ควรจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นมายังไงดีคะ

หนูเติบโตมากับครอบครัวที่พ่อแม่ทะเลาะกันตลอดค่ะ ทำร้าย ปาข้าวของ พ่อกินเหล้าติดเพื่อน ส่วนแม่ก็ทะเลาะกันกับพ่อ แต่ละครั้งก็ย้ายบ้านหนีไป พ่อก็คอยตามไปง้อให้กลับมา เพราะมีหนี้ที่ไปก่อเอาไว้   วนวัฎจักรแบบนี้มาสิบๆรอบค่ะ  ส่วนหนูก็เลยไปๆมาๆ แต่สุดท้ายก็อยู่กับปู่ย่าที่บ้านค่ะ สุดท้ายแม่ก็กลับมาช่วยใช้หนี้ขายที่ขายไร่จนกลับไปนับ 1 ใหม่ค่ะ(แต่ก็ยังมีหนี้เหลืออยู่) หนูโตมาด้วยการเอาตัวรอดด้วยตัวเองหมดเลยค่ะ เพราะตอนเขาคลอดหนูมาได้ 1 ปี ก็จ้างคนอื่นเลี้ยงค่ะ แล้วก็ พอเริ่มโตขึ้นก็ให้เข้ารร อนุบาลเตรียมเลย หนูจำได้เลยว่าตอนเด็ก ไม่มีภาพพ่อแม่ช่วยเหลือหนูเลยค่ะ หนูมักจะให้คนอื่นช่วยมัดผมให้ ขอร้องให้ช่วยอะไรหลายอย่างเลยค่ะ จนเข้าประถมก็เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ ซักผ้ารีดผ้าเอง พ่อแม่ก็จะไปทำงานหาเงินใช้หนี้ แล้วก็ส่งค่าเทอมมาให้ ค่ากินก็ส่งมาให้บ้าง แต่ก็ขอปู่ขอย่าค่ะ พอป.3 แม่ก็กลับมาอยู่บ้านกับพ่อค่ะ อยู่ด้วยกัน หนู ปู่ ย่า พี่ชาย พ่อ แม่ (ต้องบอกว่าหนูกับพี่ชายไม่ถูกกันตั้งแต่เด็กค่ะ) ด้วยความแยกกันอยู่ พี่อยู่บ้านหลังใหญ่ หนูอยู่บ้านหลังเล็กกับปู่ พอกลับมาอยู่เหมือนจะดี แต่ปัญหาเดิมๆซ้ำๆ ก็มีเกิดขึ้นเรื่อยค่ะ จนกระทั่งสิ่งที่มันผุดขึ้นมาในใจปัญหาเบสิคเลยคือ รักลูกไม่เท่ากันค่ะ ในตอนที่หนูเริ่มทำงานบ้านได้ หนูก็จะโดนใช้ให้ทำตลอด เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะโดนด่า *เป็นผู้หญิงห่าอะไรไม่ทำงานบ้าน ไม่อายลูกชายบ้านอื่นที่เขาทำงานบ้านเหรอ เดี๋ยวกูก็ให้ไปกราบเขาซะหรอก* นี่คือประโยคที่โดนแต่เด็กจนโตค่ะ หนูโดนมาเรื่อย เวลาทำอะไรให้เขาไม่ได้ดั่งใจก็จะโดนหมดค่ะ กลายเป็นคนระแวงไปเลย ว่าจะถูกด่า หนูช่วยเขาล้างผักแพคผักขาย เอาง่ายคือช่วยเขาทำงานแต่เด็กเลยค่ะ  เขามักบอกว่า ที่ทำเนี่ย ที่ลำบากแบบนี้ ก็เพราะส่งเรียนไง ทำไมไม่ช่วย พอกรีดยางหนูก็ปช่วยเขาหยอดน้ำกรด ถ้าถามว่าพี่หนูช่วยมั้ย ไม่ค่ะนอนอยู่ในห้องเฉยๆ หนูกับพี่ห่างกัน10ปี ตอน 8 ขวบที่หนูเริ่มทำ บวกไปเลยค่ะ จนหนูอายุ18 หนูโดนด่าสาระพัดแบบนี้มาตลอด ทั้งๆที่หนูก็ช่วยทุกอย่าง แล้วก็ต้องเรียนด้วยค่ะ แต่หนูก็เข้าใจค่ะ เพราะก็ทำงานแแลกกับค่าเทอมค่ากินที่เขาให้จน แต่ย้อนไปตอน หนู13-15 พี่หนูเข้าคุกค่ะ แล้วก็ออกมา พอพี่ออกมาก็อยู่บ้าน แต่งรถไปวันๆค่ะ ไปช่วยพ่อแม่กรีดยางบ้าง ไม่ไปบ้างค่ะ พอหนูเริ่มเข้ามหาลัยหนูเลยไปอยู่ภาคเหนือเลยค่ะ ไปไกลแล้วก็ไม่กลับบ้านเลย แต่ช่วงที่ไม่ได้กลับบ้านก็ไปลงช่วยงานหาเงินค่ะ แบ่งเบาเงินจากพ่อแม่ หนูโชคดีที่มีเพื่อนมหาลัยดีค่ะ ช่วยซัพพอร์ตตลอด จนถึงบรรทัดนี้ หนูรู้นะคะว่ามันคือการหนี แต่หนูไม่ไหวจริงๆค่ะ มันทำให้ความคิด ความรู้สึกภายในหนูพังไปหมดเลยค่ะ ตั้งแต่เกิดมาหนูได้แต่อดทนเข้มแข็ง ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าพ่อแม่เลย  หนูหนีมาได้จนเรียนจบ โดยกูเกยศเรียน แล้วเขาก็ส่งค่าหอให้เดือนละ 4000 แล้วก็ค่ากินใช้จากกยศทึ่กู้มาค่ะ

พออยู่คนเดียวมา 4 ปี หนูก็เริ่มปล่อยวางค่ะ พยายามคิดว่าพ่อแม่ก็พึ่งเป็นพ่อแม่ครั้งแรกค่ะ อย่าโกรธอย่าอะไรเลย พอฝึกงานจบเขาก็มารับที่กรุงเทพกลับบ้านค่ะ สุดท้ายกลับมาก็ลงล้อคเดิมเป้ะๆเลยค่ะ เพิ่มเติมคือ หนูกลับมาก็ช่วยเขาทำสวนเหมือนเดิม แต่ก็ได้ค่าจ้างค่ะ ครั้งละ 500 เดือนหนึ่ง 4 ครั้ง แต่หนูก็ร้อยกำไลขาย จากเงินทุนที่หนูเอามาจากพาร์ทไทมที่ไปฝึกงานค่ะ หนูเอามาลงทุนทำร้านขายสร้อย หนูขายมาได้ 2 ปีจากที่จบมา ช่วงแรกๆขายได้มากหนูก็เอามาช่วยจ่ายค่าไฟ ของใช้ในบ้าน wifi ค่ะ แต่หลังๆขายไม่ค่อยได้จึงไม่ได้ช่วยค่ะ แต่ก็ช่วยประหยัดกินประหยังใช้เท่าที่ทำได้ค่ะ แต่พอมาวันหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคืออยู่ๆพ่อก็ไปโมโหจากอะไรมาไม่รู้แล้วก็มาด่าหนู จะเข้ามาตบนั่นแหละค่ะ แต่ตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่หนี แต่ก็ยืนประจันหน้าเลย แต่ก็ไม่ได้ตบค่ะ แล้วก็ถามหนูว่าวันๆก็ไม่ได้ทำห่าอะไร

(ไทม์ไลน์หนึ่งวันหนูค่ะ  ตื่น 6 โมงเช้า หุงข้าวทำกับข้าว ถูบ้าน พอเสร็จหนูก็ช่วยหยอดน้ำกรด ซักผ้าของทุกคนในบ้าน ร้อยสร้อยข้อมือขายค่ะ หาของขายออนไลน์ ทำข้าวกลางวันข้าวเย็นค่ะ กลางคืนขายสร้อยค่ะ )

ส่วนแม่ก็บอกว่าถ้าไม่เอาเงินไปส่งให้หนูตอนมหาลัยชีวิตเขาคงดีกว่านี้ มันเจ็บใจตรงที่เขาพูดต่อหน้าคนอื่นค่ะ ส่วนวันที่เขาไปรับกลับจากฝึกงานคำพูดแรกที่เขาพูดกับเพื่อนหนูคือ ที่หนูกลับช้าเพราะหนูโง่ เรียนไม่จบใช่มั้ย (ที่หนูกลับช้าเพราะหนูทำงานพาร์ทไทม์ค่ะ เลยได้เงินมาก้อนหนึ่ง) หนูเรียนจบนะคะ55 ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยหนูเก่งมั้ยย

พอหนูตอบเขาว่าทำสร้อยขาย เขาก็เลยสวนกลับว่าขายแค่ไอ้สร้อยนี่เนี่ยนะ บอกตรงๆเลยว่าตั้งแต่หนูเจอหลายๆอย่างในครอบครัวมาหนูจะอดทนเสมอค่ะ ว่าเขาเป็นพ่อแม่ แต่พอเขามาดูถูกแบบนี้หนูเสียใจมากเลยค่ะ เพราะพวกเขาไม่เคยช่วยเหลืออะไรในการขายของของหนูเลย แถมยังมาดูถูกอีก บางทีหนูก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลยค่ะ ทุกคนในบ้านเห็นหนูเป็นสนามอารมณ์หมดเลย พอทุกคนใจเย็นก็มาพูดดีใส่ตลอด เมื่อก่อนหนูปล่อยผ่านนะคะ คนเราก็แบบนี้แหละ แต่พอตอนนี้รู้สึกไม่ไหวเลยค่ะ กลายเป็นว่ามันเป็นแผลใจไปแล้วค่ะ

ถ้าถามว่าทำไมไม่ไปหางานทำ ช่วงแรกที่เรียนจบมาหนูไปหางานทำหลายที่เลยค่ะ สัมภาษไม่ผ่าน ตอนแรกก็ท้อค่ะ แต่พอเขาจะรับจริงๆสัมภาษณ์ผ่าน พ่อแม่ก็ไม่ไปส่งค่ะ ให้เหตุผลมาร้อยแปดพันเก้า หนูไม่มีรถที่ที่หนูอยู่ก็ห่างไกลความเจริญค่ะ สุดท้ายหนูก็อยู่มา2ปีนี่แหละค่ะ แต่หนูไม่อยู่บ้านเฉยๆหรอกนะคะหนูก็ขายของ เรียนเพิ่มพัฒนาตนเองตลอด แต่ตอนนี้หนูไม่มีเงินมาพอที่ออกไปทำงานค่ะ เพราะถ้าเราออกไปตอนนี้โดยใช้อารมณ์ มันอาจจะมีปัญหามาทีหลัง ตอนนี้หนูเลยยังใจเย็นแล้วค่อยๆวางแผนออกค่ะ เงินที่ได้จากการขายของยอมรับค่ะหนูอาจจะยังบริหารเงินไม่ดี และใจใหญ่ช่วยเขาจ่ายไป แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ หนูจะตั้งใจขายของไปเรื่อยๆให้มีเงินเก็บกว่านี้ค่ะ ส่วนเรื่องของพี่ชายหนูขอไม่กล่าวถึงค่ะ ไม่อยากเปรียบเทียบให้หนักกว่าเดิม แต่ก็นั่นแหละค่ะ พี่ๆคะ หนูจะทำได้มั้ยคะ หนูจะเก็บเงินออกไปได้ใช่มั้ยคะ หนูมีหวังใช่มั้ย ถ้าเราตั้งใจเราก็จะได้ออกไปมีอิสระใช่มั้ยคะ  

หนูเป็นคนที่นิ่งๆกับครอบครัว  หนูไม่รู้ว่าที่หนูเป็นกับครอบครัวมามันเป็นมานานเท่าไหร่แล้วค่ะ แต่กลับกันหนูปกติกับคนอื่นนะคะ ยิ้มแย้มปกติ หนูพยายามยิ้แย้มกับครอบครัวแล้วแต่ก็ได้นิ่งเฉยกลับมาจนไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไรค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่