้างกิเลสโดยรุ้หรือไม่รุ้ตัวคือเบื้องต้นสำหรับกายของโฮโม เซเปี้ยน เซเปี้ยน เพื่อที่ให้เข้าใจหลัก กิเลสเเละอาสวะ  ซึ่งในทุกวันนี้หากต้องการละกิเลสแล้วควรจะล้างอาสวะให้ได้เสียก่อน ละกิเลสแต่ยังล้างอาสวะไม่ได้ อย่างไรก็หนีไม่พ้นเช่นเดิม..
#ปฐมบท ตอน2จิต
       เรื่องราวของ การวิวัตจนเกิดจิต ความสำคัญในการต่อเนื่องในระบบวิวัตของชีวิตในโลกียะ
      เมื่อหลังปฐมมูล โลกได้กำเนิดขึ้นในสภาวะของความพร้อมสำหรับชีวิต หรือการใช้ชีวิตของอะตอมในของเหลวที่สภาวะเหมาะสม หรือในน้ำที่เรารุ้จักดี แรกเริ่มในการกำเนิดสิ่งมีชีวิตเซล์เดียว มีเพียงพลังงานและรูปแบบ โดยที่รูปแบบหรือ IDEAL จัดเป็นตัวกำหนดพลังงานที่ใช้และเชื่อมโยง ลัษณะจึงทำงานคล้ายอะตอม คือโปรตรอน นิวตรอนและอิเลคตรอน เมื่อพลังงานมา สถิตในโปรตรอน จึงเกิดรูปแบบขึ้น นิวตรอนเพื่อควบรวมและอิเลคตรอนเพื่อเชื่อมต่อ และการวิวัตก็ได้ทำให้เกิดเป็นโมเลกุลหรือหลายเซลขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดในระบบหลายเซล คทอศูนย์รวมการสั่งงาน เพื่อให้ทุกเซลทำงานสอดคล้องประสานกัน จากIDEALในเซลจึงได้สร้างระบบควบคุมส่วนกลางขึ้นโดยรับผลจาก IDAEL มาประมวลและสั่งการ คือต้นกำเนิดระบบประสาทและสมอง ผ่านพ้นไปหลายพันล้านปีต่อมา สมองถูกพัฒนาให้สามารถนำมาใช้เพิ่มได้จากความคิดความจำ แต่จำเป็นต้องมีพลังงานหลัก ไว้สำหรับคัดลอก ข้อมูลที่เรียลเรียงไว้แบบดีที่สุดและองค์ประกอบหลักในพลังงานของตัวตน" จิต จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา มีหน้าที่ กำหนดตัวตนจากความต้องการของลักษณะนิสัยความเป็นอยุ่ เจตจำนงหลักของการทำงาน และปัญญาหรือพลังงานที่สำหรับเชื่อมต่อสิ่งอื่น เมื่อสมองประมวลผลจากความจำความรุ้แล้ว รูปแบบที่กิดขึ้นคือปัญญา คือพลังงานหลักในการเชื่อมต่อ ระบบสั่งการร่างกาย "จิต"คือพลังงานที่อยู่ในของเหลวที่ไขสันหลัง มีหน้าที่เช่รอมโยงสมองเพื่อสั่งการระบบประสาท สมองเป็นเหมือนเเล้บเพื่อทำงาน อย่างที่แจ้งในบทของจิตสั่งกาย สมองจำเป็นต้องเคลียพื้นที่ฝั่งประมวลผลเพื่อ ไว้ใช้งานครั้งต่อไป หากไม่เคลียเหมือนเราคืดหลายๆอย่างในครั้งเดียวเเทบจะไม่สามารถหาคำตอบได้เลยหากไม่เป็นตรรกกะที่ง่ายและไม่มาก เมื่อกายหยาบหมดวาระไป จิตจะมีปัญญาเดิมคัดลอกไว้จากอดีตซึ่งในนั้นมจะมีบางส่วนของความจำในอดีตติดมาด้วย เพราะคือส่วนนึงของรูปแบบปัญญา (คือสาเหตุการระลึกได้ในบางครั้งที่เปิดเจอ จะอธิบายในอุดทมบท) และในปัญญานั้น จะมีส่วนของการสัางการระบบประสาท ตามสายพันธ์ที่สืบต่อมา จึงทำให้วายพันธ์ที่มีระบบประสาทต่ำกว่ามากำเนิดในสายพันที่ระบบประสาทเหนือกว่าได้ (ระบบประสาทตามที่กล่าวไว้ที่"กาย") ตามที่ประสบปัญหาในระบบโคลนนิ่งที่ล้มหายไปจากการใช้ชีวิตได้ระยะสั้นๆด้วยที่ระบบประสาทไม่สามารถทำงานได้ครบ และจะมีรายละเอียดในระบบวิวัตของจิตกับกาย ใน ระบบALTERNATE ของอุดมบท ซึ่งจะชี้แจงให้เห็นในเรื่อง ดาว์นซินโดรมที่เกิดขึ้นจากการตัดโครโมโซมออก เพื่อให้จิตที่ไม่มีแรงพอเข้าได้หรืออัตตราการกำเนิดที่ลดลงจากภาวะ จิตไม่สมบูรณ์พอให้เกิดได้ ในระยะครรถ์ 4-6สัปดาห์ของมนุษย์ คือเวลาที่เหมาะสมของการเชื่อมพลังงานของจิตกับกายหยาบในวาระใหม่ ตามที่ได้กล่าวไว้ เราจะขยายความกันอีกทีจากระบบ ALTERNATE ของอุดมบท ในการวิวัตของ กายและจิต...
#ปฐมบท ตอน3 ชีวิต ( 1 บทของจิตสั่งกาย )
         จิตสั่งกาย 1 บท คือการกระทำเรื่องๆนึง ที่ได้รับการสั่งการจากจิต ตามรายการดังนี้
1).ร่างกายรับสัมผัสจากภายนอกและภายใน.         2)ระบบประสาทแจ้งไปที่สมองเพื่อรับรู้และประมวลผลที่เกิดส่งไปที่จิต
3)จิตรับการแระมวลผลและการร้องขอการตอบสนองของกายจากสมอง ส่งสติมาคัดกรอง
4)สติ ซึ่งประกอบด้วย ข้อกำหนด ,เจตจำนงหรืออุดมการณ์ และปัญญา ไปทำการคัดกรองการตอบสนองร่างกายในสมอง
5)เมื่อได้ผลตาม ปัญญา ข้อกำหนด และเจตจำนงคัดกรองแล้ว จิตจึงสั่งการให้สมองตอบสนองตาม ผลที่เกิดนั้น โดยที่สมองจะจำแนกเรื่องต่างๆตามที่กำหนดจากจิตได้ส่งไประบบควบคุมและระบบปงระสาทต่อไปเพื่อดำนการตามที่ จิตประสงค์ทั้งหมด นั่นคือตรรกะทางเลือกของคนๆนึงในการเลือกที่จะดำเนินการต่างๆด้วยระบบที่เกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า "ชีวิต"
#ปฐมบท ตอน4 กรรม
กฎของแรง (กรรม) นั้นคือ ผลของการกระทำใดๆที่ได้กระทำ จึงส่งผลให้เกิด กรรม ด้วยเหตุนี้ในปฐมบทนี้ จึงได้ลงรายละเอียดไว้
1)#แรงสะท้อน = แรงกระทบ×พื้นผิวตกกระทบ
    #แรงที่เกิดแก่ผู้กระทำ = ค่าจากผู้ถูกกระทำ        - ( f บุญ + f บารมี )*โดยจะมีค่าไม่ต่ำกว่า 0
2)ผู้ถูกกระทำจะเป็นผู้ให้ค่าเสมอ และเมื่อผู้ถูกกระทำได้ สะท้อนแรงตามความรู้สึก กลับไปที่กระทำ กรรมก็จะเปลี่ยนฝั่งผู้ให้ค่าอีก ผู้กระทำกลายเปนผู้ถูกกระทำ จึงได้เป็นผู้ให้ค่าต่ออีก หากผู้ให้ค่ายังตีความรุ้สึกไม่เท่ากับ 0 กรรมนั้นก็จะถูก ดำเนินกลับไปกลับมาไม่สิ้นสุด ซึ่งเราเรียกว่า "เวร"ซึ่งสามารถหยุดหรือระงับได้ด้วยการ ไม่จองเวรซึ่งกันเเละกันเพียงเท่านั้นเอง
3)ผู้ถูกกระทำ หากได้รับการชดเชยจากแรงกระทำที่เกิดขึ้น ค่าของแรงสะท้อนแก่ผู้กระทำก็สามารถลดทอนลงได้ แต่ในสุดท้ายต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 1 หน่วยคือรับรุ้และจะถูกแรงกรรมติดตามไปในจิต ส่งผลให้ละกายหยาบไปแล้วก็ยังคงต้งชดใช้เช่นเดิม เมื่อกรรมหมดแล้วจึงพร้อมที่จะสามารถเริ่มต้นในกายหยาบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์โดยที่ไม่มีกรรมเก่าติดตัวมาอีก
4)ผู้ที่ได้รับผลของแรงไม่สามารถล้างค่าของแรงได้  เพียงเวลาในระยะทางหรืออุปสรรคของแรงที่เกิดขึ้น (บุญ) และเเรงต้านทาน(บารมี) เท่านั้นที่เป็นตัวแปรสุดท้ายและสุดท้ายต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 1 หน่วย  (โดยไม่รวมค่าชดเชยแรงกระทำแรก)
5)หากแรงนั้นไปตกแก่ผู้ที่มิได้สร้างกรรม เมื่อผ่านพ้นไปได้ธรรมชาติจะชดใช้คืนให้เสมอเรียกว่า "เคราะห์"
#ปฐมบท ตอน5 เจตจำนงและความเสมอภาค
      ด้วยในการดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้น ยังคงมีปัจจัยหลักอีกส่วนนึง เพราะมนุษย์ธรรมชาติให้อยุ่ร่วมกัน ช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ คนเราจึงมีกฏต่างๆที่กำหนดขึ้นรวมถึงศาสนา ทั้งหมดล้วนคือ เจตจำนง ในการใช้ชีวิตทั้งสิ้น คำว่า เจตจำนงเสรี จึงได้กำเนิดขึ้นตามความคิดและเข้าใจของผู้รู้ในอดีต ซึ่งโดยรวมนั้นเพียงเพื่อรักษาวิถีและแนวทางไว้มิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบ ตามข้อกำหนดอันเหมาะไม่ทำร้ายซึ่งดันและกันเองเพื่อให้อยุ่รวมกันได้ ดังนั้นจากวัตถุประสงค์หลักจึงกล่าวได้ว่า การที่มี อุดมการณ์แน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ยอมแพ้ หรือไม่พ่ายแพ้ให้กับอาสวะและกิเลสใดๆถือเป็นเหตุปัจจัยความต้องการในนาคต จึงจะเรียกได้ว่า "เจตจำนงเสรี (Free will)" อย่างสมบูรณ์โดยแท้จริง
         และในการอยู่รวมกันของมนุษย์นั้น ยังมีอีกสิ่งเพื่อลดอุปสรรคความขัดแย้งของระบบการอยู่ร่วมกัน คือ ความเสมอภาค หรือ ความเท่าเทียม ตามที่มนุษย์ได้เเสวงหาและพยายามมาโดยตลอด แต่ด้วยความสับสน ในการดำรงชีวิตจาก ระบบทุนนิยมด้วยการปกครองด้วยเสียงข้างมาก นั้นทำให้อัตตาหรือจำนวนกลับเปนสิ่งสำคัญในชีวิตไปทำให้ลืมบางอย่างจนเกิดคำว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย ในความคิดของคนในระบบปัจจุบันนี้ แต่ด้วยหลักการของความพอ ยังคงมีบทบาทบางส่วนในการดำเนินชีวิต จึงขอให้ความหมายเเท้จริงของคำว่า "พอ" เพิ่มเข้าไป เพื่อให้คำว่า พอ ไม่ใช่เพียงเพื่อระงับกิเลส เพียงเท่านั้น เพราะที่สุดของคำว่าพอ ในทุกคน จะสามารถ เท่ากันได้ทั้งหมด จากการที่ไม่ต้องการใดๆเพิ่มเพื่อดำรงค์และความสุขของชีวิตบางส่วน ความ "ไม่อยาก"ที่เกิดในทุกคน ทำให้ คนเราเสมอภาค โดยดุษฎี และความเข้าใจในหน้าของแต่ละบุคคลซึ่งจำเปนต้องแตกต่างคามความสามารถและปัจจัยประกอบอื่น เมื่อเข้าใจคำว่าพอแล้ว ขอให้เข้าใจเรื่องหน้าที่ เมื่อถอดคำว่าหน้าที่ออก เราเหมือนกันหมด พ่อของลูก พี่ของน้อง ลูกของแม่ เช่นกันทุกคน และเมื่อเข้าใจโดยรวมแล้ว ก็จะเข้าใจถึงคำว่า "เท่ากันที่อัตตาด้วยอนัตตา" ...(anantakaruna.)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่