JJNY : 5in1 โรมชี้ปราบสแกมเมอร์ผิดจุด│รุดช่วย 4ผู้ต้องขัง│ขอกล้วยหวีละ 100│ก่อหนี้ประคองชีวิต│กูเกิลสร้างศูนย์กลาง AI

โรม ชี้ ปราบสแกมเมอร์ ลดเสา-ตัดเน็ต ผิดจุด คนชายแดนเดือดร้อนหนัก จี้รัฐหาวิธีคุมสัญญาณ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5695256
.

.
‘โรม’ ชี้ ปราบสแกมเมอร์ ‘ลดเสา-ตัดเน็ต’ ผิดจุด ทำคนชายแดนเดือดร้อนหนัก จี้ รัฐหาวิธีคุมสัญญาณอยู่ในไทย-สกัดออกนอกประเทศให้ได้ ป้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์
.
เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนถูกลดเสาสัญญาณตามมาตรการรัฐ ทำให้ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ มองว่าจะมีวิธีการที่จะให้ทางรัฐแก้ไขอย่างไร ว่า จริงๆ เรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้าไปดูว่าการมีเสาสัญญาณก็เพื่อให้สัญญาณใช้ได้ฝั่งไทยได้
.
ซึ่งวิธีการในทางเทคนิคมี และเท่าที่ตนเคยทราบจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็อยู่ที่อุปกรณ์ ขนาดเสาในการที่จะรับได้อยู่แล้ว แต่ในวันนี้อาจยังไม่มีการไปดูในรายละเอียดตรงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการท้วงติงกันมาพอสมควรว่าน่าจะมีการจัดการส่วนนี้ได้ ตนเข้าใจว่าบางส่วนอาจมีการจัดการลักษณะนั้นไปแล้ว เช่น ฝั่งที่ติดกับกัมพูชาพื้นที่มีการจับสัญญาณให้หันเข้ามาในประเทศไทยแล้วลดขนาดลง เพื่อให้คนที่อยู่ตามแนวชายแดนจะยังสามารถใช้เสาสัญญาณของฝั่งไทยต่อไปได้
.
เมื่อถามว่า เรื่องนี้รัฐควรช่วยแก้ปัญหาคนชายแดนอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนคิดว่าปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่การลดเสา แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้สัญญาณมีเฉพาะในฝั่งไทย ดังนั้น การจะลดหรือไม่ลดเสาไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักคือทำอย่างไรให้สัญญาณอยู่แค่ฝั่งไทย และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ และหลังจากนี้ทราบมาว่าทางฝั่งอเมริกาก็จะมีการปราบปรามสแกมเมอร์มากขึ้น และสตาร์ลิงก์ก็อาจถูกจัดการมากขึ้น ตนประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่ทางฝั่งกัมพูชาโดยเฉพาะพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะกลับมาใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราต้องเตรียมเหมือนกันว่าบางพื้นที่อาจจะมีสัญญาณล้ำไปฝั่งกัมพูชาอยู่
.
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าสิ่งที่ต้องทำคือภาครัฐควรมีการพูดคุยกันทั้งโอเปอเรเตอร์และ กสทช. ว่าจะทำอย่างไรให้สัญญาณมีการครอบคลุมฝั่งดินแดนไทยทั้งหมด อีกด้านหนึ่งคือต้องทำให้มีกรอบกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนด้วยว่าจะเมื่อไหร่ อย่างไร ไม่ใช่รอคอยไปเรื่อยๆ
.
“ผมคิดว่ารัฐต้องริเริ่ม แม้ กสทช.จะมีบทบาทมากกว่า แต่ประชาชนเลือก กสทช.ไม่ได้ จึงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาล แต่ต้องตั้งธงว่าให้สัญญาณอยู่เฉพาะในประเทศไทย ครอบคลุมใช้งานได้จริง” นายรังสิมันต์กล่าว
.

.
ปริญญา รุดช่วย 4 ผู้ต้องขัง ไร้เงินค่าปรับ หลังตั้งกองทุน แก้ปัญหาติดคุกเพราะจน ให้ทำงานไถ่ตัวเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5695285
.
ปริญญา รุดช่วย 4 ผู้ต้องขัง ไร้เงินประกัน หลังตั้งกองทุน ครั้งแรกในไทย ให้ทำงานไถ่ตัวเอง
.
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อเขียน [ แก้ปัญหาติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ โดยโครงการ ทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก : จ่ายค่าปรับให้แล้ว 4 คน พรุ่งนี้เช้าได้ออกจากคุก ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
.
ตามที่ผมได้เขียนเล่าไปแล้วว่า ประเทศไทยของเราใครไม่มีเงินจ่ายค่าปรับต้องติดคุกแทนค่าปรับอัตราวันละ 500 บาท และแม้ว่ากฎหมายจะให้สิทธิในการขอทำงานบริการสังคมแทนได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลจะไม่อนุญาต ทำให้มีคนติดคุกเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับสูงถึงปีละ 4-5 หมื่นคนซึ่งเป็นการติดคุกเพราะจนโดยแท้
.
ผมกับนักศึกษาวิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม จึงเกิดความคิดว่า จะตั้งกองทุนทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก โดยเราหาเงินมาจ่ายค่าปรับและหาที่ทำงานให้ เมื่อทำงานได้ค่าปรับครบก็ค่อยคืนกองทุน ซึ่งจะเป็นการหางานให้เค้าทำไปพร้อมกันด้วยครับ
.
โดยในการไปสถานกักขังกลางปทุมธานี เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว มีผู้ที่ต้องขัง เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจำนวน 4 รายที่สมัครใจขอทำงานไถ่ตัวเองจำนวน 4 คน ตามที่เล่าให้ฟังไปแล้วครับ โดยแยกเป็น 30,000 บาท (60 วัน) 29,500 บาท (59 วัน) 27,000 บาท (54 วัน) และ 12,000 บาท (24 วัน) รวมทั้งหมด 98,500 บาท ซึ่งผมนัดจะไปจ่ายค่าปรับให้ในวันนี้ ซึ่งเมื่อตอนเช้าที่ผ่านมา ผมนำเงินไปจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเงินผมเองครับ
.
ตอนนี้เจ้าหน้าที่สถานกักขังกลางปทุมธานีก็ได้นำเงินไปชำระค่าปรับให้ที่ศาลต้นทางเรียบร้อยแล้ว (ศาลที่สั่งขัง 4 คนนี้เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ) และพรุ่งนี้เช้าทั้ง 4 คนก็จะได้อิสรภาพ ผมก็จะไปรับตัวทั้ง 4 คนเพื่อไปทำงานกับองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ (โครงการตั้งต้นดี มูลนิธิกระจกเงา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โดยได้สัมภาษณ์พูดคุยเรื่องงานที่จะให้ทำเรียบร้อยแล้วครับ
.
เมื่อทั้ง 4 คนทำงานจนครบค่าปรับแล้ว องค์กรทั้ง 3 แห่งที่รับไปทำงานก็จะคืนเงินให้ผมครับ นี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ช่วยให้คนติดคุกเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับสามารถทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุกได้ และเมื่อได้เงินคืนมาผมก็จะนำไปไถ่ตัวผู้ต้องขังรายต่อๆ ไปที่สมัครใจให้ออกมาทำงานไถ่ตัวเองครับ
.
โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ เมื่อพวกเขาได้ออกมาจากสถานกักขัง และได้ไปทำงานเพื่อคืนเงินค่าปรับ เพื่อจะได้นำเงินไปช่วยผู้ติดคุกเพียง เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับรายต่อๆ ไปครับ!
.
https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/pfbid0EC1bB4qy25W6n3fPvJgcFRPybHmH9AZLiw3GmUjLzmenaFt2H5nfFoMftnsBc2Ctl
.

.
เกษตรกรตัดพ้อ ขอกล้วยหวีละ 100 บ้าง เผยราคาหน้าสวน กก.ละ 11 บาท
.
เกษตรกร จ.ระยอง ตัดพ้อ ขอกล้วยหวีละ 100 บาท เหมือน “ทุเรียน” บ้าง เผยตอนนี้ราคาหน้าสวนตกลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 11-14 บาท
.
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความคึกคักปนความอัดอั้นของเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง หลังกระแส "ทุเรียนลูกละร้อย" กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียล ล่าสุดลามมาถึงชาวสวนกล้วยที่เริ่มออกมาเรียกร้องขอหวีละร้อยบ้าง เพื่อให้คุ้มกับค่าปุ๋ยและค่าดูแล
.
โดยชาวสวนกล้วยกำลังตัดแต่งผลผลิตขึ้นรถกระบะ มีการพูดคุยอย่างติดตลกแต่แฝงด้วยความจริงจังว่า "ทุเรียนลูกละร้อยมันมีปัญหาเยอะนัก ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าดูแลจิปาถะ ถ้ามันแพงนักก็หันมากินกล้วยกันเถอะ เพราะกล้วยมีให้กินทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูกาล"
.
เมื่อย้อนกลับมาดูสถานการณ์ราคากล้วยในปัจจุบัน ชาวสวนระยองระบุว่า ไม่ว่าจะเป็น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ หรือกล้วยเล็บมือนาง ตอนนี้ราคาหน้าสวนตกลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 11-14 บาทเท่านั้น ตามขนาดไซส์ หากนำไปวางขายปลีกอาจได้ราคาหวีละ 25-40 บาท แต่ถ้าเป็นกล้วยหอมหวีใหญ่ในตลาดบางแห่งอาจพุ่งไปถึง 70-80 บาท
.
อย่างไรก็ตาม ชาวสวนเริ่มกังวลว่าในช่วงฤดูกาลผลไม้หลากชนิดที่กำลังออกสู่ตลาดพร้อมกันนี้ อาจจะทำให้ราคากล้วยตกลงไปอีก จึงอยากฝากให้ผู้บริโภคช่วยกันอุดหนุนผลผลิตในท้องถิ่น และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้กล้วยคุณภาพดีๆ ราคาพุ่งไปถึงหวีละ 100 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ชาวสวนกล้วยได้ลืมตาอ้าปากได้บ้างในยุคค่าครองชีพสูงเช่นนี้
.

.
เปิดผลสำรวจ “แรงงานไทย” รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ ก่อหนี้ประคองชีวิต เงินพอใช้เพียง 2 เดือน
.
เปิดผลสำรวจ “แรงงานไทย” กำลังเผชิญภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องก่อหนี้ประคองชีวิต รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ มีเงินพอใช้เพียง 2 เดือน
.
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,250 คน พบภาพสะท้อนที่น่ากังวลของแรงงานรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งจากรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นสวนทางค่าครองชีพ ภาระหนี้ที่สูงขึ้น และความสามารถในการออมที่ลดลง จนกลายเป็น "วิกฤตเงียบ" ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
.
ผลสำรวจชี้ว่าแรงงาน 37.3% ระบุว่า รายจ่ายเพิ่มขึ้น มีเพียง 9.9% ที่รายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากอยู่ในภาวะ "พออยู่พอกินแต่ไม่เหลือเก็บ" หรือ บางส่วนเริ่มเข้าสู่ภาวะรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ซึ่งมีสัดส่วนรวมกว่า 13% โดยปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
.
ด้านการออม พบว่า ยิ่งน่าเป็นห่วง โดยแรงงานถึง 79.1% ไม่มีเงินออมเลย ขณะที่ผู้ที่มีเงินออมสามารถเก็บได้เฉลี่ยเพียง 1,219 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 10% ของรายได้เท่านั้น สะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินอย่างชัดเจน เงินที่มีอยู่จะเพียงพอใช้ได้เฉลี่ยเพียง 2 เดือนเท่านั้น
.
ขณะเดียวกัน ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบว่ากว่า 98% ของครัวเรือนมีหนี้สิน และมีหนี้เฉลี่ยสูงถึงเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน พร้อมภาระผ่อนชำระเฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นหนี้เพื่อการบริโภคและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มากกว่าการลงทุนหรือสร้างรายได้ในอนาคต สะท้อนว่าแรงงานไทยจำนวนมากกำลังใช้หนี้เพื่อ "ประคองชีวิต" มากกว่าสร้างความมั่นคง แรงกดดันจากหนี้ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยกว่า 55.8% ของแรงงานระบุว่าต้องลดการใช้จ่ายลงอย่างมาก และมากกว่าครึ่งคาดว่าจะลดการใช้จ่ายต่อเนื่อง
.
ภาพรวมดังกล่าว สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น คือ "รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ" และ "หนี้ที่กลายเป็นภาระถาวร" ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแรงงาน แต่ยังส่งผลต่อกำลังซื้อ การบริโภค และการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาดูแลทั้งในด้านค่าแรง การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่