BR bangkok readers บางกอกรีดเดอร์ส นิตยสารนำสมัยในยุค 70's ..... ตอนที่ ๗ the end

BR bangkok readers บางกอกรีดเดอร์ส นิตยสารนำสมัยในยุค 70's
ตอนที่ ๑ https://pantip.com/topic/43752877/
ตอนที่ ๒ https://pantip.com/topic/43753306/
ตอนที่ ๓. https://pantip.com/topic/43754953/
ตอนที่ ๔. https://pantip.com/topic/43757156/
ตอนที่ ๕. https://pantip.com/topic/43763198/
ตอนที่ ๖. https://pantip.com/topic/43769625/

     BR บางกอกรีดเดอร์ส มีเป้าหมายส่วนหนึ่งสำหรับชายหนุ่มทันสมัยในยุค 70's ดังนั้นจึงมีคอลัมน์ภาพชนิดเร้าอารมณ์ แต่ก็อยู่ในขอบเขตของเรท R อ่อนๆ ถึงอ่อนมาก เพราะในยุคนั้นภาพวาบหวิวภาพเปลือย ถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย หนังสืออาจจะถูกสันติบาลสั่งปิด บรรณาธิการอาจจะต้องเข้าซังเต ในยุคเดียวกันนั้นหนังสือประเภท Playboy Penthouse กำลังโด่งดัง ใครมีไว้ในครอบครองถือว่าหรู สำหรับประชาชนทั่วไปหาดูได้ยาก หนังสือในเรท X เฟื่องฟูในรูปเล่มขนาดเล็กปกสีขาว อันเป็นที่มาของชื่อเรียกว่าหนังสือปกขาว ซึงจะต้องไปหาซื้อกันแถวตลาดนัดหนังสือท้องสนามหลวง ใกล้รูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม


    





    แต่ภาพวาบหวิวที่ BR นำมาตีพิมพ์นั้น ได้รับความนิยมมาก จนสุดท้ายทางสำนักพิมพ์ได้เปิดหนังสือใหม่ในชื่อ Man ซึ่งออกแนวผู้ใหญ่อย่างเต็มที่ ไม่ได้เน้นแนวครอบครัวอย่างที่ BR ตั้งต้นมา


***********************************************************************

คอลัมน์ ข่าวกีฬา ควบคุมโดย สุคต ชูพินิจ

   สุคต ชูพินิจ บุตรชายของ ครูมาลัย ชูพินิจ นักเขียนระดับบรมครูของเมืองไทย เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง "ล่องไพร" ในนามปากกา น้อย อินทนนท์ "ชั่วฟ้าดินสลาย" ในนามปากกา เรียมเอง และเรื่องอื่นๆอีกหลายร้อยเรื่อง
สำหรับท่านนี้อยู่ในแวดวงข่าวกีฬาของไทย เคยร่วมงานกับ ระวิ โหลทอง นักข่าวกีฬาดังอีกท่านหนึ่ง ออกหนังสือกีฬามาหลายฉบับทีเดียว
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
     ในช่วงพุทธศักราช ๒๕๑๖ กีฬาต่างประเทศเป็นที่นิยมมาก ควันหลงจากการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ถึงสองครั้ง คือครั้งที่ ๕ ในพุทธศักราช ๒๕๐๙ (ค.ศ. 1966) และครั้งที่ ๖ พุทธศักราช ๒๕๑๓ (ค.ศ. 1970) ทำให้คนไทยตื่นตัวกับกีฬาต่างประเทศ ติดตามข่าวสารของวงการกีฬาและนักกีฬาต่างประเทศ และยังเป็นยุคที่เริ่มมีการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม โดยการถ่ายทอดครั้งประวัติศาสตร์คือการลงจอดบนดวงจันทร์ของยานอพอลโล่ 11 ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๒ และหลังจากนั้นก็มีการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ และเป็นที่นิยมมากคือมวย ยุคนั้นมวยรุ่นเฮฟวี่เวทกำลังเป็นที่นิยม เป็นยุคของ มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) , โจ เฟรเซียร์ (Joe Frazier) , จอร์จ โฟร์แมน (George Foreman) มีการถ่ายทอดสดการชกมวยคู่สำคัญๆเช่น การชกระหว่าง โจ เฟรเซียร์ joe frazier กับ มูฮัมหมัด อาลี muhammad ali   มวยคู่นี้ถือว่าเป็นคู่หยุดโลก คนไทยเฝ้ารอดูการชกแม้จะเป็นวันทำงานไม่ใช่วันหยุด
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
      มีข่าวการชกระหว่าง โจ เฟรเซียร์ (Joe Frazier) และ จอร์จ โฟร์แมน (George Foreman) ซึ่งจะพบกันที่ประเทศจาไมก้า ในวันที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ ในข่าวบอกค่าตั๋วชมมวยไว้ด้วยโดยบอกเป็นเงินไทย นั่นคือบัตรริงไซด์ราคา ๒๐๐๐ บาท (*๒๒.๕ = ๔๕,๐๐๐ บาท) บัตรราคาถูกที่สุดคือ ๑๐๐ บาท (*๒๒.๕ = ๒,๒๕๐ บาท) และแชมป์โลกในขณะนั้น โจ เฟรเซียร์ จะได้ค่าเหนื่อย ๑๗ ล้านบาท (*๒๒.๕ = ๓๘๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) และผู้ท้าชิง จอร์จ โฟร์แมน จะได้ค่าเหนื่อย ๗ ล้านบาท (*๒๒.๕ = ๑๕๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท) ซึ่งในพุทธศักราช ๒๕๑๖ นั้น สลากกินแบ่งรัฐบาลไทย รางวัลที่ ๑ มีมูลค่าเท่ากับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (*๒๒.๕ =  ๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท) เท่านั้น และหากเราจะซื้อบ้านจัดสรรแถบชานเมืองกรุงเทพ ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณหลังละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (*๒๒.๕ =  ๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท) ถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท (*๒๒.๕ =  ๓,๓๗๕,๐๐๐ บาท)
    แคสเซียส เคลย์ หรือ มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) เป็นนักมวยแม่เหล็กที่ชาวอเมริกันและชาวโลกติดตามกันมาก ถือเป็นนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทแห่งศตวรรษที่ 20 เขาเคยถูกเกณฑ์ทหารไปรบที่เวียดนาม แต่ปฏิเสธการเป็นทหาร เป็นเรื่องราวใหญ่โต และถูกแบนหรือห้ามชกมวยเป็นเวลาหลายปี เมื่อได้กลับมาชกก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการมวยโลก ทำให้กีฬามวยอาชีพรุ่งเรืองถึงขีดสุด จนได้รับฉายาว่า Black Superman (ซุปเปอร์แมนดำ) และมีเพลงที่แต่งขึ้นให้อาลีในชื่อเพลง Black Superman ซึ่งเพลงนี้โด่งดังไปทั่วโลก และในเมืองไทยด้วย สถานีวิทยุในยุคนั้นต้องเปิดเพลงนี้กันทั้งวัน
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
     คนไทยนั้นคุ้นเคยกับ "มวยตู้" ซึ่งเริ่มมาในยุคโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม จะถ่ายทอดสดมวยมาจากเวทีราชดำเนิน สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สนามเป้า จะถ่ายทอดสดมวยมาจากเวทีลุมพินี ทั้งสองสถานีใช้เทคโนโลยีทันสมัยของเวลานั้นคือ ไมโครเวฟ โดยยิงสัญญานจากสนามมวยไปยังสถานี และออกอากาศให้ชาวไทยได้ชมกัน "มวยตู้" นี้ผู้คนส่วนหนึ่งนิยมไปชมกันที่ร้านกาแฟ ซึ่งร้านใดมีโทรทัศน์เปิดให้ชมมวย ร้านจะแน่นขนัด ผู้คนที่อยู่ไกลสนามมวย หรือไม่ประสงค์จะเสียสตางค์ค่าบัตรเข้าชม ก็จะไปชุมนุมกันที่ร้านกาแฟ และของแถมที่มีมากับมวยคือ การพนันมวย ซึ่งแต่แรกเริ่มก็เป็นการพนันกันเอง ระหว่างเซียนมวยตู้ ต่อมาพัฒนาไปโดยมีเจ้ามือมารับพนัน โดยมีอัตราต่อรอง การพนันนั้นคู่กับคนไทยมานานแสนนาน ก่อนเทคโนโลยีจะพาเอาการพนันออนไลน์มาให้เรา โทรทัศน์เคยนำมวยตู้มาเสริฟให้ทุกตรอกซอกซอย  ร้อนถึงทางการต้องออกปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีภาระในการออกตรวจในวันที่มีการถ่ายทอดมวย และจับกุมนักพนันมวยตู้ไปโรงพักได้อย่างสม่ำเสมอทีเดียว

    ต้องบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ด้วยว่า ผู้ที่ให้กำเนิด "มวยตู้" ขึ้นมาคือ พล.ต.ถาวร ช่วยประสิทธิ์ ในอดีตขณะท่านยังมียศเป็นนายพันและดูแลสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗ (ขาวดำ) สนามเป้า ยุคนั้นโทรทัศน์มีราคาแพง ไม่ได้มีตามบ้านเรือนแพร่หลาย ท่านแนะนำเจ้าของร้านกาแฟที่มีโทรทัศน์ว่า ให้ยกโทรทัศน์มาตั้งไว้ในร้าน ซึ่งจะคนมานั่งดูโทรทัศน์กันและอุดหนุนกาแฟและอาหารหรือเหล้าในร้านด้วย ปรากฏว่าผู้คนจะมากันแน่นในวันที่มีมวย และต่อมาร้านกาแฟต่างๆก็เอาอย่างกันจนแพร่หลาย

    ในคอลัมน์มีบทความประวัติศาสตร์ การสร้างทีมชาติถาวรของวงการฟุตบอลล์ไทย ในสมัยของ พลตำรวจโท ต่อศักดิ์ ยมนาค เป็นนายกสมาคม และมีข่าวของราชาฟุตบอลล์ตลอดกาล เปเล่ ซึ่งยังคงเล่นฟุตบอลล์อยู่ในเวลานั้น มีสถิติการแข่งขันฟุตบอลล์ประเพณี จุฬา - ธรรมศาสตร์ จากครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๓๑ และเตรียมการแข่งครั้งที่ ๓๒ อยู่ ฟุตบอลล์ประเพณีนี้ ยังเป็นยุคคลาสสิคที่นิสิตนักศึกษายังคงอยู่ในโลกสีชมพู ยังมิได้ก้าวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากนัก ซึ่งในปลายพุทธศักราช ๒๕๑๖ หลังจากนิตยสารตัวอย่างที่นำมาให้ชมนี้วางตลาด โลกของนิสิตนักศึกษาไทยก็เปลี่ยนไปตลอดกาล จากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖

****************************************

   นิตยสาร BR บางกอกรีดเดอร์ส ถือเป็นนิตยสารในยุคบุกเบิกของวงการในช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัย เป็นตำนานหน้าหนึ่งของวงการนิตยสารไทย เริ่มตีพิมพ์ในพุทธศักราช ๒๕๑๔ และสิ้นสุดในราวๆพุทธศักราช ๒๕๒๒ ระยะเวลาประมาณ ๘ ปี นิตยสาร BR สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการนิตยสารไทย เปิดยุคทองของนิตยสารในช่วงยุคทองของวงการหนังสือไทย
   ในวันนี้ วงการนิตยสาร หนังสือ ของไทยถึงเวลาร่วงโรย หนังสือกระดาษกลายเป็นสิ่งล้าสมัย ในอนาคตอีกไม่นานนัก หนังสือกระดาษอาจจะกลายเป็นโบราณวัตถุ ข้าพเจ้าจึงนำอดีตหวนกลับมาให้รำลึกถึง ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่