จุดจบของรากฟันเทียม? นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนายากระตุ้นฟันแท้ ให้กลับมางอกใหม่ได้สำเร็จแล้ว!

เวลาที่เราทำฟันแท้หักหรือหลุดไปจากอุบัติเหตุหรือปัญหาสุขภาพช่องปาก
เราต้องพึ่งพารากฟันเทียมหรือฟันปลอมมาโดยตลอด
เพราะมนุษย์เราไม่สามารถงอกฟันใหม่ได้เรื่อยๆ เหมือนปลาฉลามที่มีการผลัดฟันและงอกชุดใหม่มาทดแทนได้ตลอดชีวิต

สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่
จัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีฟันเพียงสองชุด (diphyodonts) คือฟันน้ำนมและฟันแท้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ธรรมชาติได้แอบซ่อนกลไกการสร้าง ฟันชุดที่สาม (third dentition) เอาไว้ในขากรรไกรของเราตั้งแต่เด็กด้วย!
เพียงแต่ว่าหน่อฟันชุดที่สามนี้จะถูกสั่งให้ฝ่อและสลายตัวไปเอง
ตามกระบวนการธรรมชาติของเซลล์ที่เรียกว่า อะพอพโทซิส (apoptosis)

สิ่งที่คอยทำหน้าที่เป็นเหมือนเบรกหยุดยั้งการเจริญเติบโตของหน่อฟันชุดนี้
คือโปรตีนที่มีชื่อว่า ยูแซก-วัน (USAG-1) ซึ่งมันจะไปจับตัวกับโปรตีน บีเอ็มพี (BMP)
ที่เป็นตัวส่งสัญญาณสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน
ทำให้กระบวนการสร้างฟันชุดใหม่ถูกระงับไปโดยสมบูรณ์

จากกลไกธรรมชาตินี้เอง
คัตสึ ทากาฮาชิ (Katsu Takahashi) และทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University)
จึงได้พัฒนายาที่เป็นแอนติบอดีชื่อ ทีอาร์จี035 (TRG035) ขึ้นมา
เพื่อเข้าไปยับยั้งการทำงานของโปรตีน USAG-1 โดยเฉพาะ

การให้ยาตัวนี้เปรียบเสมือนการเข้าไปปลดเบรก
ทำให้โปรตีน BMP สามารถทำงานและส่งสัญญาณได้ตามปกติ
ส่งผลให้หน่อฟันชุดที่สามที่หลับใหลอยู่ถูกกระตุ้นให้เจริญเติบโต
และงอกออกมาเป็นฟันซี่ใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง

ยาตัวนี้ได้ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลอง
ที่มีโครงสร้างทางทันตกรรมคล้ายมนุษย์อย่างเฟอร์เร็ต (Ferret) และหนูทดลองมาแล้ว
และประสบความสำเร็จในการกระตุ้นให้ฟันงอกใหม่และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกฟันได้อย่างชัดเจน

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในปัจจุบัน
การรักษานี้ได้ขยับเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว
โดยเริ่มต้นการทดลองระยะที่ 1 ไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024
ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University Hospital)
ด้วยการให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำในกลุ่มอาสาสมัครชายวัย 30 ถึง 64 ปี จำนวน 30 คน
ที่มีภาวะฟันขาดหายแต่กำเนิด

ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจนถึงเดือนเมษายน ปี 2026 พบว่า
ตัวยามีความปลอดภัยสูง และยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรงในอาสาสมัคร
ขณะนี้ทีมวิจัยได้ผ่านพ้นการทดสอบระยะแรก
และกำลังวางแผนเข้าสู่การทดลองระยะที่ 2 ในช่วงปลายปี 2026
ซึ่งจะเริ่มขยายผลไปทดสอบกับกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุ 2 ถึง 7 ปีที่มีภาวะฟันขาดหายแต่กำเนิด

แม้ว่าในตอนนี้วิทยาการนี้จะยังไม่ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์และยังไม่มีให้บริการตามคลินิกทั่วไป
แต่ความสำเร็จในแต่ละระยะก็ทำให้เป้าหมายของทีมวิจัยที่จะผลักดันยานี้ออกสู่ตลาด
เพื่อให้ทุกคนที่สูญเสียฟันสามารถเข้าถึงได้ภายในปี 2030
ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก

[แหล่งอ้างอิง]
[1] Ravi, V., Murashima-Suginami, A., Kiso, H., Tokita, Y., Huang, C. L., Bessho, K., Takagi, J., Sugai, M., Tabata, Y., & Takahashi, K. (2023). Advances in tooth agenesis and tooth regeneration. Regenerative Therapy, 22, 160-168.
[2] Takahashi, K., Kiso, H., Murashima-Suginami, A., Tokita, Y., Sugai, M., Tabata, Y., & Bessho, K. (2020). Development of tooth regenerative medicine strategies by controlling the number of teeth using targeted molecular therapy. Inflammation and Regeneration, 40(1), 21.
[3] American Dental Association. (2024). Can teeth be regrown?.
[4] Thompson, B. (2024). World-first tooth-regrowing drug will be given to humans in September. New Atlas.
[5] Academic Jobs. (2026). Tooth Regeneration Breakthrough in Japan: Human Trials.





ปีนี้ปี 2026 ถ้าบอกว่าภายในปี 2030 ยาตัวนี้จะออกสู่ตลาดให้คนทั่วไปเริ่มใช้ได้
หมายความว่าอีกแค่ 4 ปีสินะคะ
จขกท นั่งรอดูเลยค่ะว่าจะทำได้จริงไหม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่