บนเส้นทางหนังสือพิมพ์ จากฉบับละ 1 บาท จนถึงฉบับละ 15 บาท



หนังสือพิมพ์ไทยรัฐใน ค.ศ. 1964  ราคาฉบับละ 1 บาท



หนังสือพิมพ์ไทยรัฐใน ค.ศ. 2026  ราคาฉบับละ 15 บาท



หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ใน ค.ศ. 1964  ราคาฉบับละ 1 บาท
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ใน ค.ศ. 2026  ราคาฉบับละ 15 บาท

---------------------------

หนังสือพิมพ์ นับเป็นวิธีการสื่อสารมวลชนที่ได้ผลและได้รับความนิยมยิ่ง นับตั้งแต่มีการคิดค้นวิธีการพิมพ์สมัยใหม่ขึ้นมา แต่โบราณการสื่อสารมวลชนนั้นทำด้วยการประกาศ การใช้เสียง การเขียนหรือวาดเอกสารที่จะเผยแพร่ หรือพิมพ์บนกระดาษด้วยเทคโนโลยีโบราณ เมื่อมีการคิดค้นวิธีการพิมพ์สมัยใหม่ขึ้นมา สามารถพิมพ์ได้จำนวนมาก ด้วยราคาที่ถูก กิจการหนังสือพิมพ์ก็เกิดขึ้น

หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการคือ Relation aller Fürnemmen und gedenckwürdigen Historien (หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Relation) ตีพิมพ์ในเมืองสตราสบูร์ก ประเทศเยอรมนี ปี ค.ศ. 1605 โดยโยฮันน์ คาโรลุส (Johann Carolus) ถือเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับแรกของโลก

ส่วนหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทยคือ บางกอกรีคอร์เดอร์ (The Bangkok Recorder) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 โดยหมอบรัดเลย์ (Dan Beach Bradley) มิชชันนารีชาวอเมริกัน

นับจากสยามมีหนังสือพิมพ์ฉบับแรก พัฒนาการหนังสือพิมพ์ก็เจริญขึ้นเรื่อยมา พร้อมกับสร้างอิทธิพลในฐานะสื่อสารมวลชนเรื่อยมาเช่นกัน แม้กระทั่งเมื่อเกิดกิจการวิทยุ และตามมาด้วยโทรทัศน์ สื่อสารมวลชนสมัยใหม่ก็ไม่อาจจะสู้หนังสือพิมพ์ได้ เนื่องจากหนังสือพิมพ์จัดเป็นสื่อสารมวลชนราคาถูก เข้าถึงง่ายกว่า วิทยุ และ โทรทัศน์ อีกทั้งยังสามารถถือหรือพกพาไปไหนมาไหนได้ อีกทั้งฉบับเดียวก็แบ่งกันอ่านได้หลายคน อ่านซ้ำได้ไม่จำกัด สุดท้ายเมื่อหมดวัน หนังสือพิมพ์ในวันนั้นก็กลายเป็นของล้าสมัย แต่ก็ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ ด้วยการพับเป็นถุง ใส่อาหารของข้าวของต่างๆ อีกทั้งยังสามารถนำไปห่ออะไรต่ออะไรได้อีกมากมาย
ห่อข้าวผัดด้วยพลาสติกหุ้มอีกชั้นด้วยหนังสือพิมพ์ สมัยก่อนนั้นข้างในจะเป็นใบตองแทนพลาสติก และภาพการห่ออาหารด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เคยเป็นภาพปกติที่ไม่ได้แปลกอะไรในสังคมไทย

ผู้เขียนได้อ่านหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ราคา 1 บาท ซึ่งในยุคสมัยนั้น (ตามรูปหนังสือพิมพ์เก่าที่โพสไว้ด้านบน) เงิน 1 บาทสามารถกินก๋วยเตี๋ยวได้ 1 ชาม และในปี 2507 หรือ ค.ศ. 1964 ค่าแรงขั้นต่ำของไทยอัตรา 8 - 10 บาทต่อวัน สำหรับกรรมกร (ซึ่งไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ เป็นอัตราที่ตกลงกันเองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรืออีกนัยหนึ่ง นายจ้างนั่นแหละที่กำหนด) ทองคำราคาบาทละ 400 กว่าบาท จะเห็นได้ว่าราคาหนังสือพิมพ์ในสมัยก่อนก็ไม่ได้นับว่าถูก

ประกาศรับสมัครงานในพุทธศักราช 2507 ค่าแรงวันละ 15 บาท สูงกว่าอัตราทั่วไป เพราะต้องไปทำงานในที่ทุรกันดาร

หนังสือพิมพ์ไทยขยับราคาขึ้นเป็นระยะ แต่ราคาที่ขึ้นนั้นไม่ก้าวหน้าเหมือนค่าแรงหรืออัตราเงินเดือน เพราะหนังสืมพิมพ์แทบทุกฉบับ พยายามตรึงราคาไว้ให้เท่าๆกัน และไม่แพงจนผู้บริโภครับไม่ไหว อีกทั้งเทคโนโลยีการพิมพ์ก้าวไกล ลดโสหุ้ยและต้นทุนลงได้ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญ หนังสือพิมพ์มีรายได้จากการโฆษณา ซึ่งในช่วงรุ่งโรจน์ของวงการหนังสือพิมพ์ไทยนั้น หนังสือพิมพ์ระดับแนวหน้า มีอัตราค่าโฆษณาแพงพอๆกับค่าโฆษณาในโทรทัศน์เลยทีเดียว

และไม่มีใครเคยคาดฝันว่า วันหนึ่งหนังสือพิมพ์กระดาษจะถึงกาลอวสาน ต่างก็ปิดตัวลงทีละฉบับสองฉบับ เหลือเพียงยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่ง ที่ยังพยายามต่อสู้ต่อลมหายใจให้วงการหนังสือพิมพ์กระดาษ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะร่วงโรยและโรยลาหรือต้องลาจากกันไปตลอดกาลในวันใด

วันนี้หนังสือพิมพ์ไทยขึ้นราคาเป็น 15 บาท ซึ่งราคานี้ไม่อาจจกินก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามได้เหมือนสมัยก่อน อาจจะยังมีก๋วยเตี๋ยวบางเจ้าที่ยังขายได้ในราคานี้ แต่ปริมาณนั้นน้อยนิดจนกินไม่อิ่ม ต่างกับก๋วยเตี๋ยวราคา 1 บาทในอดีต วงการหนังสือพิมพ์ไทยพยายามอย่างที่สุดแล้ว ถ้าท่านมีโอกาสและมีเงิน 15 บาทเหลือใช้ จะซื้อหรืออุดหนุนหนังสือพิมพ์สักฉบับ ช่วยกันต่อลมหายใจให้อดีต ก่อนที่มันจะจากเราไปตลอดกาล

--------------

ถ้าท่านสนใจเรื่องราวในอดีต เชิญแวะอ่าน

ใครเกิดทัน ไดอารี่ ๒๕๐๐ ถอดแคปซูลเวลา บันทึกประวัติศาสตร์

BR bangkok readers บางกอกรีดเดอร์ส นิตยสารนำสมัยในยุค 70's
ตอนที่ ๑. https://pantip.com/topic/43752877/
ตอนที่ ๒. https://pantip.com/topic/43753306/
ตอนที่ ๓. https://pantip.com/topic/43754953/
ตอนที่ ๔. https://pantip.com/topic/43757156/
ตอนที่ ๕. https://pantip.com/topic/43763198/
ตอนที่ ๖. https://pantip.com/topic/43769625/
ตอนที่ ๗. https://pantip.com/topic/43946861
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่