เดอะไฟว์สตาร์สตอรี่ส์ F.S.S. เป็นมังงะไซไฟระดับตำนานที่จะรู้จักกันในวงคนเล่นพลาโม เพราะ มันเป็นมังงะที่ลงในนิตยสารนิวไทป์ซึ่งก็ตามชื่อเลยว่ามันเอามาจากนิวไทป์ของกันดั้ม (นิตยสารน่าจะเริ่มออกตัวช่วงของ Z Gundam ถ้าเข้าใจไม่ผิด และช่วงแรกๆจะมีเรื่องเกี่ยวกับ Mecha ใน Scifi รวมถึงพวก Tokusetsu เยอะมากด้วย) อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ F.S.S. ใช้สไตล์การแต่งเรื่องที่ออกมาเป็นแนว Chronicle มันเป็นมังงะที่อ่านยากแปลยากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว ตัวหุ่น Mortar Headds ในเรื่อง F.S.S. มันก็เป็นโมเดลโคตรติสต์ที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์แล้ว แบบถึงไม่เคยอ่านเนื้อเรื่อง แต่กับ L.E.D. Mirage หรือ Knight of Gold นี่ยังไงๆ สายคนทำโมเดลก็ต้องเคยเห็นเคยชื่นชมกันแน่ สำหรับงานหุ่น F.S.S. ในยุคผมเด็กๆจะเป็นงานเรซิ่นคิทกับการาจคิท แบบไม่ใช่สร้างพลาโมแต่เป็นการสร้างปฏิมากรรมขัดอัดเจาะร้อยเดือยเสริมลวด ไม่เหมือนงานโมเดลอย่างของ Volks INC ในปัจจุบัน แม๊ะ อารัมภบทมาตั้งนานยังไม่เข้าเรื่องสักที บทความตรงนี้ มันมีที่มาจากที่มีแฟนกันดั้มมาวิจารณ์ตัวเลขแรงม้าข้างกล่องของพลาโม Mortar Headds ที่สูงยังกับออกมาจากดราก้อนบอล ไม่สิ F.S.S. มันออกมาตั้งแต่ปี 1986 ด้วยระดับพลัง 1 ล้านล้านแรงม้าสำหรับ Mortar Headds ทั่วไป และสำหรับฝั่งของอามาเทราสุ หุ่นมาตรฐาน L.E.D. Mirage ก็ 2.3 ล้านล้านแรงม้า ถ้ารุ่นติด Boomerang Unit ก็ล่อไปราว 4 ล้านล้านแรงม้า คำถามที่ยิ่งใหญ่ที่ตามมาคือ Mortar Headds มันจะใช้เจเนอเรเตอร์อะไรสำหรับผลิตกำลังมากมายมหาศาลอะไรปานนั้นฟะ แล้วมันจะใช้พลังงานขนาดพรรค์นั้นไปทำม้ายยยยยย
F.S.S. world
เรื่องราวของ F.S.S. เป็นเรื่องในอนาคต อย่างน้อยเลยปี ค.ศ. 9000 ไปแล้วอีก 1000 กว่าปี ในยุคนั้น มนุษย์ออกอวกาศไปแล้ว และมีอารยธรรมอยู่ใน 4 ระบบสุริยะ (North South East West) ก่อนการเข้ามาของระบบสุริยะจร (Stant) เป็นดวงที่ 5 ตามชื่อ The Five Stars Stories ในยุคนั้น มนุษย์มีการสร้าง Mortar Headds ซึ่งเป็นจักรกลสงครามขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการรบด้วยอาวุธทำลายล้างอย่างพวกอาวุธบีมหรือนิวเคลียร์ Mortar Headds นี้ สามารถวิ่งและกระโดดเปลี่ยนทิศทางได้ที่ระดับความเร็วเสียง ประมาณว่าอาวุธยิงแบบเครื่องกระสุนไม่มีทางยิงทัน อาวุธบีมถ้าไม่ชาร์จเต็มที่เป็นนาทีๆ จนแรงราวระเบิดนิวเคลียร์ย่อมๆ ก็ไม่มีทางยิงเข้า ดังนั้นอาวุธหลักของ Mortar Headds เวลาปะทะกันจะใช้อาวุธ Melee เป็นหลัก และมีอาวุธบีมสำหรับทำลายยานแม่ต่างๆ เมื่อการรบของ Mortar Headds เป็นการดวลระยะประชิดตัวต่อตัว ความเสียหายต่อตัวเมืองและทรัพยากรจึงน้อย ต่างจากการชนะบนทรากปรักหักพังอย่างที่สงครามปัจจุบันเป็น ทำให้สงครามที่ดูไร้สาระในยุคปัจจุบันมีสาระขึ้นเพราะชนะแล้วได้เมืองได้คนได้ทรัพยากร

ลูบปลากรอบ 1:ระบบดาวใน The Five Stars stories เริ่มจากระบบดาว 4 ดวง Eastern Western Southern และ Northern แล้ว มันก็มีระบบสุริยะจร Stant โผล่เข้ามาเป็นดวงที่ 5 เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ F.S.S.
หุ่น
Mortar Headds ที่เป็น Mecha ของเรื่อง ขับเคลื่อนด้วยยอดมนุษย์ที่เรียกว่า
Headdliners และมีชีวะจักรกล
Fatima ทำหน้าที่ช่วยประมวลผล เหมือน Astromech ในเรื่องสตาร์วอร์ มนุษย์ธรรมดาทั่วไปถึงขับ Mortar Headds ก็เอาตัวไม่รอด เพราะการขับ Mortar Headds เป็นภาระกับร่างกาย Headdliners มาก Headdliners บางคนเลือกจะตัดหรรมตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในการกระแทก ถ้าจะผลิตลูกค่อยไปปลูกหรรมใหม่ (เทคโนโลยีการแพทย์ยุคนั้นล้ำมาก มนุษย์ตัดแขนควักตาเปลี่ยนใส่อวัยวะเทียมเป็นแฟชั่นก็ยังได้) การดวลกันของ Mortar Headds อาจยาวนานได้เป็นวันๆ ซึ่งตัวเลขนี้ เราอาจใช้ประเมินได้ว่า ต้นกำลังของ Mortar Headds จะต้องสามารถสร้างกำลังได้ในระดับ ล้านล้านแรงม้า เป็นเวลาต่อเนื่องราว 60 ชั่วโมงขึ้นไป และด้วยทุกสิ่งที่เรารู้ เราจะมาขุดกันต่อเรื่องเครื่องยนต์
Ezlaser engine ของ Mortar Headds ว่า มันน่าจะทำงานอย่างไร
ลูบปลากรอบ 2: Mortar Headds ตระกูล Mirage ของฝั่งอามาเทราสึ
Required Power???
หุ่น L.E.D. Mirage นั้นสามารถเคลื่อนที่แทบจะทันทีแบบ 0 – 330 m/s ใน 1 วินาที ตรงนี้เราสามารถประเมินได้เบื้องต้นด้วยสมการพลังงานของนิวตันว่า หุ่นขนาด 120 ตัน จะเคลื่อนที่ไปถึงความเร็วเสียงแบบเบี่ยงตัวหลบกระสุนนี้ มันจะต้องมีกำลังขับขั้นต่ำราว 8.7 ล้านแรงม้า นอกจากนี้ Ezlaser engine ยังสามารถใช้ขับทรัสเตอร์ให้บิน หรือขับเวอร์เนียร์ให้เปลี่ยนทิศได้อีกด้วย สำหรับทรัสเตอร์นี้ การขับดันหุ่นขนาด 120 ตันให้บินได้ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าการจะขับดันหุ่นขนาด 120 ตันให้บินได้เป็นเวลานาน 60 ชั่วโมง ถ้าเราใช้สมการ Tsiolkovsky มาจับ เราจะพบว่า ด้วยไอออนทรัสเตอร์ในยุคปัจจุบัน ที่ความเร็วสารขับดัน V
e = 30,000 m/s มันจะต้องใช้สารขับดันวินาทีละ 39 กิโลกรัมเพื่อให้ L.E.D. Mirage ลอยได้ และภายใน 1 ชั่วโมงการบินมันจะใช้สารขับดันเกินน้ำหนักหุ่น ต่อให้เราโม้ให้ความเร็วสารขับดันกระโดดขึ้นมาถึง 100,000 m/s มันก็ไม่ช่วยเท่าไร นอกจากหว่าเราจะหนีไปใช้พวกโฟตอนทรัสเตอร์แทน
ลูบปลากรอบ 3: L.E.D. Mirage ติด Boomerang Unit บินอยู่หน้ายาน Belle Clair เรือธงของ AKD
โฟตอนทรัสเตอร์ทำงานโดยหลักโมเมนตัมของแสง ซึ่ง แสงมีโมเมนตัม p = E/c และแรงขับของแสง F = P/c ทำให้คำนวณได้ว่า ถ้าเราต้องขับมวลขนาด 120,000 kg ด้วยแรงขับ 1,177,200 N เราต้องปล่อยโฟตอนออกมาเทียบเป็นพลังงานคือ 0.354 PW (อ่านว่าเพตาวัตต์ หรือมี 0 ตามหลัง 15 ตัว) และด้วยการที่เครื่องยนต์ Ezlaser ของ L.E.D. Mirage มีกำลังขับ 2.3 ล้านล้านแรงม้า หรือ 1.73 PW ความเร่งสูงสุดของ L.E.D. Mirage จะทำได้ถึง 4.88 g สำหรับ Mortar Headds รุ่นทั่วๆไปที่กำลังขับ 1 ล้านล้านแรงม้า แรงเครื่องก็ยังเพียงพอจะสร้างความเร่งด้วยโฟตอนทรัสเตอร์ในระดับ 2 g ได้สบายๆ
ตาราง 1: แสดงการคำนวณทรัสเตอร์ที่จำเป็นที่จะทำให้ Mortar Headds รุ่น L.E.D. Mirage บิน/ลอยตัวได้ สังเกต Exhaust Mass ที่แม้จะเห็นเล็กน้อยแต่รวมแล้วจะมหาศาลเกินกว่าจะแบกไว้ได้ในตัวหุ่น หุ่นในยุค JC น่าจะใช้ Photon Thruster เป็นหลัก
Ezlaser engine: Energy Concentration!!!
เครื่องยนต์ของ Mortar Headds มีชื่อเรียกว่า Ezlaser engine โดยตามเนื้อเรื่องกล่าวว่ามันเป็นเครื่องเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถผลิตกำลังได้ในระดับล้านล้านแรงม้าด้วยขนาดไม่เกิน 1 ลูกบากศ์เมตร แต่แน่นอนว่าถ้าหากมันจะรับพลังงานแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นไฟฟ้าแบบโซล่าเซลล์มันย่อมไม่มีกำลังพอขนาดที่มันโม้ ดังนั้นเราก็จะตีความเอาเสียว่ามันเปลี่ยนพลังงานจากกลไกความร้อนคล้ายจากดวงอาทิตย์มาเป็นพลังงาน ตรงนี้จะเข้าเค้ากว่า แต่ถึงขนาดนั้น ปัญหาของกำลังเครื่องตรงนี้คือปริมาตรเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ ตรงนี้ให้สังเกตว่าผมใช้คำว่าปริมาตร เพราะปัญหาของการบรรทุกคือเรื่องปริมาตรไม่ใช่ปริมาณเป็นน้ำหนัก อย่างไฮโดรเจนที่มีค่าพลังงานต่อน้ำหนักสูง แต่ความหนาแน่นมันดันต่ำ มันก็เป็นปัญหาเวลาเราจะใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในรถยนต์เพราะเราต้องหาทางบีบอัดมันให้ปริมาตรต่ำพอจนมีปริมาณเพียงพอต่อการทำงานของรถยนต์
ลูบปลากรอบ 3: เครื่องยนต์ Ezlaser มีลักษณะเป็นลูกบอลกลม มักอยู่บริเวณช่วงเอวถึงสะโพก เพื่อใช้ประโยชน์การเป็นศูนย์ถ่วง
ในกรณีของ L.E.D. Mirage ที่กำลังขับ 2.3 ล้านล้านแรงม้าและสามารถรบต่อเนื่องได้นาน 60 ชั่วโมง ถ้าเราใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมเดินเครื่อง มันจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงวินาทีละ 21 กิโลกรัมและถ้าจะให้มันเดินเครื่องสัก 60 ชั่วโมงเราจะต้องแบกเชื้อเพลิงไปถึง 4500 ตัน ในปริมาตร 238 ลูกบากศ์เมตร ... ถ้าหาก L.E.D. Mirage สูงโย่งเป็นเปรตแบบอีวาเกเลี่ยนก็ว่าไปอย่าง ตัวหุ่น Mortar Headds สูงก็แค่ราวกันดั้ม มันไม่เวิร์คแน่ และต่อให้ใช้เชื้อเพลิงดิวทีเรียม แม้ว่าดิวทีเรียมมีพลังงานต่อมวลสูงกว่ายูเรเนียมแต่ด้วยความที่รูปต่างๆของไฮโดรเจนมันเบามาก ไม่ว่าเราจะใช้ ลิเทียม (LiD) ออกซิเจน (D
2O) หรือคาร์บอน (CD
4) มาใช้ แม้มวลเชื้อเพลิงจะน้อย แต่ปริมาตรเชื้อเพลิงจะมากกว่าเชื้อเพลิงยูเรเนียมไป 10 เท่า เรียกว่าตัวบางๆแบบอีวานเกเลี่ยนก็ยังไม่พอต้องทั้งสูงทั้งหนาแบบอีเดี้ยนนั่นละพอไหว ด้วยกำลังของ L.E.D. Mirage มันจำเป็นต้องใช้ปฏิกรณ์แบบหลุมดำเปลี่ยนมวลเป็นพลังงานโดยตรง และนั่นแหละ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.73 Petawatt ทำงานได้ต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง ถึงจะยัดก้อนเชื้อเพลิงหนาแน่นเท่าน้ำ ลงไปได้ 4.1 ตันในปริมาตรเพียง 4 ลบม และอาจเล็กกว่านี้ถ้าใช้มวลสารที่หนาแน่นกว่านั้น
ตาราง 2: เทียบระบบปฏิกรณ์ สมมุติว่าตัว Ezlaser เดินด้วยเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ จะเห็นว่า ด้วยขนาดตามเนื้อเรื่อง มันต้องเป็นระดับปฏิกรณ์ Kugelblitz เปลี่ยนมวลเป็นพลังงานได้มันถึงจะสร้าง output ได้ในขนาดที่เล็กกระจิ๋วหลิวขนาดนั้น (ไม่งั้นก็แบกเชื้อเพลิงเกินปริมาตรตัวหุ่น)
Real or Super Robot!?
ตามนิยาม Real Robot กับ Super Robot แบ่งกันที่ฉากทัศน์การเป็นอาวุธทางทหารกับการเป็นอาวุธวิเศษของฮีโร่ แม้แต่หุ่นอภินิหารเดินเครื่องด้วยพลังเวทย์ ถ้าหากมี Element ทางยุทธวิธี มันก็ยังอาจนับเป็น Real Robot ส่วนที่ F.S.S. จะดูก้ำกึ่งจะเป็น Super robot หลักๆคือเรื่องพลัง รองลงมาคือความพิเศษของนักบิน แต่ถ้าเราดูที่ขนาดของพลังของหุ่นยนต์ไฟฟ้า Mortar Headds มันก็มีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหว การขับเคลื่อน และความจำเป็นว่ามันต้องเหนือไปเลยจนอาวุธทำลายล้างอย่างระเบิดนิวเคลียร์หรือเครื่องกระสุนยูเรเนียม 50 มม จะไม่สามารถทำอันตรายหรือแม้แต่จะยิงโดน ในทางกลับกัน โมบิลสูทแบบกันดั้มเสียอีก ที่ด้วยกำลังเครื่องเพียง 1350 kW จะใช้ Ion Thruster ในการกระโดดพาหุ่นขนาด 80 ตันลอยขึ้นฟ้าได้ ไอ้นั่นน่ะ มันต้องการ Generator ขนาด 11 GW ไม่ใช่ระดับ MW หรอกนะเฟ้ย บินได้นี่ต้องใช้พลังอภินิหารของอนุภาคไมนอฟสกี้เลยละ F.S.S. ยังเป็น Real robot กว่าเย้อออออออะ
วิดกระยาสารทของเดอะไฟว์สตาร์สตอรี่ส์ : Mortar Headds
เดอะไฟว์สตาร์สตอรี่ส์ F.S.S. เป็นมังงะไซไฟระดับตำนานที่จะรู้จักกันในวงคนเล่นพลาโม เพราะ มันเป็นมังงะที่ลงในนิตยสารนิวไทป์ซึ่งก็ตามชื่อเลยว่ามันเอามาจากนิวไทป์ของกันดั้ม (นิตยสารน่าจะเริ่มออกตัวช่วงของ Z Gundam ถ้าเข้าใจไม่ผิด และช่วงแรกๆจะมีเรื่องเกี่ยวกับ Mecha ใน Scifi รวมถึงพวก Tokusetsu เยอะมากด้วย) อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ F.S.S. ใช้สไตล์การแต่งเรื่องที่ออกมาเป็นแนว Chronicle มันเป็นมังงะที่อ่านยากแปลยากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว ตัวหุ่น Mortar Headds ในเรื่อง F.S.S. มันก็เป็นโมเดลโคตรติสต์ที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์แล้ว แบบถึงไม่เคยอ่านเนื้อเรื่อง แต่กับ L.E.D. Mirage หรือ Knight of Gold นี่ยังไงๆ สายคนทำโมเดลก็ต้องเคยเห็นเคยชื่นชมกันแน่ สำหรับงานหุ่น F.S.S. ในยุคผมเด็กๆจะเป็นงานเรซิ่นคิทกับการาจคิท แบบไม่ใช่สร้างพลาโมแต่เป็นการสร้างปฏิมากรรมขัดอัดเจาะร้อยเดือยเสริมลวด ไม่เหมือนงานโมเดลอย่างของ Volks INC ในปัจจุบัน แม๊ะ อารัมภบทมาตั้งนานยังไม่เข้าเรื่องสักที บทความตรงนี้ มันมีที่มาจากที่มีแฟนกันดั้มมาวิจารณ์ตัวเลขแรงม้าข้างกล่องของพลาโม Mortar Headds ที่สูงยังกับออกมาจากดราก้อนบอล ไม่สิ F.S.S. มันออกมาตั้งแต่ปี 1986 ด้วยระดับพลัง 1 ล้านล้านแรงม้าสำหรับ Mortar Headds ทั่วไป และสำหรับฝั่งของอามาเทราสุ หุ่นมาตรฐาน L.E.D. Mirage ก็ 2.3 ล้านล้านแรงม้า ถ้ารุ่นติด Boomerang Unit ก็ล่อไปราว 4 ล้านล้านแรงม้า คำถามที่ยิ่งใหญ่ที่ตามมาคือ Mortar Headds มันจะใช้เจเนอเรเตอร์อะไรสำหรับผลิตกำลังมากมายมหาศาลอะไรปานนั้นฟะ แล้วมันจะใช้พลังงานขนาดพรรค์นั้นไปทำม้ายยยยยย
F.S.S. world
เรื่องราวของ F.S.S. เป็นเรื่องในอนาคต อย่างน้อยเลยปี ค.ศ. 9000 ไปแล้วอีก 1000 กว่าปี ในยุคนั้น มนุษย์ออกอวกาศไปแล้ว และมีอารยธรรมอยู่ใน 4 ระบบสุริยะ (North South East West) ก่อนการเข้ามาของระบบสุริยะจร (Stant) เป็นดวงที่ 5 ตามชื่อ The Five Stars Stories ในยุคนั้น มนุษย์มีการสร้าง Mortar Headds ซึ่งเป็นจักรกลสงครามขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการรบด้วยอาวุธทำลายล้างอย่างพวกอาวุธบีมหรือนิวเคลียร์ Mortar Headds นี้ สามารถวิ่งและกระโดดเปลี่ยนทิศทางได้ที่ระดับความเร็วเสียง ประมาณว่าอาวุธยิงแบบเครื่องกระสุนไม่มีทางยิงทัน อาวุธบีมถ้าไม่ชาร์จเต็มที่เป็นนาทีๆ จนแรงราวระเบิดนิวเคลียร์ย่อมๆ ก็ไม่มีทางยิงเข้า ดังนั้นอาวุธหลักของ Mortar Headds เวลาปะทะกันจะใช้อาวุธ Melee เป็นหลัก และมีอาวุธบีมสำหรับทำลายยานแม่ต่างๆ เมื่อการรบของ Mortar Headds เป็นการดวลระยะประชิดตัวต่อตัว ความเสียหายต่อตัวเมืองและทรัพยากรจึงน้อย ต่างจากการชนะบนทรากปรักหักพังอย่างที่สงครามปัจจุบันเป็น ทำให้สงครามที่ดูไร้สาระในยุคปัจจุบันมีสาระขึ้นเพราะชนะแล้วได้เมืองได้คนได้ทรัพยากร
หุ่น Mortar Headds ที่เป็น Mecha ของเรื่อง ขับเคลื่อนด้วยยอดมนุษย์ที่เรียกว่า Headdliners และมีชีวะจักรกล Fatima ทำหน้าที่ช่วยประมวลผล เหมือน Astromech ในเรื่องสตาร์วอร์ มนุษย์ธรรมดาทั่วไปถึงขับ Mortar Headds ก็เอาตัวไม่รอด เพราะการขับ Mortar Headds เป็นภาระกับร่างกาย Headdliners มาก Headdliners บางคนเลือกจะตัดหรรมตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในการกระแทก ถ้าจะผลิตลูกค่อยไปปลูกหรรมใหม่ (เทคโนโลยีการแพทย์ยุคนั้นล้ำมาก มนุษย์ตัดแขนควักตาเปลี่ยนใส่อวัยวะเทียมเป็นแฟชั่นก็ยังได้) การดวลกันของ Mortar Headds อาจยาวนานได้เป็นวันๆ ซึ่งตัวเลขนี้ เราอาจใช้ประเมินได้ว่า ต้นกำลังของ Mortar Headds จะต้องสามารถสร้างกำลังได้ในระดับ ล้านล้านแรงม้า เป็นเวลาต่อเนื่องราว 60 ชั่วโมงขึ้นไป และด้วยทุกสิ่งที่เรารู้ เราจะมาขุดกันต่อเรื่องเครื่องยนต์ Ezlaser engine ของ Mortar Headds ว่า มันน่าจะทำงานอย่างไร
Required Power???
หุ่น L.E.D. Mirage นั้นสามารถเคลื่อนที่แทบจะทันทีแบบ 0 – 330 m/s ใน 1 วินาที ตรงนี้เราสามารถประเมินได้เบื้องต้นด้วยสมการพลังงานของนิวตันว่า หุ่นขนาด 120 ตัน จะเคลื่อนที่ไปถึงความเร็วเสียงแบบเบี่ยงตัวหลบกระสุนนี้ มันจะต้องมีกำลังขับขั้นต่ำราว 8.7 ล้านแรงม้า นอกจากนี้ Ezlaser engine ยังสามารถใช้ขับทรัสเตอร์ให้บิน หรือขับเวอร์เนียร์ให้เปลี่ยนทิศได้อีกด้วย สำหรับทรัสเตอร์นี้ การขับดันหุ่นขนาด 120 ตันให้บินได้ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าการจะขับดันหุ่นขนาด 120 ตันให้บินได้เป็นเวลานาน 60 ชั่วโมง ถ้าเราใช้สมการ Tsiolkovsky มาจับ เราจะพบว่า ด้วยไอออนทรัสเตอร์ในยุคปัจจุบัน ที่ความเร็วสารขับดัน Ve = 30,000 m/s มันจะต้องใช้สารขับดันวินาทีละ 39 กิโลกรัมเพื่อให้ L.E.D. Mirage ลอยได้ และภายใน 1 ชั่วโมงการบินมันจะใช้สารขับดันเกินน้ำหนักหุ่น ต่อให้เราโม้ให้ความเร็วสารขับดันกระโดดขึ้นมาถึง 100,000 m/s มันก็ไม่ช่วยเท่าไร นอกจากหว่าเราจะหนีไปใช้พวกโฟตอนทรัสเตอร์แทน
โฟตอนทรัสเตอร์ทำงานโดยหลักโมเมนตัมของแสง ซึ่ง แสงมีโมเมนตัม p = E/c และแรงขับของแสง F = P/c ทำให้คำนวณได้ว่า ถ้าเราต้องขับมวลขนาด 120,000 kg ด้วยแรงขับ 1,177,200 N เราต้องปล่อยโฟตอนออกมาเทียบเป็นพลังงานคือ 0.354 PW (อ่านว่าเพตาวัตต์ หรือมี 0 ตามหลัง 15 ตัว) และด้วยการที่เครื่องยนต์ Ezlaser ของ L.E.D. Mirage มีกำลังขับ 2.3 ล้านล้านแรงม้า หรือ 1.73 PW ความเร่งสูงสุดของ L.E.D. Mirage จะทำได้ถึง 4.88 g สำหรับ Mortar Headds รุ่นทั่วๆไปที่กำลังขับ 1 ล้านล้านแรงม้า แรงเครื่องก็ยังเพียงพอจะสร้างความเร่งด้วยโฟตอนทรัสเตอร์ในระดับ 2 g ได้สบายๆ
Ezlaser engine: Energy Concentration!!!
เครื่องยนต์ของ Mortar Headds มีชื่อเรียกว่า Ezlaser engine โดยตามเนื้อเรื่องกล่าวว่ามันเป็นเครื่องเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถผลิตกำลังได้ในระดับล้านล้านแรงม้าด้วยขนาดไม่เกิน 1 ลูกบากศ์เมตร แต่แน่นอนว่าถ้าหากมันจะรับพลังงานแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นไฟฟ้าแบบโซล่าเซลล์มันย่อมไม่มีกำลังพอขนาดที่มันโม้ ดังนั้นเราก็จะตีความเอาเสียว่ามันเปลี่ยนพลังงานจากกลไกความร้อนคล้ายจากดวงอาทิตย์มาเป็นพลังงาน ตรงนี้จะเข้าเค้ากว่า แต่ถึงขนาดนั้น ปัญหาของกำลังเครื่องตรงนี้คือปริมาตรเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ ตรงนี้ให้สังเกตว่าผมใช้คำว่าปริมาตร เพราะปัญหาของการบรรทุกคือเรื่องปริมาตรไม่ใช่ปริมาณเป็นน้ำหนัก อย่างไฮโดรเจนที่มีค่าพลังงานต่อน้ำหนักสูง แต่ความหนาแน่นมันดันต่ำ มันก็เป็นปัญหาเวลาเราจะใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในรถยนต์เพราะเราต้องหาทางบีบอัดมันให้ปริมาตรต่ำพอจนมีปริมาณเพียงพอต่อการทำงานของรถยนต์
ในกรณีของ L.E.D. Mirage ที่กำลังขับ 2.3 ล้านล้านแรงม้าและสามารถรบต่อเนื่องได้นาน 60 ชั่วโมง ถ้าเราใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมเดินเครื่อง มันจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงวินาทีละ 21 กิโลกรัมและถ้าจะให้มันเดินเครื่องสัก 60 ชั่วโมงเราจะต้องแบกเชื้อเพลิงไปถึง 4500 ตัน ในปริมาตร 238 ลูกบากศ์เมตร ... ถ้าหาก L.E.D. Mirage สูงโย่งเป็นเปรตแบบอีวาเกเลี่ยนก็ว่าไปอย่าง ตัวหุ่น Mortar Headds สูงก็แค่ราวกันดั้ม มันไม่เวิร์คแน่ และต่อให้ใช้เชื้อเพลิงดิวทีเรียม แม้ว่าดิวทีเรียมมีพลังงานต่อมวลสูงกว่ายูเรเนียมแต่ด้วยความที่รูปต่างๆของไฮโดรเจนมันเบามาก ไม่ว่าเราจะใช้ ลิเทียม (LiD) ออกซิเจน (D2O) หรือคาร์บอน (CD4) มาใช้ แม้มวลเชื้อเพลิงจะน้อย แต่ปริมาตรเชื้อเพลิงจะมากกว่าเชื้อเพลิงยูเรเนียมไป 10 เท่า เรียกว่าตัวบางๆแบบอีวานเกเลี่ยนก็ยังไม่พอต้องทั้งสูงทั้งหนาแบบอีเดี้ยนนั่นละพอไหว ด้วยกำลังของ L.E.D. Mirage มันจำเป็นต้องใช้ปฏิกรณ์แบบหลุมดำเปลี่ยนมวลเป็นพลังงานโดยตรง และนั่นแหละ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.73 Petawatt ทำงานได้ต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง ถึงจะยัดก้อนเชื้อเพลิงหนาแน่นเท่าน้ำ ลงไปได้ 4.1 ตันในปริมาตรเพียง 4 ลบม และอาจเล็กกว่านี้ถ้าใช้มวลสารที่หนาแน่นกว่านั้น
ตาราง 2: เทียบระบบปฏิกรณ์ สมมุติว่าตัว Ezlaser เดินด้วยเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ จะเห็นว่า ด้วยขนาดตามเนื้อเรื่อง มันต้องเป็นระดับปฏิกรณ์ Kugelblitz เปลี่ยนมวลเป็นพลังงานได้มันถึงจะสร้าง output ได้ในขนาดที่เล็กกระจิ๋วหลิวขนาดนั้น (ไม่งั้นก็แบกเชื้อเพลิงเกินปริมาตรตัวหุ่น)
Real or Super Robot!?
ตามนิยาม Real Robot กับ Super Robot แบ่งกันที่ฉากทัศน์การเป็นอาวุธทางทหารกับการเป็นอาวุธวิเศษของฮีโร่ แม้แต่หุ่นอภินิหารเดินเครื่องด้วยพลังเวทย์ ถ้าหากมี Element ทางยุทธวิธี มันก็ยังอาจนับเป็น Real Robot ส่วนที่ F.S.S. จะดูก้ำกึ่งจะเป็น Super robot หลักๆคือเรื่องพลัง รองลงมาคือความพิเศษของนักบิน แต่ถ้าเราดูที่ขนาดของพลังของหุ่นยนต์ไฟฟ้า Mortar Headds มันก็มีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหว การขับเคลื่อน และความจำเป็นว่ามันต้องเหนือไปเลยจนอาวุธทำลายล้างอย่างระเบิดนิวเคลียร์หรือเครื่องกระสุนยูเรเนียม 50 มม จะไม่สามารถทำอันตรายหรือแม้แต่จะยิงโดน ในทางกลับกัน โมบิลสูทแบบกันดั้มเสียอีก ที่ด้วยกำลังเครื่องเพียง 1350 kW จะใช้ Ion Thruster ในการกระโดดพาหุ่นขนาด 80 ตันลอยขึ้นฟ้าได้ ไอ้นั่นน่ะ มันต้องการ Generator ขนาด 11 GW ไม่ใช่ระดับ MW หรอกนะเฟ้ย บินได้นี่ต้องใช้พลังอภินิหารของอนุภาคไมนอฟสกี้เลยละ F.S.S. ยังเป็น Real robot กว่าเย้อออออออะ