JJNY : "ไอติม" จับโป๊ะ! พูดไม่ตรงกัน│ทุเรียนลูกละ 100 ยันเป็นไปไม่ได้│ปธ.สภาอุตฯ ห่วงขึ้นค่าไฟ│ออสเตรเลียชี้สงครามกระทบ

"ไอติม" ตั้งตาส่องไลฟ์ขายทุเรียนคืนนี้ จับโป๊ะ! พูดไม่ตรงกัน คลิปโปรโมตบอกพรีเมียม แต่ พณ.แจงเกรดรอง
.

.
28 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้ ว่า จะหารือกันตามวาระปกติ ตนคิดว่าประเด็นสำคัญในวันพุธ (29 เม.ย.2569) คือการพิจารณาญัตติเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอย่างมากคือ กรณีที่จะมีการไลฟ์สดของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพิมรี่พาย อินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นเย็นวันนี้
.
ตนขอเป็นตัวแทนของประชาชนสะท้อนความกังวลใจที่ชาวสวนทุเรียน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ราคาจะอยู่ที่ลูกละ 100 บาท ชาวสวนทุเรียนมีความกังวลใจมากว่าจะเป็นการตัด หรือสร้างแรงกดดันให้ราคาหน้าสวนลดลงมากว่าที่ควรจะเป็น ถือว่ากระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก ตนนั่งดูคำชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ ยังมีข้อสงสัยอยู่ จึงขอฝากพื้นที่นี้ถามกลับไป ตอนแรกกระทรวงพาณิชย์พยายามที่จะชี้แจงว่าทุเรียนที่นำมาไลฟ์สดไม่ได้เป็นเกรดเอ จะเป็นทุเรียนราคาสูง แต่เป็นเกรดรองลงมา ซึ่งเมื่อตนย้อนไปดูไลฟ์สดของพิมรี่พายที่โปรโมต และนางศุภจี ก็ยืนตรงนั้น ตนย้ำว่ามีการใช้คำว่าเกรดพรีเมียม มีการใช้คำว่าเนื้อเอ และเมื่อดูจากรูปร่างหน้าตาของทุเรียนก็ดูเหมือนเป็นทุเรียนเกรดเอ หรือเกรดพรีเมียม
.
หากจะให้พูดตามตรง คงมีใครสักคนไม่พูดความจริง เพราะกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าเป็นเกรดรอง แต่ทางอินฟูลฯ พูดชัดว่าเป็นเกรดพรีเมียม หรือเกรดเอ ฉะนั้น อยากให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าใครพูดจริงหรือไม่จริงกันแน่ และเมื่อเช้าก็มีชุดคำอธิบายใหม่มา กระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่งว่า ตัวสินค้าที่ถูกนำมาขายในไลฟ์สด กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เหมือนจะบอกว่าไม่รู้ว่ามีสินค้าประเภทไหน มีราคาเท่าไหร่ แต่เมื่อวานยังมีคำชี้แจงอยู่เลยว่าเป็นทุเรียนเกรดรอง จะบอกว่าไม่รู้ก็คงไม่ได้ เพราะรัฐมนตรียังยืนอยู่ในคลิปโปรโมต ที่ได้ยินทั้งสรรพคุณเรื่องการพูดถึงเกรด รวมถึงราคา ฉะนั้น ผมคิดว่าสังคมคงจับตาดูไลฟ์สด เพื่อดูว่าจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกังวลของประชาชนชาวสวนทุเรียนอย่างไร” นายพริษฐ์ กล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนอยากฝากถึงนางศุภจี ว่านอกจากจะไลฟ์สดคืนนี้แล้ว อยากให้จัดสรรเวลามาตอบการอภิปรายในสภาฯด้วย เพราะเราจะมีการอภิปรายต่อเนื่อง ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นประเด็นหนึ่งในการตั้งคำถามถึงรัฐบาลแน่นอน ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนั้น รัฐมนตรีสามารถขอมาชี้แจงในสภาฯ ได้อยู่แล้ว และเมื่อท่านอาจจะเผชิญกับคำถามจากสังคมจำนวนมาก ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ท่านจะได้มาคลายข้อกังวลแก่พี่น้องเกษตรกร
.
เมื่อถามว่าจะยกระดับเป็นกระทู้ถามสดเลยหรือไม่ หากเย็นนี้ไม่มีการชี้แจงในไลฟ์ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงต้องรอดู เพราะมีหลายประเด็นที่จะตรวจสอบ เบื้องต้นกระทู้ถามสดในวันพฤหัสบดีนี้ จะเป็นของฝ่ายรัฐบาล 1 กระทู้ 1 กระทู้ของพรรคประชาชน และอีก 1 กระทู้ของพรรคกล้าธรรม ส่วนจะเป็นหัวข้ออะไรหรือสอบถามใคร ตามข้อบังคับเราต้องแจ้งตอนเช้าวันประชุม และมีหลายประเด็นที่เราต้องการคำตอบจากรัฐบาล แน่นอนว่าเรื่องทุเรียนเป็นประเด็นหนึ่ง แต่ขอดูก่อน เพราะมีญัตติเรื่องพืชผลเกษตรแล้ว
.
เมื่อถามว่า นางศุภจี เล่นการเมืองแบบภาพลักษณ์หรือไม่ เนื่องจากเชิญอินฟูลเอนเซอร์มาบ่อย และในระยะยาววิธีการแก้ปัญหาแบบนี้จะยั่งยืนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการดึงอินฟูลฯมาช่วยไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป เพียงแค่มีข้อกังวล 2 อย่าง คือเรื่องราคา และแนวทางการจัดการพืชผล ต้องจัดการอย่างตรงจุด การแก้ไขพืชผลแต่ละชนิดไม่ควรเหมือนกัน ควรขึ้นอยู่กับปัญหาที่พืชผลแต่ละชนิดเผชิญอยู่ เช่น มะม่วง ก็ควรใช้วิธีหนึ่ง ทุเรียนก็ใช้วิธีหนึ่ง สิ่งที่ชาวสวนทุเรียนต้องการมากที่สุดไม่ใช่เรื่องราคา และเป็นเรื่องต้นทุน เช่น ปุ๋ย ที่เกิดจากวิกฤตพลังงาน อย่ามองว่าแนวทางใดต้องใช้กับพืชผลทุกประเภท
.

.
ทุเรียนลูกละ 100 บาท ผู้ประกอบการยืนยันเป็นไปไม่ได้
.
จากกรณีมีดรามา "ศุภจี" ดึงอินฟลูฯ ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ผู้ประกอบการออกมายืนยันเป็นไปไม่ได้ ชาวสวนต้องขาดทุนเยอะแน่นอน
.
จากกรณีมีดรามา  หลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมไลฟ์กับอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน 3 ชั่วโมง โกยเงินกว่า 15 ล้านบาท จนกระทั่งเปิดตัวอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่คนไทย เตรียมไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท จนมีการตั้งข้อสังเกต ตัดราคาหน้าสวนไหม ? ทำลายตลาดทุเรียนไทยหรือไม่ ?
.
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับ นางสาวสุนันทา อายุ 57 ปี เจ้าของแผงทุเรียน  เปิดใจว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ประกอบการรู้สึกไม่โอเค กับการขายทุเรียนลูกละ 100 เนื่องจากราคาทุเรียนตกไซซ์ขณะนี้กิโลกรัมละ 70 บาท ลูกหนึ่งต้องมี 2-3 กิโลกรัม หรือ 5 กิโลกรัม เกินลูกละ 100 บาท อย่างแน่นอน ชาวสวนต้องขาดทุนไปเยอะ
.
ถ้าลูกละ 100 มีความเป็นไปได้ แต่ต้องเป็นทุเรียนเกรดต่ำ ประเภททุเรียนป๊อกแป๊ก ลูกละไม่เกิน 1 กิโลกรัม หรือประเภททุเรียนหนอน  หนอนเปียก ทุเรียนเป็นท็อปเกรดสุดท้าย ซึ่งราคารับซื้อหน้าสวนตอนนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท ลูกนึงประมาณ 3 กิโลกรัมก็พอไปได้ เป็นผลดีกับผู้ที่มีรายได้น้อยต้องการซื้อบริโภคภายในประเทศ ในราคาลูกละ 100 บาท แต่ถ้าเป็นชาวสวนไม่โอเคแน่นอนในราคานี้ ส่วนในราคาตลาดราคาทุเรียนเกรดธรรมดาอยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาทแล้ว ลูกหนึ่ง 2-3 กิโลกรัม ขายลูกละ 100 ขาดทุนแน่นอน
.

.
ประธานสภาอุตฯ ห่วงขึ้นค่าไฟแบบขั้นบันได ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรม
https://ch3plus.com/news/economy/morning/461881
.
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึง การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงประชานิยม เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง โดย ส.อ.ท.กังวล หากรัฐบาลนำโมเดลค่าไฟแบบขั้นบันไดมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมจะกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมหนักที่เป็นต้นน้ำ
.
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย (บ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าน้อย) จะได้ใช้ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าอัตราเดิมที่ 3.88 บาท ขณะที่กลุ่มที่ใช้ไฟ 201-400 หน่วย ต้องจ่ายในอัตราใหม่ที่ 3.95 บาท (เพิ่มขึ้น 7 สตางค์) และกลุ่มที่ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไป ที่เป็นบ้านใหญ่มีกำลังซื้อสูง ที่รัฐบาลมองเป็นกลุ่มมีศักยภาพใช้จ่ายและควรส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
.
ในมุมของภาคสังคม การช่วยผู้มีรายได้น้อยถือเป็นเรื่องดีและตรงประเด็น เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาวะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัว และยังเป็นการส่งสัญญาณให้เกิดการประหยัดพลังงานในภาคประชาชนด้วย”
.
อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลไม่ควรนำตรรกะใช้เยอะจ่ายแพงมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้เหมือนภาคครัวเรือน เพราะภาคธุรกิจและโรงงานมีลักษณะใช้ไฟต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่แม้เป็นรายเล็ก แต่ปริมาณการใช้ไฟมักเกิน 400 หน่วย หากต้องอยู่เกณฑ์เดียวกับบ้านใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าไฟแพงจะทำให้ SMEs ได้รับผลกระทบหนักจนอาจอยู่ไม่รอด
.
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูง (Energy Intensive) หากรัฐบาลไม่มีนโยบายอุดหนุนหรือแยกอัตราค่าไฟให้ชัดเจน แต่ไปเพิ่มต้นทุนจะทำให้อุตสาหกรรมสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
.
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ หากต้นทุนค่าไฟในประเทศสูงเกินไป จะทำให้ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ได้ และท้ายที่สุดไทยต้องพึ่งการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะจากจีนที่มีต้นทุนถูกกว่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ชาติ
.
อุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างเหล็ก ต้องมีอยู่ในประเทศเพื่อความมั่นคง หากพึ่งพาแต่การนำเข้า เมื่อเกิดสงครามหรือความผันผวนของนโยบายเศรษฐกิจโลกจะตกอยู่ในสถานะที่ลำบากมาก รัฐบาลต้องมองโมเดลในต่างประเทศที่เขาให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล่านี้ ไม่ใช่ยิ่งใช้เยอะยิ่งเก็บแพง เพราะนี่คือต้นทางของอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งหมด
.
ขณะนี้ภาคเอกชนยังคงรอความชัดเจนจากรัฐบาล เกี่ยวกับแพ็กเกจค่าไฟในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ จึงขอเสนอแนะแนวทางประกอบด้วย
.
แยกโครงสร้างค่าไฟภาคผลิตออกจากภาคครัวเรือน ไม่ใช้โมเดลขั้นบันไดที่ลงโทษผู้ใช้ไฟปริมาณมาก นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมหนัก รัฐบาลควรมีเงินอุดหนุน (Subsidize) หรือ มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการเสริมสำหรับโซลาร์รูฟ นอกจากเชิญชวนให้ติดตั้ง รัฐควรมีแพ็กเกจสนับสนุนด้านการลงทุนเพื่อให้ผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนขนาดใหญ่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่